หน้าแรก ข่าววันนี้ ข่าวในประเทศ เด็กชายวัย 14 ระหกระเหินในอียิปต์ลำพัง ถูกพ่อทิ้งไว้กับแม่เลี้ยง ช่วยเหลือกลับไทยสู่อ้อมอกแม่แล้ว

เด็กชายวัย 14 ระหกระเหินในอียิปต์ลำพัง ถูกพ่อทิ้งไว้กับแม่เลี้ยง ช่วยเหลือกลับไทยสู่อ้อมอกแม่แล้ว

181

สถานทูตไทยในไคโร พา “ด.ช.ธนากร บิลาล” เด็กไทยถูกแม่เลี้ยงชาวอียิปต์ทำร้าย จนต้องหนีออกจากบ้านมาเร่ร่อน-เข้าร้องสถานทูตช่วยเหลือนำกลับไทย สู่อ้อมอกแม่แล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พร้อม น.ส.นิศานาถ เลิศพฤกษา นักสังคมสงเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำนางหลิว บิลาล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 228/10 บ้านทุ่งใหญ่ ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี มารอรับ ด.ช.ธนากร หรือน้องแซม บิลาล อายุ 14 ปี ลูกชายของนางหลิว ที่เดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ หลังไปอยู่กับครอบครัวของบิดาสัญชาติอียิปต์ตั้งแต่ปี 2551 แต่ถูกทำร้ายร่างกายจึงหนีออกจากบ้านมาเร่ร่อน ต่อมา ด.ช.ธนากร ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ให้ตามหานางหลิวและช่วยพากลับประเทศไทย

นายธาตรี เปิดเผยว่า กรมการกงสุลของไทยได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ประมาณเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ด.ช.ธนากร นำชื่อของนางหลิว ที่อยู่ในกระดาษมาให้ช่วยตามหา กองคุ้มครองฯ จึงติดตามจนพบตัวนางหลิวที่อยู่ใน จ.อุดรธานี ก่อนตรวจสอบหลักฐานและพบว่า ด.ช.ธนากร ใช้หนังสือเดินทางไทย แต่หนังสือเดินทางหมดอายุแล้วตั้งแต่ปี 2557 สถานเอกอัครราชทูตจึงออกหนังสือสำคัญประจำตัวหรือซีไอให้แก่ ด.ช.ธนากร ใช้แทนหนังสือเดินทางเล่มเดิม ซึ่งตรวจคนเข้าเมืองอียิปต์จะต้องใช้ซีไอประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ ด.ช.ธนากร เดินทางมาประเทศไทย

แต่เนื่องจากกระบวนการสืบค้นของตรวจคนเข้าเมืองอียิปต์ใช้เวลาค่อนข้างนาน ทำให้ซีไอหมดอายุเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ตรวจคนเข้าเมืองของอียิปต์จึงอนุโลมให้ ด.ช.ธนากร ใช้ซีไอที่หมดอายุแล้วส่งตัวกลับประเทศไทยได้ กต.จึงมีหนังสือถึงพส. และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย เพื่อขอความอนุเคราะห์อำนวยความสะดวกให้แก่ ด.ช.ธนากร ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

นายธาตรีกล่าวว่า จากข้อมูลที่ทราบมาคือนายอับเดลราฟี ฟาธี อับดุลลา บิลาล สัญชาติอียิปต์ บิดาของ ด.ช.ธนากร พาไปอยู่กับภรรยาเก่าสัญชาติอียิปต์ ส่วนนายอับเดลราฟี กลับมาประเทศไทยและไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังจาก ด.ช.ธนากร ไปอยู่อียิปต์ไม่ถึงปีถูกทำร้ายร่างกาย จนต้องหนีออกจากบ้านไปเร่ร่อนและหางานทำเลี้ยงชีพ ก่อนเข้าขอความช่วยเหลือสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร

หลังจากนี้ทาง พม.จะเข้าไปเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก ดูแลเรื่องการศึกษา และสภาพความเป็นอยู่ เพราะเด็กไปตั้งแต่ตอน อายุ 7 ปี อาจจะต้องมีการปรับตัวทั้งเรื่องภาษาและการดำเนินชีวิต จากที่ได้คุยกับนางหลิวก็ดีใจ เพราะติดตามลูกมาโดยตลอด ช่วงแรกที่โทรศัพท์ไปหาลูกที่อียิปต์ก็ยังพูดคุยปกติ แต่ต่อมาลูกก็พูดแค่ครับและไม่ค่อยพูดคุยเช่นเดิม ก่อนจะติดต่อไม่ได้อีก

“ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกาย เราต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบว่ามีการทำร้ายร่างกายจริง พม.คงจะให้คำแนะนำกับพ่อและแม่ของเด็กว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ แต่เบื้องต้นต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจก่อนและทำให้เด็กมีความสุขที่ได้กลับไปอยู่ กับครอบครัว คาดว่าเด็กน่าจะปรับตัวได้ไม่ยาก เพราะเป็นคนตามหาแม่ด้วยตนเอง ส่วนสามีใหม่ชาวไทยของแม่ก็เคยเลี้ยงดู ด.ช.ธนากร ตั้งแต่อายุได้ 1 ปีกว่า คงมีความผูกพันและรักใคร่กันพอสมควร” นายธาตรีกล่าว

น.ส.นิศานาถ กล่าวว่า พส. รับแจ้งจาก กต.ให้มาช่วยเหลือมอบเงินส่งกลับภูมิลำเนากับคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากจากต่าง ประเทศ พอรับเรื่องมาและได้ดูเอกสารก็ทราบว่าเด็กยังมีอายุไม่บรรลุนิติภาวะ จึงได้ประสานกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. ไว้แล้ว นำเงินสงเคราะห์ตามระเบียบราชการเป็นค่าเดินทางกลับ จ.อุดรธานี เป็นเงิน 2,700 บาท มามอบให้ครอบครัวของน้องแซม พร้อมประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุดรธานีให้ลงไปเยี่ยมบ้านและสอบ ข้อเท็จจริง พร้อมสอบถามครอบครัวว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างไรบ้าง อันดับแรกต้องประเมินสภาพครอบครัวและความพร้อมของเด็ก โดยยึดความต้องการของเด็กเป็นหลัก เพื่อให้เด็กได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนกรณีที่น้องถูกทำร้ายร่างกาย ทางบ้านพักเด็กฯ จะรับไปดูแล โดยมีทีมสหวิชาชีพเข้าไปพูดคุย

1469881024_IMG_1068ด้านนางหลิว กล่าวว่า ตนกับนายอับเดลราฟี จดทะเบียนสมรสกัน ก่อนเลิกรากันตั้งแต่น้องแซม อายุประมาณ 8 เดือน เนื่องจากนายอับเดลราฟี ไปมีภรรยาใหม่อยู่ที่พัทยา กระทั่งลูกชายมีอายุ 1 ขวบ จึงแต่งงานใหม่กับนายรุ่งวิไล พิลาแดง อายุ 48 ปี และร่วมกันเลี้ยงน้องแซม มาจนถึงอายุ 7 ปี นายอับเดลราฟี ต้องการให้ส่งลูกไปเรียนที่อียิปต์ ตนมีฐานะยากจนไม่มีปัญญาจะส่งลูกเรียนสูงๆ จึงยอมให้ไปเพราะห่วงอนาคตลูก โดยไม่ทราบว่าอดีตสามีจะนำลูกไปไว้กับภรรยาเก่า ช่วงปีแรกยังติดต่อกันได้ แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อกันได้เลย ต่อมาปี 2554 จึงติดสินใจของความช่วยเหลือจากนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในสมัยนั้น พาเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมซึ่งช่วยเหลือประสานกรมการกงศุล แต่ยังไม่สามารถติดต่อลูกได้

“กระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อนได้รับแจ้งจากกรมการกงสุลว่า ลูกติดต่อมาให้ตามหาแม่จึงเดินทางมาที่กรมการกงสุล จนทำเรื่องส่งตัวลูกกลับมาประเทศไทยได้ ดีใจมากที่จะได้เจอลูก ตอนมารับลูกก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เหมือนฝันที่ได้ลูกกลับมา” นางหลิวกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.ธนากรเดินทางออกจากสนามบินไคโร โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอส 960 เดิมมีกำหนดถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิในเวลา 12.35 น. แต่เนื่องจากการเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ด.ช.ธนากรมาถึงในเวลาประมาณ 13.30 น. ทันทีที่ด.ช.ธนากรได้พบกับมารดาและนายรุ่งวิไลพ่อเลี้ยง ทั้งสามคนโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจและหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ หลังจากนั้นจึงพากันขึ้นรถเดินทางกลับ จ.อุดรธานี

ขอบคุณ/ที่มา ข่าวสด

loading...