หน้าแรก ข่าววันนี้ ข่าวมุสลิมวันนี้ ระอุ! “ซุนนีตอรีกัต” จับมือ “ชีอะห์” เปิดเวทีซัด “วะฮาบี” ลัทธิแปลกปลอมถูกสร้างเพื่อทำลายอิสลาม!!

ระอุ! “ซุนนีตอรีกัต” จับมือ “ชีอะห์” เปิดเวทีซัด “วะฮาบี” ลัทธิแปลกปลอมถูกสร้างเพื่อทำลายอิสลาม!!

5548
ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี นักการศาสนามุสลิมชีอะห์ บรรยายพิเศษในงานรวมน้ำใจสู่มัสยิดอาลียินนุรอยน์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 18 ก.พ. 2560 / ภาพ สิทธิ โต๊ะหวัง

มุสลิมซุนนีสายตอรีกัต (ซูฟี) จ.อยุธยา จัดงานมัสยิดเชิญนักการศาสนามุสลิมชีอะห์ขึ้นเวที ซัด “วะฮาบี” ลัทธิแปลกปลอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายอิสลามจากภายใน วิเคราะห์สถานการณ์โลกชี้ศัตรูระดมนักรบวะฮาบีในนาม “ไอซิส” ต้องการทำลายซีเรียเพื่อสกัดอิหร่านไม่ให้ส่งอาวุธใปยังฮิซบุลเลาะห์และฮามาส

เมื่อวันเสาร์ ที่ 18 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา มัสยิดอาลียินนูรอยน์ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดงานรวมน้ำใจเพื่อหาทุนดำเนินกิจกรรมของมัสยิด ประจำปี 2560 โดยการจัดงานครั้งนี้ “อีหม่ามจักรกฤษ เส้นขาว” หรือ “อีหม่ามมูร๊อด” ได้เชิญ “ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี” นักการศาสนาระดับสูงและผู้นำมุสลิมชีอะห์ในประเทศไทยไปเป็นประธานในพิธีและบรรยายพิเศษแก่ผู้มาร่วมงานราว 800 คน

มิติใหม่ “ซุนนี” จับมือ “ชีอะห์” สกัด “วะฮาบี”

พื้นเพของ “มัสยิดอาลียินนูรอยน์” เป็นชุมชนมุสลิมสำนักคิดซุนนีในสาย “ตอรีกัต” หรือ “ซูฟี” (Sufism) ซึ่งเป็นแนวทางที่ยึดในรหัสยนิยม (Mysticism) และชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมของมุสลิมที่อยู่อาศัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาอย่างช้านาน

ที่ผ่านมามุสลิม “ตอรีกัต” หรือ “ซูฟี” ถูกตราหน้าและโจมตีว่าเป็นแนวทางที่หลงผิดและกระทำอุตริกรรม จากมุสลิมในสาย “วะฮาบี” (Wahhabi) หรือคณะใหม่ ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งจากมุสลิมซุนนีที่ตีความศาสนาแบบจารีตนิยมและสุดโต่ง

ระหว่าง “ตอรีกัต” และ “วะฮาบี” ดำเนินมาถึงจุดแตกร้าวอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์เรือลำหนึ่งในขบวนเรือแห่ทำบุญในพิธีทางศาสนาอิสลามตามความเชื่อของมุสลิมซูฟีล่มที่หน้าวัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นำมาซึ่งความเศร้าสลดของคนทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ปีที่ผ่านมา

เหตุเพราะหลังโศกนาฏกรรมดังกล่าว มุสลิมวะฮาบีซึ่งได้รับอิทธิพลความเชื่อแบบซาอุดิอาระเบีย ได้ออกมาโจมตีผ่านทางทีวีดาวเทียมและสื่อโซเชียลว่า การทำพิธีดังกล่าวเป็นการตั้งภาคี (ชีริก) ต่อพระเจ้า และว่าเป็นอุตริกรรม (บิดอะห์) ของกลุ่มผู้ตกศาสนา นอกจากนั้นยังกล่าวด้วยว่าเหตุเรือล่มนี้เป็นการลงโทษจากพระเจ้า (คลิ๊กอ่านรายละเอียด)

