หน้าแรก สารคดี มุสลิมก็รักพระเยซู : 6 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับพระเยซูในทัศนะอิสลาม

มุสลิมก็รักพระเยซู : 6 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับพระเยซูในทัศนะอิสลาม

1670

“คริสมาสต์” เป็นที่รู้กันว่า เป็นวันรำลึกวันประสูติของพระเยซูและเป็นงานเฉลิมฉลองสำคัญทางศาสนาของชาวคริสต์ทั่วโลก 

แต่สิ่งที่หลายไม่ค่อยรู้ก็คือ “พระเยซู” ก็เป็นบุคคลสำคัญในศาสนาอิสลามด้วยเช่นกัน ถึงแม้ชาวมุสลิมส่วนใหญ่จะไม่ได้จัดเฉลิมฉลองคริสมาสต์ด้วยก็ตาม

เพื่อเป็นเกียรติแก่วันสำคัญของคริสต์ศาสนิกชน นี่คือ 6 เรื่องที่คุณอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับบทบาทของพระเยซูและพระแม่มารีในทัศนะของศาสนาอิสลาม

1. พระเยซู พระแม่มารี และทูตสวรรค์กาเบรียล (อาหรับ : ยิบรออีล) ทั้งหมดถูกกล่าวถึงไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน (เช่นเดียวกับ อดัม โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และบุคคลอื่นอีกหลายคนที่ถูกบันทึกในพระคัมภีร์ไบเบิล)

2. มุสลิมเชื่อว่าพระเยซู (อาหรับเรียกว่า อีซา) เป็นศาสนทูตคนหนึ่งของพระเจ้า กำเนิดจากหญิงพรหมจรรย์ (พระแม่มารี) และท่านจะกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้งก่อนวันพิพากษาเพื่อฟื้นฟูความยุติธรรมและต่อสู้กับดัจญาล (จอมโกหกและอ้างตัวเป็นศาสนทูต ที่จะมาสร้างความวุ่นวาย ความโกลาหลในยุคสุดท้าย)

3. พระแม่มารี (อาหรับเรียกว่า มัรยัม) นั้น ในบทหนึ่ง (ซูเราะห์) ของอัลกุรอานตั้งชื่อตามชื่อของเธอ เรียกว่า “บทมัรยัม” ซึ่งเป็นบทเดียวในอัลกุรอานที่ตั้งโดยใช้ชื่อผู้หญิง ในความเป็นจริงพระแม่มารี (มัรยัม) คือสตรีคนเดียวที่ถูกเอ่ยชื่อในอัลกุรอานอย่างชัดเจน ในขณะที่สตรีคนอื่นๆ จะถูกกล่าวถึงโดยอ้างถึงความสัมพันธ์หรือฉายานาม เช่น ภรรยาของอดัม (อาดัม) แม่ของโมเสส (มูซา) ราชินีแห่งซาบาห์ อีกทั้งพระแม่มารีถูกกล่าวถึงหลายครั้งในอัลกุรอานมากกว่าที่ถูกกล่าวถึงในไบเบิลเสียอีก

4. เมื่อกล่าวถึงนามพระเยซู ก็เช่นเดียวกับการกล่าวถึงนามบรรดาศาสดาทั้งหมดรวมทั้งศาสดามุฮัมหมัด ที่มุสลิมจะต่อท้ายด้วยคำสรรเสริญว่า “ขอความสันติจงประสบแด่ท่าน” (อาหรับ : อะลัยฮิสสลาม)

5. ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเยซูทรงแสดงปาฏิหาริย์ คัมภีร์กุรอานกล่าวถึงหลายปาฏิหาริย์ของพระเยซู เช่น รักษาคนตาบอด รักษาโรคเรื้อน รักษาให้ฟื้นจากความตาย และการเป่าชีวิตเข้าไปในนกที่ปั้นจากดินเหนียว เป็นต้น

6. เรื่องราวการประสูติของพระเยซูถูกกล่าวถึงในคัมภีร์กุรอาน ซึ่งก็เป็นเรื่องราวของความมหัศจรรย์ครั้งแรกของท่าน เมื่อท่านได้พูดตั้งแต่ยังเป็นทารกอยู่ในเปล และประกาศว่าตัวเองเป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า นี่คือเรื่องราวของท่านในอัลกุรอานซูเราะห์ (บท) มัรยัม อายะห์ (โองการ) ที่ 16-34 :

