หน้าแรก ข่าววันนี้ ข่าวมุสลิมวันนี้ บุกจับสึกคากุฏิ พระแกนนำค้านสร้างมัสยิด มั่วสุมเสพยากับพระลูกวัด

บุกจับสึกคากุฏิ พระแกนนำค้านสร้างมัสยิด มั่วสุมเสพยากับพระลูกวัด

165

มติชนออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม สั่งการให้นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง  พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์  คำบรรจง ปลัดฝ่ายป้องกัน ร่วมกับ ร.ต.ถาวร ชะสิงห์  ทหารชุดเฉพาะกิจกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี  และกำลังเจ้าหน้าที่ อส. เข้าตรวจสอบปัญหา กรณีมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า มียาเสพติดแพร่ระบาดเข้าไปถึงวัดพระธาตุท่าอุเทน ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และยังมีพระมั่วสุมเสพยาบ้าภายในกุฏิ  จึงระดมกำลังเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุภายในกุฏิพระลูกวัด พบพระลูกวัด 2 รูป กำลังมั่วสุมเสพยาบ้าอย่างเมามันในกุฏิ จึงเข้าตรวจสอบจับกุม แต่ไม่พบของกลางยาบ้า พบเพียงอุปกรณ์การเสพหลายรายการ  ทราบชื่อภายหลังคือ  พระอิศเรศ จนทวะโร หรือนายอิศเรศ  อุดานนท์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นพระแกนนำคนสำคัญที่มีการเคลื่อนไหวในการต่อต้านการก่อสร้างมัสยิด พร้อมพวกอีก 2 รูป  คือ พระศักดา จิระสุโค หรือนายศักดา เพ็ชรนนท์ อายุ 53 ปี  และพระวุฒิชัย หรือนายวุฒิชัย  เส็งวัฒน์  อายุ 35 ปี  เป็นชาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม  ซึ่งทั้งหมดเป็นพระลูกวัดที่บวชมาประมาณ 4 พรรษา ก่อนควบคุมมาทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดพบเป็นผลบวก จึงนำตัวไปทำการลาสึกขาต่อพระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน  และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน ดำเนินคดีตามกฎหมาย  ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พระทั้ง 2 รูป ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ติดต่อซื้อยาบ้าจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ซึ่งเข้ามาเล่นในวัด และมีความคุ้นเคย จนกระทั่งมีการแนะนำขายยาบ้าให้เม็ดละ 200 บาท จึงซื้อนำมาแบ่งกันเสพ ครั้งละ 1-2 เม็ด เพราะเคยทดลองแล้วรู้สึกว่าทำให้รู้สึกหายเหนื่อยจากการทำงาน พัฒนาวัดทุกวัน งานเยอะ เนื่องจากเป็นวัดชื่อดัง  จึงซื้อมาเสพเป็นยาชูกำลัง  โดยเจ้าหน้าที่จะได้เร่งขยายผลติดตามเครือข่ายวัยรุ่นที่นำมาขาย จับกุมมาดำเนินคดี พร้อมเพิ่มมาตรการตรวจสอบป้องกันปราบปรามในกลุ่มพื้นที่เป้าหมาย  ทั้งวัดโรงเรียน ชุมชน เนื่องจากอำเภอท่าอุเทน เป็นชายแดนติดกับ สปป.ลาว ทำให้มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด  จึงต้องมีการปราบปรามทั้งผู้เสพผู้ค้า

loading...
loading...