ส่วนชีอะห์ (Shia) นั้นเป็นอีกหนึ่งสำนักคิดของอิสลามที่อยู่คู่กับสำนักคิดซุนนีมาอย่างช้านาน ซึ่งชีอะห์ก็ถูกวินิจฉัยจาก “วะฮาบี” เช่นกันว่าเป็นแนวทางนอกศาสนาและไม่ใช่อิสลาม

จากเหตุการณ์เรือล่มครั้งนั้น ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี พร้อมคณะมุสลิมชีอะห์ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจชุมชนมัสยิดอาลียินนูรอยน์ จนนำมาซึ่งการสานสัมพันธ์ต่อเนื่องเรื่อยมา อีกทั้งด้วยหัวอกเดียวกันที่ถูกตราหน้าและพิพากษาจากกลุ่มวะฮาบีจึงทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งแนบแน่น

จนเมื่อมีการจัดงานมัสยิดประจำปีในครั้งนี้ อีหม่ามมัสยิดอาลียินนูรอยน์จึงได้เชิญ “ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี” นักการศาสนาระดับสูงของมุสลิมชีอะห์มาเป็นประธานในพิธีและบรรยายพิเศษ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของมุสลิมไทยที่เหตุการณ์เช่นนี้แทบจะกล่าวได้ว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

ที่สำคัญนัยยะการบรรยายพิเศษราว 1 ชั่วโมงนั้นก็พุ่งเป้าไปที่คู่ขัดแย้งอย่างวะฮาบีโดยตรง

“อีหม่ามจักรกฤษ เส้นขาว” หรือ “มูร๊อด” อีหม่ามมัสยิดอาลียินนูรอยน์ จ.พระนครศรีอยุธยา มอบของที่ระลึกแก่ “ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี” นักการศาสนามุสลิมชีอะห์ ในงานรวมน้ำใจสู่มัสยิดอาลียินนุรอยน์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 18 ก.พ. 2560 / ภาพ สิทธิ โต๊ะหวัง
ซัด “วะฮาบี” ลัทธิแปลกปลอมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายอิสลามจากภายใน

“ศัตรูต้องการทำลายล้างอิสลามทั้งจากภายในและภายนอก” ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี กล่าวบนเวที และว่า “การทำลายจากภายนอกเกิดขึ้นเมื่อเขา (ศัตรู) มีความพร้อมและมีความมั่นใจว่าเขาจะชนะได้ ทั้งการก่อสงคราม บุกรุก ทำลายล้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาจะไม่ลังเล เขาจะทำทันที”

“แต่ในกรณีที่เขาไม่พร้อมจะทำสงครามจากภายนอก เขาก็ทำลายจากภายใน” ซัยยิดสุไลมานกล่าว

นักการศาสนาชีอะห์อธิบายต่อว่า การทำลายจากภายในนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่วิธีสำคัญประการหนึ่งที่ศัตรูของอิสลามใช้มาตลอด ก็คือการเข้ามาสร้างลัทธิแปลกปลอมต่างๆ ในศาสนา เพื่อบิดเบือนคำสอนที่แท้จริงของศาสนาอิสลาม

“แต่มีลัทธิหนึ่งที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดในการก่อตั้งลัทธินี้ขึ้นมา เพราะการเกิดมาของลัทธินี้ประชาชาติอิสลามจึงพบกับความล่มสลาย” ซัยยิดสุไลมานกล่าวและบอกว่า “นั่นก็คือ ลัทธิวะฮาบี”

เขากล่าวด้วยว่า “ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ ประวัติศาสตร์ได้บันทึกทุกบริบทไว้อย่างละเอียดที่จะยืนยันและพิสูจน์ว่าลัทธิวะฮาบีนั้นถูกสร้างโดยนักล่าอาณานิคมอังกฤษ”

“มูฮัมหมัด บินอับดุลวะฮาบ กับอับดุลอาซิซ บินซะอูด ได้ร่วมมือกัน ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจทางกองกำลัง ฝ่ายหนึ่งมีพลังทางศาสนา จนกระทั่งสามารถที่จะสถาปนาหรือยึดประเทศหรือแผ่นดินฮิยาซได้”

