หน้าแรก Advertise กรมการพัฒนาชุมชน รมว.มหาดไทยเปิดงาน “โอทอป ซิตี้ 2016” ขายวันแรกยอดทะลุกว่า 100 ล้านบาท

รมว.มหาดไทยเปิดงาน “โอทอป ซิตี้ 2016” ขายวันแรกยอดทะลุกว่า 100 ล้านบาท

19

รมว.มท.เปิดงาน OTOP City 2016 ของขวัญภูมิปัญญาไทย ใต้ร่มพระบารมี ขอบคุณพี่น้องประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าไทยจากภูมิปัญญา เปิดขายวันแรกยอดทะลุกว่า 100 ล้านบาท ผู้เข้าชมงานกว่า 5 หมื่นคน

วานนี้ (19 ธ.ค.59) เวลา 15.00 น. ณ เวทีกลางอาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “OTOP City 2016 ของขวัญภูมิปัญญาไทย ใต้ร่มพระบารมี” โดยมี นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยคณะทูตานุทูตจากประเทศเยอรมนี ออสเตรเลีย โปรตุเกส ปากีสถาน อียิปต์ มองโกเลีย อิหร่าน โอมาน เคนยา เนปาล ไนจีเรีย ลาว กัมพูชา และติมอร์เลสเต คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการ OTOP เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา และจะดำเนินการไปจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพคเมืองทองธานี

จากนั้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดงาน OTOP City 2016 โดยรมว.มหาดไทยกล่าวว่า รัฐบาลได้มีนโยบายด้านการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากงานส่งเสริมศิลปาชีพตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา

“โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP จึงเป็นโครงการหนึ่งที่จะสามารถพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งได้เพราะเป็นการมุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมที่สั่งสมมาแต่อดีตและเป็นเอกลักษณ์มาสร้างและพัฒนาเป็นสินค้าและบริการจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว โดยภาครัฐได้เข้าไปมีส่วนช่วยในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขันในตลาดสากลและประชาคมอาเซียน รวมถึงการประสานและสนับสนุนแหล่งทุนในการต่อยอดและดำเนินกิจการสร้างช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ตามแนวคิด “การตลาดนำการผลิต”  เช่น การจัดให้มีร้านค้าประชารัฐสุขใจ SHOP ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ ส่งเสริมการจัดจำหน่าย OTOP บนเครื่องบิน และมีร้านค้าในสนามบิน และกระทรวงมหาดไทยยังมีนโยบายให้จังหวัด และอำเภอ จัดโครงการตลาดนัดชุมชนไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ เพื่อเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย”

“การจัดงาน OTOP City 2016 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้แนวทางในการพัฒนาสินค้าของตนเองให้มีคุณภาพ และมีรายได้จากการจำหน่ายเพิ่มขึ้นทั้งจากในงานและการสั่งซื้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชนเพิ่มขึ้น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ อันจะส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศมั่นคงและยั่งยืน โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนได้มาเยี่ยมชมงานและอุดหนุนสินค้า OTOP สินค้าภูมิปัญญาที่มาจากทั่วประเทศ ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้จะกลับคืนไปสู่ชุมชนทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป” รมว.มหาดไทยกล่าว

สำหรับกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นภายในงาน ประกอบด้วย 1. การจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2. การจัดอุทยานแห่งภูมิปัญญานำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หาชมยาก 3. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP 3 – 5 ดาว OTOP Health & Spa และอาหารชวนชิมมากกว่า 2,000 ราย การจัดแสดง OTOP Trader นำเสนอรูปแบบ Model ทางการตลาด การจัดแสดงสินค้า OTOP Premium OTOP Brand name และ OTOP ขึ้นเครื่อง การจัด Pavilion สำหรับนำเสนอของขวัญ ของฝาก กระเช้าของขวัญปีใหม่มากกว่า 500 รายการ และการจัดนิทรรศการแสดงเรื่องราวของ OTOP และหน่วยงานภาคี จำนวน 13 หน่วยงาน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิเช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมการจัดช่วงเวลานาทีทอง และการจับรางวัลชิงโชค เป็นต้น

โดยในวันแรกของการเปิดจำหน่ายสินค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีมากจาก พี่น้องประชาชนมีผู้เข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าภายในงานแล้วกว่า 5 หมื่นคน มียอดจำหน่ายกว่า 103 ล้านบาท

loading...
loading...