หน้าแรก ต่างประเทศ ตะวันออกกลาง ปูตินแถลงรัฐบาลซีเรียและกบฏเห็นพ้องหยุดยิงทั่วประเทศ

ปูตินแถลงรัฐบาลซีเรียและกบฏเห็นพ้องหยุดยิงทั่วประเทศ

43

รอยเตอร์ / – ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย แถลงข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศระหว่างรัฐบาลซีเรียและพวกกลุ่มฝ่ายค้าน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่เที่ยงคืนวันพฤหัสบดี(29ธ.ค.) เป็นต้นไป

ถ้อยแถลงของเครมลินมีขึ้นหลังจากมอสโก อิหร่านและตุรกี บอกว่าพวกเขาพร้อมเป็นคนกลางของข้อตกลงสันติภาพในสงครามกลางเมืองซีเรียที่ยืดเยื้อมาเกือบ 6 ปีแล้ว

กองทัพซีเรียแถลงหยุดการสู้รบทั่วประเทศ แต่บอกว่าพวกรัฐอิสลาม(ไอเอส) และนักรบนุสรา ฟรอนต์ เดิม รวมถึงกลุ่มอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสองกลุ่มนี้ จะไม่ถูกนับรวมในข้อตกลงดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีกลุ่มใดบ้างที่ถูกกีดกันจากข้อตกลงหยุดยิง

เจ้าหน้าที่กบฏซีเรียบอกกับรอยเตอร์ว่า พวกเขาเห็นพ้องกับแผนหยุดยิง แต่ไม่แน่ใจว่ามีกลุ่มใดบ้างที่มีส่วนร่วมในข้อตกลง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตอนเวลา 22.00จีเอ็มทีของวันพฤหัสบดี(ตรงกับเมืองไทย 05.00นของวันศุกร์)

การเจรจาเกี่ยวข้องข้อตกลงหยุดยิงมีความก้าวหน้าขึ้น หลังจากรัสเซีย อิหร่านและตุรกีเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าพวกเขาพร้อมสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว

ปูตินเผยว่ากลุ่มกบฏและรัฐบาลซีเรีย ลงนามในเอกสารมากมาย ในนั้นรวมถึงการหยุดยิง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงค่ำคืนวันที่ 29-30 ธันวาคม “มีการบรรลุข้อตกลง แน่นอนว่ามันเปราะบาง ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษและการมีส่วนร่วม แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของเรา ความพยายามของเหล่ารัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศ รวมถึงพันธมิตรของเราในภูมิภาค” เขากล่าว พร้อมบอกว่ารัสเซียเห็นพ้องลดการประจำการของทหารมอสโกในซีเรีย

สหรัฐฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาเมื่อเร็วๆนี้ และไม่มีคิวเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบต่อไปในกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน พันธมิตรหลักของรัสเซีย

การไม่มีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ตอกย้ำให้เห็นถึงความรู้สึกผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆของอังการาและมอสโกต่อนโยบายซีเรียของวอชิงตัน อย่างไรก็ตามนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย บอกว่าอเมริกาควรเข้ารวมกระบวนการสันติภาพ เมื่อว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง

ความยุ่งยากในการมุ่งสู่ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติความขัดแข้ง สะท้อนถึงความซับซ้อนของสงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่งมีกลุ่มต่างๆมากมายและผลประโยชน์ต่างประเทศพัวพันกับทุกฝ่าย

ข้อตกลงนี้ซึ่งมีตุรกีและรัสเซียรับหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกัน เกิดขึ้นแม้ว่าอังการาและมอสโกจะให้การสนับสนุนคนละฟากฝั่งของสงคราม โดยตุรกียืนกรานว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ต้องลงจากอำนาจ แต่รัสเซียให้การสนับสนุนผู้นำรายนี้

นอกจากนั้นความต้องการของกองทหารจากฮิซบอลเลาะห์ชีอะห์เลบานอนก็ไม่ตรงกับอิหร่าน ผู้สนับสนุนคนสำคัญของอัสซาด แม้ว่านักรบฮิซบอลเลาะห์จะสู้รบเคียงข้างกองกำลังรัฐบาลซีเรียเช่นกัน “นักรบต่างชาติทั้งหมดจำเป็นต้องออกจากซีเรีย ฮิซบอลเลาะห์จำเป็นต้องเดินทางกลับเลบานอน” รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีกล่าว

แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่าภายใต้กรอบข้อตกลงระหว่าง 3 ชาติ ซีเรียอาจถูกแบ่งเป็นโซนของมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างไม่เป็นทางการ และอัสซาดจะยังคงเป็นประธานาธิบดีต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อังการาสนับสนุนกองทัพปลดปล่อยซีเรีย(Free Syrian Army) พันธมิตรหลวมๆของกลุ่มกบฏ ซึ่งบางส่วนได้รับการสนับสนุนจากตุรกีในปฏิบัติการต่างๆทางเหนือของซีเรีย ที่ออกแบบมาเพื่อกวาดล้างพวกไอเอสและนักรบเคิร์ดซีเรีย

ส่วนสหรัฐฯให้การสนับสนุนกลุ่มหน่วยปกป้องประชาชนชาวเคิร์ดซีเรีย (YPG) ในการสู้รบกับไอเอส ความเคลื่อนไหวที่กระพือเสียงไม่พอใจจากตุรกี ที่มอง YPG ว่าเป็นส่วนขยายของพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน(พีเคเค) โดยอังการากลัวว่าการรุกคืบของนักรบเคิร์ดในซีเรียอาจเป็นการกระตุ้นพวกนักรบภายในแผ่นดินของพวกเขา

ประธานาธิบดีเรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกีในวันอังคาร (27 ธ.ค.) กล่าวหากองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ในนั้นรวมถึงพวกรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุุ่มนักรบเคิร์ดวายพีจี และพีวายดี ความคิดเห็นที่วอชิงตันปฏิเสธ และบอกว่าไร้สาระ

ที่มา ผู้จัดการ

loading...
loading...