หน้าแรก ข่าววันนี้ เศรษฐกิจ/ธุรกิจ กสอ. ปูพรมอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์รับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ยุทธศาสตร์ชาติ 4.0

กสอ. ปูพรมอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์รับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ยุทธศาสตร์ชาติ 4.0

81
นายพสุ โลหารชุน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดันประเทศไทยเข้าสู่โมเดล ไทยแลนด์ 4.0เร่งส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับยุทธศาสตร์ชาติในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่โมเดล ไทยแลนด์ 4.0เร่งส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม อาทิ หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม แขนกลประกอบเครื่องจักร เป็นต้น โดยในปี 2558 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าอุตสาหกรรมรวมกว่า 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1.1 ล้านล้านบาท และคาดว่าปี 2559 จะมีแนวโน้มเติบโตสูงร้อยละ 6.5 ต่อปี ทั้งนี้ การส่งเสริมดังกล่าวเพื่อตอบโจท ย์ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม 4.0 อันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ไทย อาทิ กลุ่มอาหารและการเกษตร กลุ่มเทคโนโลยีการแพทย์ กลุ่มหุ่นยนต์และอุปกรณ์บังคับต่ าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กสอ. มีโครงการส่งเสริมและพัฒนาในอุต สาหกรรมดังกล่าว อาทิ โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และอุป กรณ์โทรคมนาคม โครงการพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ รวมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายผลักดันประเทศไทย เข้าสู่โมเดล ประเทศไทย 4.0เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยน วัตกรรมนั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในภ าคอุตสาหกรรมเพื่อให้ก้าวเข้าสู่ ยุคที่ให้ความสำคัญ กับการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโน โลยีขั้นสูง โดยมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเป้า หมายใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ 2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีการแพทย์ 3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริ ยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้อิเล็กทร อนิกส์ควบคุม 4.กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อม ต่อและบังคับอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองก ลฝังตัว และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ดังกล่า ว ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ถือ เป็นส่วนที่สำคัญ รวมทั้งเป็นหัวใจในการขับเคลื่อ นและทำหน้าที่ต่าง ๆให้เกิดประสิทธิภาพในอุตสาหกรร มอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะยิ่งทวีความสำคัญในด้านบท บาทและมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นต่อ ไปในอนาคต

นายพสุ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิ เล็กทรอนิกส์สู่ยุทธศาสตร์ ประเทศดังกล่าว  จะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่  กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เ พื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง  หมายถึง การนำชิ้นส่วนหรือกระบวนการทางอิ เล็กทรอนิกส์เพื่อไปต่อยอดในอุ ตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกั บการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งอุตสาหกรรมขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ไมโครชิพเพื่อการควบคุมชุดคำสั่ ง  เป็นต้น   และกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิก ส์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต หมายถึง การนำชิ้นส่วนหรือกระบวนการทางอิ เล็กทรอนิกส์เพื่อให้เกิ ดระบบการควบคุมอัจฉริยะในขั้ นตอนการผลิตของอุตสาหกรรมโดยตรง ซึ่งจะช่วยทำหน้าที่ต่างๆให้เกิ ดประสิทธิภาพได้อย่างหลากหลาย รวมทั้งก่อประโยชน์จากโอกาสในกา รเพิ่มความคุ้มค่าต่อการลงทุน รวมไปถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อาทิ หุ่นยนต์ในระบบการผลิตอัตโนมัติ แขนกลประกอบเครื่องจักร เป็นต้น ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดของการพัฒ นาอุตสาหกรรมดังกล่าวเพื่อให้เป็ น ซูเปอร์คลัสเตอร์ ทั้งการผลักดันนักลงทุนต่างชาติ ให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต รวมทั้งขยายฐานการลงทุนของบริษั ทที่อยู่ในไทย ให้เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2558 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่าการส่งออกกว่า 32,000ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1.1 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนในการนำเข้าอยู่ที่ประ มาณ 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9.45 แสนล้านบาท และคาดว่าสิ้นปี 2559 จะมีการเติบโตมากกว่าร้อยละ 6.5 ต่อปี  โดยปี 2560 กสอ. มีแนวทางการดำเนินงานและสนับสนุ นเพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้ประกอบ การอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่ าง ๆ อาทิ โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องใ ช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และอุป กรณ์โทรคมนาคม โครงการพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ การพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่ นยนต์ เป็นต้น  ด้วยงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และมีเป้าหมายพัฒนาสถานประกอบกา รให้ได้ประมาณ 200 กิจการ / 2,000 คน  

