หน้าแรก ประชาสัมพันธ์/กิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์ พีไอเอ็มผนึก บ.หุ่นยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเปิดหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ฯ เร่งป้อนบุคลากรรับไทยแลนด์ 4.0พร้อมชี้ดีมานด์หุ่นยนต์ปี 61 สูงกว่า 2 ล้านตัว ทั่วโลก

พีไอเอ็มผนึก บ.หุ่นยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเปิดหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ฯ เร่งป้อนบุคลากรรับไทยแลนด์ 4.0พร้อมชี้ดีมานด์หุ่นยนต์ปี 61 สูงกว่า 2 ล้านตัว ทั่วโลก

9
Advertisement

พีไอเอ็มเผยภาคการศึกษาไทยต้องสร้างองค์ความรู้เพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่ใช้ได้จริง รุกจัดแสดงโชว์หุ่นยนต์นวัตกรรมแห่งสังคมยุคใหม่ พร้อมโชว์ไฮไลท์ หุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้าน หุ่นยนต์เจียวไข่ฯลฯ

กรุงเทพฯ 16มีนาคม 2560 –สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์หรือ พีไอเอ็มเปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติรับไทยแลนด์ 4.0 และหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve)โดยนวัตกรรมหุ่นยนต์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีความเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่าปีละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ หรือมากถึง 2,327,000 ตัวทั่วโลก และ 41,600 ตัวในประเทศไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า ฉะนั้นแล้วภาคการศึกษาต้องเน้นสร้างองค์ความรู้เพื่อสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่ใช้งานได้จริงทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวมุ่งผลิตบัณฑิตตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ผ่านกระบวนการศึกษาที่เน้นให้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง(Work-based Education)ควบคู่ไปกับการได้รู้จักและมีเครือข่าย (Networking) กับบริษัทผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติชั้นนำทั่วโลกพร้อมกันนี้ พีไอเอ็มได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ “บุคลากรหุ่นยนต์ คนแห่งอนาคต”และได้ทำการจัดแสดงหุ่นยนต์อัจฉริยะกว่า 10 ตัว อาทิเลี่ยงเลี่ยง หุ่นยนต์บริกรสุดไฮเทคจากประเทศจีน, iJINIหุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้านอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดในบ้าน, NAO หุ่นยนต์จำลองมนุษย์ ที่สามารถจำคำพูด จำภาพ และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้, YuMiหุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะผู้ช่วยใหม่ในโรงงานอุตสาหกรรมและหุ่นยนต์ทอดไข่เจียวอัตโนมัติ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุม Auditorium ชั้น 16 อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ พีไอเอ็ม (สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์) ถนนแจ้งวัฒนะโทรศัพท์ 02-832-0200เว็บไซต์ www.pim.ac.th และwww.facebook.com/pimfanpage

Advertisement

อ.พรวิทย์พัชรินทร์ตนะกุลรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พีไอเอ็มกล่าวว่าพีไอเอ็ม เป็นมหาวิทยาลัยแห่งองค์กรธุรกิจ (Corporate University) แห่งแรกของประเทศไทย ได้ศึกษาวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่กำลังเป็นที่สนใจเป็นอย่างมากในระดับนานาชาติ และในปีการศึกษา 2560 นี้ พีไอเอ็ม พร้อมเปิดหลักสูตรปริญญาตรี “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ” หลักสูตรปริญญาตรีด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง มุ่งผลิตบัณฑิตที่สามารถเป็นบุคลากรระดับแนวหน้า สามารถปฏิบัติงานแบบเท่าทันเทรนด์ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีหุ่นยนต์ แขนกล และระบบอัตโนมัติเป็นองค์ประกอบ ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ ทั้งภาควิจัยพัฒนาและภาคการผลิตโดยผู้เรียนจะได้มีโอกาสสัมผัสกับนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดระดับนานาชาติ พร้อมกับได้คลุกคลีกับเนื้อหา การปฏิบัติงาน และเครือข่ายบริษัทผู้ผลิตชั้นนำของโลกตลอดระยะเวลา 4 ปีของหลักสูตร รวมไปถึงมีโอกาสได้ฝึกนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้จริงกับบริบทของประเทศไทยภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดังกล่าว

