หน้าแรก ข่าววันนี้ ข่าวในประเทศ ป.ป.ส. สานต่อความสำเร็จ! เดินหน้าปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง จับมือลาว กัมพูชา สแกนเข้ม

ป.ป.ส. สานต่อความสำเร็จ! เดินหน้าปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง จับมือลาว กัมพูชา สแกนเข้ม

14

สำนักงาน ป.ป.ส. จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างกัมพูชา ลาวและไทย เดินหน้าปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ

วันที่ 14 – 15 ธันวาคม 2559 ณ จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงาน ป.ป.ส. จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างกัมพูชา ลาวและไทย เดินหน้าปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ โดยหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พลเอกนิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมระดับรัฐมนตรี นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส คณะผู้แทนจากกัมพูชา นำโดย ฯพณฯ เกา คอนดารา รองประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกัมพูชา (NACD) หรือรองประธานคณะกรรมการ ป.ป.ส.กัมพูชา และพลตำรวจเอกเมียะส์ วิฤทธิ์ เลขาธิการ ป.ป.ส. กัมพูชา โดยมี พลเอกชุม โสเจียต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย และคณะผู้แทนจากลาว นำโดย ฯพณฯ กุ จันสินา ประธานสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด (LCDC) และท่านพุดสะหวาด สูนทะลา รองเลขาธิการ ป.ป.ส.ลาว

การประชุมฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดของกัมพูชา ลาว และไทย พิจารณาและรับรองแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ (กัมพูชา ลาว และไทย) เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและแนวทางในการปฏิบัติการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาและรับรองแนวทางการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านคู่ขนานตามแนวพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา-ลาว เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงาน และแนวทางปฏิบัติในการเสริมสร้างความเข้มแข็งเพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา-ลาว ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ เป็นส่วนหนึ่งที่รองรับแนวคิดในการปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำของพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม) ที่มุ่งเน้นการสกัดกั้นยาเสพติดจากแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ให้ลำเลียงออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ และสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ไม่ให้ลักลอบลำเลียงผ่านพื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่างไปสู่แหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ

ผลการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ ที่ประชุมเห็นชอบกับแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ ระยะเวลา 2 ปี (2560-2561) ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรไทย ซึ่งอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะเวลา 3 ปี (2559-2561) ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและราชอาณาจักรไทย และทั้งสามประเทศเห็นพ้องกันที่จะผนึกกำลังการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ ฯ ดังกล่าว โดยกำหนด 8 เมืองที่เชื่อมต่อกันเป็นเป้าหมายที่สำคัญ คือ จังหวัดพระวิหารและจังหวัดสตึงเตร็งของกัมพูชา แขวงจำปาสัก แขวงสาละวัน และแขวงสะหวันนะเขต ของ สปป.ลาว จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดศรีสะเกษของประเทศไทยเพื่อสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดรวมทั้งยาเสพติดทั้งทางบกและทางน้ำ

มาตรการสำคัญที่จะดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ มี 4 มาตรการสำคัญ คือ การปราบปราม ความร่วมมือพัฒนาหมู่บ้านคู่ขนาน การประสานงานโดยใช้กลไกสำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดน (BLO) และการบริหารจัดการโครงการ โดยจะเน้นหนักที่มาตรการ 2 มาตรการ คือ
1) การปราบปรามโดยใช้กลไกที่มีอยู่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น การตั้งด่าน/จุดตรวจ ในพื้นที่ที่ร่วมกันกำหนด คือ ในกัมพูชา 5 แห่ง ลาว 5 แห่ง และไทย 17 แห่ง รวมทั้งสิ้น 27 แห่ง
2) ความร่วมมือพัฒนาหมู่บ้านคู่ขนานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน (ไทย-กัมพูชา 2 คู่ กัมพูชา-ลาว 3 คู่ และไทย-ลาว 10 คู่ รวมทั้งสิ้น 15 คู่) พร้อมทั้งเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น การให้ความรู้กับชุมชนและหมู่บ้าน เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด การรณรงค์ป้องกันยาเสพติด การเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชนหมู่บ้านและการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในชุมชน เป็นต้น

ทั้งสามประเทศเห็นชอบและรับรองแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยตอนล่าง 3 ประเทศ ฯ และจะหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมที่จะดำเนินการภายใต้แผน ฯ ต่อไป นอกจากนี้ ในการดำเนินงานภายใต้แผนฯ แต่ละประเทศจะใช้งบประมาณของแต่ละประเทศดำเนินการ อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 ประเทศ เห็นพ้องที่จะร่วมกันพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมายและพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือและสนับสนุนจากประเทศที่มีศักยภาพ โดยจะจัดทำแผนความต้องการการสนับสนุนเพื่อเสนอต่อประเทศผู้ให้การสนับสนุนต่อไป

loading...
loading...