“เมื่อมีอำนาจรัฐก็บังคับใช้ลัทธิวะฮาบี ภายใต้การสนับสนุนของอังกฤษ แผ่นดินของท่านศาสดาจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นซาอุดี้ แผ่นดินที่มีนครมักกะห์และมาดีนะห์ได้ถูกเปลี่ยนเป็นชื่อของพ่อของอับดุลอาซิซ” ซัยยิดสุไลมานกล่าวบนเวที

เขายังบอกด้วยว่า ซาอูดเป็นลูกของยิวขายยาคนหนึ่งในคาบสมุทรอาหรับที่ต่อมาเข้ารับอิสลาม ซาอูดมีลูกชื่ออับดุลอาซิซ ซึ่งคือกษัตริย์คนแรกของราชวงศ์ซาอุฯ ที่ได้เปลี่ยนชื่อประเทศไปใช้ตามชื่อบิดาของตน

“ปัญหาเรื่องวะฮาบี ไม่ใช่เพียงเรื่องข้อขัดแย้งทำบุญให้คนตาย (ทำอัรวะห์) ได้หรือไม่ ทำเมาลิด (จัดงานครบรอบวันเกิด) ศาสดาได้หรือไม่ เยี่ยมกุโบร์ (สุสาน) ได้หรือไม่ ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปลีกย่อย”

“ปัญหาของวะฮาบีคือปัญหาของการทำลายล้างอิสลามที่บริสุทธิ์ แล้วก็สร้างอิสลามที่ยะฮูดีกับนัสรอนีพึงพอใจ” ผู้นำมุสลิมชีอะห์กล่าว

ที่สำคัญซัยยิดสุไลมานยังเน้นย้ำด้วยว่า “หลังการเกิดขึ้นของซาอุฯ ก็ตามมาด้วยการเกิดขึ้นของรัฐอิสราเอล โดยการเซ็นต์รับรองของอับดุลอาซิซ อิบนิซาอูด”

ศัตรูระดมนักรบวะฮาบีในนาม “ไอซิส” ต้องการทำลายซีเรียเพื่อสกัดอิหร่านส่งอาวุธให้ฮิซบุลเลาะห์และฮามาส

“ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี” ได้วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศซีเรียโดยระบุว่า ศัตรูต้องการทำลายซีเรียเพราะซีเรียสนับสนุนขบวนการต่อสู้ของมุสลิมในการต่อต้านอิสราเอลทั้งในเลบานอนและปาเลสไตน์ โดยร่วมมือกับอิหร่านในการเป็นทางผ่านและลำเลียงอาวุธไปให้ขบวนการต่อสู้เหล่านี้

“ปัญหาที่เกิดในซีเรีย ก็เพราะซีเรียให้การสนับสนุนฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน ให้การสนับสนุนขบวนการต่อสู้ในปาเลสไตน์ โดยเฉพาะขบวนการฮามาส เอาอาวุธที่อิหร่านส่งให้ผ่านซีเรียส่งต่อไปยังฮิซุลเลาะห์ หรือบางครั้งเข้าซีเรียแล้วผ่านไปยังปาเลสไตน์โดยตรง”

เขาบอกว่าจึงนำมาสู่เหตุผลที่จะต้องทำลายซีเรีย “เพราะยังมีอาหรับเพียงชาติเดียวที่ช่วยปาเลสไตน์โดยตรง ก็คือซีเรีย”

“ดังนั้นก็เลยจะต้องทำการโค่นรัฐบาลซีเรีย เพื่อที่จะทำให้ปาเลสไตน์นั้นลีบลง และทำลายขบวนการฮิซบุลเลาะห์ต้นแบบของการต่อสู้กับยิว” เขากล่าว

เขาบอกด้วยว่า การเกิดขึ้นของผู้ก่อการร้าย “ไอซิส” นั้นก็เพื่อล้มรัฐบาลซีเรียโดยเฉพาะ โดยมีเจตนาที่จะตัดเส้นทางลำเลียงความช่วยเหลือไปยังชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งมีการใช้กลยุทธในการแบ่งแยกทางนิกายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

