หน้าแรก ทัศนะ/บทความ สงครามในเงาสันติภาพ

สงครามในเงาสันติภาพ

155

เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน สะท้อนภาพความจริงของปัญหาจริงภายในประเทศมุสลิมที่ตั้งตัวไม่ติดกับการแก้ไขและพัฒนา เนื่องเพราะความหวาดกลัว/ความหวาดระแวง/ความเกลียดชังที่ฝังลึกอยู่ภายในจนกลายเป็นความเคยชิน อีกจุดหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงคือการแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจทั้งเก่าและใหม่ ด้วยการสร้างกลุ่มขบวนการก่อการร้ายในนามชื่อที่แตกต่างกันไป บางยุคกลุ่มก่อการร้ายถูกสร้างขึ้นจากสถานการณ์ภายในประเทศมุสลิม และบางยุคถูกสร้างขึ้นจากภายนอกประเทศมุสลิม

ความต้องการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจเป็นข้ออ้างสำคัญที่บรรดาประเทศมุสลิมต่างสร้างขึ้น อาจจะเพื่อปกปิดข้อบกพร่องภายในประเทศที่ยังมีอยู่มากมาย นี่เป็นจุดสำคัญหนึ่งที่การพัฒนาภายในประเทศมุสลิมยังหายุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนาที่ล่าช้า ด้วยข้ออ้างของสันติภาพโลกที่นำมาผูกไว้กับการพัฒนาประเทศมุสลิมซึ่งมีปัญหาภายในสะสมมากมาย แนวทางสันติภาพที่กำลังนำทางมนุษยชาติเดินทางมาสู่ทางตัน สันติภาพที่พุ่งเป้าหมายไปยังประเทศมุสลิม สันติภาพที่ถูกสร้างขึ้นให้ประเทศมุสลิมกลายเป็นผู้ร้ายหรือเป็นตัวถ่วงประชาธิปไตยเสรีในสายตาของชาวโลก ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยอิทธิพลจากภายนอกประเทศมุสลิม

สันติภาพแห่งอุดมคติแบบประเทศมุสลิมที่ส่วนใหญ่ใช้ฐานความคิดอิสลาม กับสันติภาพตามอุดมคติแบบโลกทุนนิยมเสรีนั้นกำลังเดินทางมาถึงทางตัน ทางตันของทั้งสองแนวคิดสันติภาพในประเทศมุสลิมหรือที่นิยมพูดรวมว่าภูมิภาคตะวันออกกลาง นโยบายของมหาอำนาจที่หวังผลในเรื่องผลประโยชน์และทรัพยากรในประเทศโลกมุสลิมเป็นเรื่องที่ดูไม่จีรังยั่งยืน เนื่องจากความรู้และนวัตกรรมในเรื่องพลังงานทางเลือกที่ต้องการลดการใช้พลังงานหลักอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเริ่มถูกท้ามายมากขึ้น แทนที่ด้วยพลังงานทางเลือกสากล นั่นคือพลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานอื่นๆ ที่ทั่วโลกต่างพัฒนานวัตกรรมทางเลือกดังกล่าวกันอย่างเอาจริงเอาจัง

แต่ผลทางการยึดครอง การทำลายหลักคิด การทำลายศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การปลูกฝังความรุนแรง และการสร้างความอ่อนแอความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในประเทศมุสลิมนั้นดูจะรุนแรงและเป็นภาพที่น่าเป็นห่วงมากกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน

เพราะที่ไหนยิ่งต้องการสันติภาพก็ดูเหมือนที่นั่นจะเต็มไปด้วยสงครามและความแตกแยก จากความแตกแยกทางความคิด ทางชาติพันธุ์ ทางลัทธิความเชื่อ จนรุนแรงถึงขั้นแยกเมืองแยกประเทศ ที่มองดูแล้วอาณาจักรอิสลามในอดีตกำลังเดินอยู่บนบริบทแห่งความแตกแยกนั้นในบรรทัดเดียวกัน

นับเป็นมุมมองที่น่าพิจารณาว่า อาณาจักรอิสลามนับแต่ซาอุดิอารเบีย ซีเรีย อิรัก อียิปต์ หรือตุรกี ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรอิสลามอันรุ่งโรจน์ในอดีตกำลังอยู่ในอาการย่ำแย่/ตั้งตัวไม่ติด บางประเทศถูกทำลายด้วยสงครามระหว่างประเทศ บางประเทศถูกทำลายด้วยสงครามกลางเมือง บางประเทศกำลังทรุดหนักกับปัญหาความแตกแยกภายในประเทศ เกิดกลุ่มขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย เกิดกลุ่มขบวนการก่อการร้าย เกิดกลุ่มประท้วง รัฐประหารและปฎิวัติ แต่ที่ดูคล้ายกันคือความแตกแยกภายในประเทศมุสลิมคือจุดอ่อนที่โลกมุสลิมยังแก้ไขกันไม่ตก

ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานความคิดสันติภาพที่ผิดเพี้ยน ผลของสันติภาพจึงเริ่มต้นก่อตัวจนเกิดเป็นสงคราม จนมีบางทัศนะมองว่า อย่าไปหวังว่าสันติภาพจะเดินหน้าได้ หากว่านักเลง/เจ้าพ่อไม่เล่นด้วย ฟังดูแล้วเป็นคำประชดประชัน แต่ก็มีรอยคราบประสบการณ์เก่าๆที่ทำให้คิดอย่างนั้นได้เช่นกัน

สันติภาพที่นำมาเล่นกลับกลายเป็นเรื่องของการแข่งขัน การเอาชนะกัน และเป็นเรื่องของชัยชนะที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เป็นสันติภาพที่นำเข้าจากภายนอกประเทศ เมื่อมองผ่านสภาพเหตุการณ์ที่ต้องใช้สงครามหรือหาข้อยุติกันไม่ได้ คำว่าสันติภาพ แนวทางสันติภาพ พูดคุยเพื่อสันติภาพ ก็จะโผล่ขึ้นมาเป็นแนวทางสุดท้าย ไม่ว่าจะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย หรือในประเทศตะวันออกกลางหรือจุดไหนๆของโลกก็ตาม คู่ขัดแย้งของสงครามหลายคู่เริ่มแสดงออกให้เห็นว่าไม่ต้องการสันติภาพอย่างที่มหาอำนาจวางแนวทางและวางวิธีการไว้ หรือในบางครั้งคู่ขัดแย้งหรือคู่สงครามก็ปรับตัวเอาตัวรอดด้วยการแสดงออกถึงความขัดแย้งหรือทำสงครามกันเพียงเพื่อจะเอาใจใครบางกลุ่มบางพวก ดังกล่าวนี้ไม่ใช่คู่กรณีหรือประเทศต่างๆไม่ต้องการสันติภาพ เพียงแต่สันติภาพที่อยู่บนพื้นฐานความคิดที่ผิดเพี้ยน และแอบแฝงด้วยอำนาจอิทธิพล และผลประโยชน์ทางการค้านั้น เป็นสันติภาพที่ไม่ได้ก่อให้เกิดเอกภาพและสันติสุขให้กับประชาชนในประเทศอย่างแท้จริง แต่กลับเป็นการเริ่มก่อสงครามและขยายสงคราม หรือเพื่อจับคู่สงครามให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างที่เกิดขึ้นกับประเทศมุสลิมหรือกับประเทศทั่วโลก

สันติภาพนั้นก่อตัวขึ้นในภาวะสงครามเพื่อระงับหยุดยั้งสงคราม ไม่ใช่ก่อตัวขึ้นเพื่อขยายสงคราม

loading...