ด้านนายสมควร ฉายศิลปรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัมมิท อิเล็คโทรนิค คอมโพเน้นท์ จำกัด  ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอิ เล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ซัมมิท อิเล็คโทรนิค เป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยคนไทย 100 % ผลิตแผงวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิ เล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมในรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นเสมือนหัวใจ หรือสมองของอุปกรณ์เครื่องใช้ดั งกล่าวทั้งหมด โดยบริษัทดำเนินการมาแล้วกว่า 30 ปี มีกลุ่มลูกค้ามากกว่า 30 ราย ผลิตสินค้ามาแล้วกว่า 100 ล้านชิ้น สำหรับอุปกรณ์ดังกล่าวที่มีการใ ช้งานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการผลิตโดยบริ ษัทของคนไทยแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ยอดขายในปีที่ผ่านมาของซั มมิทฯ มีมูลค่ารวมกว่า 1500 ล้านบาท สัดส่วนในการดำเนินธุรกิจแบ่งเป็ น การรับจ้างผลิตร้อยละ 25 การรับซื้อและผลิตชิ้นส่วนร้อยล ะ 65 และ ส่วนที่เหลือร้อยละ 10 เป็นการออกแบบการผลิตเองโดยบริษั ท ซึ่งเป็นด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าร้อ ยละ 90 และรถยนต์ร้อยละ 10 โดยผลิตให้กับบริษัทชั้นนำระดับ โลกมากมาย อาทิ นิสสัน, ฮอนด้า, โซนี่, พานาโซนิค เป็นต้น

นายสมควร กล่าวต่อว่า ในอนาคตที่กำลังจะเข้าสู่ยุค IOT (Internet of Thing) หรือ การเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้ าสู่โลกอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่ว นอิเล็กทรอนิกส์จะทวีความสำคัญเ พิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เนื่องจากเป็นตัวควบคุมอุปกรณ์แ ทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดมีสาย หรือชนิดไร้สาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันโลกได้ ถูกเชื่อมโยงข้าหากันทั้งจากเทค โนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การพัฒนาของเศรษฐกิจ สังคม  และชุมชน จึงทำให้ทิศทางการพัฒนาไอทีและอิ เล็กทรอนิกส์ต้องเร่งพัฒนาและก้ าวไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ทางบริษัทได้เตรียมพร้อมกับวิวั ฒนาการดังกล่าวที่จะทำการผลิตอุ ปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ IOT หรือแม้แต่การ เข้าสู่ยุคของรถยน ต์ไฟฟ้า ทางซัมมิทฯก็มีความพร้อมกับการร่ วมก้าวเดินพัฒนาเรื่องของชิ้นส่ วนและแผงวงจรซึ่งจะเป็นหั วใจและสมองที่สำคัญในการหล่อเลี้ ยงและสั่งการการทำงานในส่วนนั้น

นอกจากนี้ทางบริษัทยังให้ความเห็ นว่า ถึงเวลาแล้วที่ทางปริษัทและอีกห ลายอุตสาหกรรมในประเทศไทยจำเป็น ต้องยกระดับการเปลี่ยนแปลงจากกา รที่รับจ้างธรรมดา มาเป็น ODM และ OBM หรือ การผลิตที่มีการสร้างแบรนด์ของตั วเอง และการผลิตที่มีรูปแบบการพัฒนาดี ไซน์รูปแบบสินค้าได้เอง ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าที่สูงขึ้นในทางอุตสาหกรรม โดยแผนขั้นต่อไปของบริษัทคือการ ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสู่การออ กแบบแบรนด์สินค้าเพื่อคนไทย รวมทั้งยุทธวิธีที่จะทดแทนการนำ เข้าสู่การผลิตด้วยฝีมือคนไทย ออกแบบและสร้างแบรนด์โดยคนไทย โดยบริษัทได้กำหนดนวัตกรรมเพื่อ การพัฒนาใน 3 ทิศทาง คือ 1. การเพิ่มยอดขายให้เข้าสู่ธุรกิจ หมื่นล้าน ด้วยนวัตกรรมการออกแบบและสร้างแ บรนด์ของตนเอง  2. การลดข้อผิดพลาดด้วยการพัฒนาเครื่ องจักรที่มีความแม่นยำในการผลิต และ 3. การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ซึ่งมีนวัตกรรมที่เรียกว่า Smart Plan ที่จะเป็นตัวช่วยในการยกระดับธุ รกิจและยกความสามารถของศักยภาพม นุษย์ ให้สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ดังที่มีการตั้งเป้าไว้ ทั้งนี้ บริษัทยังได้มีการพัฒนาบุคลากรใ นองค์กรที่มีความรู้ความสามารถ ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ภายใต้โครงการ SEC INNOVATION AWARDS โดยเป็นการดัดแปลงและพัฒนาแนวคิ ดให้เกิดนวัตกรรมที่ทันสมัย ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิท ธิผลในการช่วยองค์กรลดต้นทุน ทั้งในด้านเวลาและแรงงาน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ และความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิ จ พร้อมเป็นแนวทางที่สำคัญในการบริ หารจัดการให้เป็นไปตามเป้าหมาย นายสมควร กล่าวทิ้งท้าย

loading...