“มีความพยายามที่จะปลุกซุนนีในซีเรียให้ลุกขึ้นต่อต้านบาชาร์ อัสซาด โดยอ้างว่าบาชาร์ เป็นชีอะห์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอุลามาห์ (นักการศาสนา) ซุนนีระดับสูงในซีเรียไม่ให้การสนับสุนน และออกคำวินิจฉัยเป็นการต้องห้าม (ฮาหร่าม) ที่จะต่อต้านรัฐบาล”

“ขบวนการต่อสู้ในซีเรียไม่ใช่ขบวนการต่อสู้ของชาวซีเรีย แต่เป็นผู้ก่อการร้ายที่นำมาจากทั่วโลก ซึ่งเป็นวะฮาบีทั้งหมด พวกเหล่านี้ไปรวมตัวกันในซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลซีเรีย” เขากล่าวและตั้งคำถามต่อผู้ฟังว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน??”

นอกจากนั้น ซัยยิดสุไลมานยังบอกด้วยว่า การเกิดขึ้นของไอซิสนั้นยังสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังต่อศาสนาอิสลาม และทำให้บรรดาศัตรูของศาสนาอิสลามได้ประโยชน์หลายทาง

“มุสลิมที่บอกว่าศาสนาของเราเชือดคอพ่อแม่ก็ได้ถ้าหากมีทัศนะคติที่ไม่ตรงกับตน มันคือความต้องการที่จะโชว์ภาพอิสลามอันโหดร้ายให้ชาวโลกได้เห็น” ผู้นำชีอะห์กล่าว

กัด “วะฮาบี” ไทยเชียร์ไอซิส

“ช่วงที่เกิดไอซิสใหม่ๆ เด็กๆ วะฮาบีในประเทศไทยทำตัวเหมือนอุลามาห์ ออกมาขอดุอาให้กับไอซิส พร้อมวาทกรรม ‘ไอซิสจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ไอซิสนั้นเป็นมุสลิม’ พี่น้องคงจะจำวาทกรรมนี้ได้” ซัยยิดสุไลมานกล่าวบนเวที

แม้เขาจะไม่เอ่ยชื่อว่าใครเป็นผู้กล่าววาทกรรมนั้น แต่ผู้ฟังก็ทราบดีว่าเขาหมายถึง “อ.มุรีด ทิมะเสน” นักวิชาการชื่อดังของมุสลิมวะฮาบีและเป็นวิทยากรประจำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไวท์ชาแนล เนื่องจากคลิปที่อ.มุรีดพูดนี้ถูกส่งต่อกันอย่างกว้างขวางในสื่อโซเชียลและสร้างกระแสวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมมุสลิม

https://youtu.be/KmifQ2aIsig

“นั่นเพราะพวกเขา (วะฮาบี) คิดว่าจะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของโลกซุนนี แต่แท้ที่จริงคือชัยชนะของโลกวะฮาบี ไม่ใช่ซุนนี ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นวะฮาบีจะมีรัฐของตนเอง แต่พอไปนานเข้าไอซิสเริ่มเพลี่ยงพล้ำ บรรดาบุคคลที่ปล่อยวาทกรรมเหล่านี้ก็เริ่มถอนตัว”

“ถ้าเราสังเกต บรรดาวะฮาบีฮาร์ดคอร์ในเมืองไทยต่างให้การสนับสนุนไอซิสเกือบทั้งหมด” ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี กล่าว

กล่าวได้ว่างานมัสยิดอาลียินนูรอยน์ในครั้งนี้นับเป็นปฐมบทของการจับมือระหว่าง “ซุนนี” กับ “ชีอะห์” ที่ถือเป็นมิติใหม่อย่างน่าประหลาดใจ อีกทั้งยังใช้เวทีสวนคืนวะฮาบีแบบโต้งๆ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นจากนี้ต่อไปจะมีเวทีทำนองนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ และองศาความระอุจะพุ่งปรี๊ดขนาดไหน จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง!!

คลิปบรรยายฉบับเต็ม

loading...