• และจงกล่าวถึง (เรื่องของ) มัรยัมที่อยู่ในคัมภีร์ เมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากหมู่ญาติของนาง ไปยังมุมหนึ่งทางตะวันออก(ของบัยตุลมักดิส)

• แล้วนางได้ใช้ม่านกั้นให้ห่างพ้นจากพวกเขาแล้วเราได้ส่งวิญญาณของเรา (ญิบรีล) ไปยังนางแล้วเขาได้จำแลงตนแก่นาง ให้เป็นชายอย่างสมบูรณ์

• 

นางกล่าวว่า “แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีให้พ้นจากท่าน หากท่านเป็นผู้ยำเกรง”

• 

เขา (ญิบรีล) กล่าวว่า “แท้จริงฉันเป็นเพียงฑูตแห่งพระเจ้าของเธอ เพื่อฉันจะให้ลูกชายผู้บริสุทธิ์แก่เธอ”

• นางกล่าวว่า “ฉันจะมีลูกได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ไม่มีชายใดมาแตะต้องฉันเลย และฉันก็มิได้เป็นหญิงชั่ว”

• เขา (ญิบรีล) กล่าวว่า “กระนั้นก็เถิด พระเจ้าของเธอตรัสว่า มันง่ายสำหรับข้า และเพื่อเราจะทำให้เขาเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับมนุษย์และเป็นความเมตตาจากเรา และนั่นเป็นกิจการที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

• แล้วนางได้ตั้งครรภ์ และนางได้ปลีกตัวออกไปพร้อมกับบุตรในครรภ์ ยังสถานที่ไกลแห่งหนึ่ง

• ความเจ็บปวดใกล้คลอดทำให้นางหลบไปที่โคนตัวต้นอินทผาลัม นางได้กล่าวว่า “โอ้ ! หากฉันได้ตายไปเสียก่อนหน้านี้ และฉันเป็นคนไร้ค่าถูกลืมเสียก็จะดี”

• ดังนั้น เขา (มะลัก) ได้เรียกนางทางเบื้องล่างต้นอินทผลัมว่า “อย่าได้เศร้าเสียใจ แน่นอน พระเจ้าของเธอทรงจัดลำธารไว้เบื้องล่างเธอแล้ว

• “และจงเขย่าต้นอินทผลัม ให้มันเอนมาทางตัวเธอ มันจะหล่นลงมาที่ตัวเธอเป็นอินทผลัมที่สุกน่ากิน”

• “ฉะนั้น จงกิน จงดื่ม และจงทำจิตใจให้เบิกบานเถิด หากเธอเห็นมนุษย์คนใดก็จงกล่าวว่า ฉันได้บนการสงบนิ่งไว้ต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีฉันจะไม่พูดกับผู้ใดเลยวันนี้”

• แล้วนางใดพาเขามายังหมู่ญาติของนางโดยอุ้มเขามา พวกเขากล่าวว่า “โอ้ มัรยัมเอ๋ย ! แท้จริงเธอได้นำเรื่องประหลาดมาแล้ว”

• “โอ้ น้องหญิงของฮารูน พ่อของเธอมิได้เป็นชายชั่ว และแม่ของเธอก็มิได้เป็นหญิงไม่บริสุทธิ์”

• นางชี้ไปทางเขา พวกเขากล่าวว่า “เราจะพูดกับผู้ที่อยู่ในเปลที่เป็นเด็กได้อย่างไร?”

• เขา (อีซา) กล่าวว่า “แท้จริงฉันเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงประทานคัมภีร์แก่ฉันและทรงให้ฉันเป็นนะบี”

• “และพระองค์ทรงให้ฉันได้รับความจำเริญ ไม่ว่าฉันจะอยู่ ณ ที่ใด และทรงสั่งเสียให้ฉันทำการละหมาดและจ่ายซะกาตตราบที่ฉันมีชีวิตอยู่”

• “และทรงให้ฉันทำดีต่อมารดาของฉันและจะไม่ทรงทำให้ฉันเป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้เลวทรามต่ำช้า”

• “และความศานติจงมีแด่ฉัน วันที่ฉันถูกคลอด และวันที่ฉันตาย และวันที่ฉันถูกฟื้นขึ้นให้มีชีวิตใหม่”

• นั่นคืออีซาบุตรของมัรยัม มันเป็นคำบอกเล่าที่จริง ซึ่งพวกเขายังมีความสงสัยกันอยู่

สุขสันต์วันคริสต์มาส! แด่พี่น้องชาวคริสต์ศาสนิกชนทุกท่าน

loading...
loading...