อ.พรวิทย์กล่าวต่อว่า นวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ แขนกล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาเทรนด์ดังกล่าวเติบโตอย่างทวีคูณ โดยจากตัวเลขจำนวนหุ่นยนต์ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่าปีละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ และจากการคาดการณ์ในปี 2561 จะมีการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมากถึง 2,327,000ตัวทั่วโลก และ 41,600 ตัวในประเทศไทย (ที่มา: IFR – International Federal of Robotics)ซึ่งเมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของทางรัฐบาลที่เน้นย้ำการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ และการที่ “หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม” เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่เร่งพัฒนาเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยแบบก้าวกระโดด ทำให้สามารถสรุปได้ว่าโลกมีความต้องการทางด้านหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมสูง และเชื่อว่าในอนาคตอุตสาหกรรมดังกล่าวจะใหญ่กว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเห็นได้จากการจัดตั้งคลัสเตอร์หุ่นยนต์ในปีที่ผ่านมา เพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว

อ.พรวิทย์กล่าวเสริมว่า ในขณะเดียวกันสำหรับมุมมองความต้องการของภาคเอกชน พบว่าปัจจุบันยังมีความต้องการบุคลากรด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจำนวนมาก ซึ่งหากประกอบกับการพิจารณามาตรการพัฒนาคลัสเตอร์หุ่นยนต์ที่ในระยะสั้น (5 ปี) และระยะยาว (10 ปี) ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ใช้นวัตกรรม (User) และผู้ที่สามารถออกแบบและวางระบบ (System Integrator) ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวเลขการพัฒนาบัณฑิตระดับปริญญาตรีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 300คน/ปี นั้นไม่เพียงพอกับความต้องการของภาคเอกชนที่ต่างเร่งศึกษาและหาแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้าสู่ธุรกิจ โดยภาคเอกชนต่างๆเหล่านั้นต้องการบุคลากรที่พร้อมใช้งาน มีทักษะด้านการแก้ปัญหาความคิดเชิงวิเคราะห์ มีประสบการณ์ด้านการออกแบบ-สร้าง-ทดสอบ และสามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษาฉะนั้นแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาที่จะต้องเร่งสร้างองค์ความรู้เพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง สามารถประยุกต์ใช้เข้าในภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และด้านการเสริมประสิทธิภาพการผลิตอุตสาหกรรม

“หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนที่คนหรือไม่” หรือ “บางอาชีพจะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์”โดยจากการวิเคราะห์และคาดการณ์ตามความน่าจะเป็นในประเด็นดังกล่าวแล้วนั้น บางอาชีพมีความเสี่ยงที่จะถูกทดแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) จริง โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น นักวิเคราะห์หุ้น นักวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีสมองกลได้พัฒนาเรื่อง Deep Learning หรือเทคโนโลยีการเรียนรู้เหมือนมนุษย์อย่างรวดเร็ว อันเห็นได้จากตัวอย่างอันโด่งดังในปี 2016 ที่ผ่านมาที่ปัญญาประดิษฐ์ AlphaGoของกูเกิลสามารถเอาชนะแชมป์หมากล้อมระดับโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าหุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถทำได้มาก่อนมาโดยตลอดอ.พรวิทย์กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พีไอเอ็มกล่าวว่าการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมนั้น ไม่ใช่เป็นการพัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนที่บุคลากรคน แต่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เสริมประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์ ลดภาระหน้าที่บางส่วนที่ทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ อาทิ การสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการหรือการนำเสนอโปรโมชันใหม่ อีกทั้งหุ่นยนต์ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานภายใต้ความเสี่ยงหรืออันตรายต่างๆ อาทิ การปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ในขณะเดียวกัน นวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะเป็นตัวผลักดันให้บุคลากรในตลาดแรงงานต้องพัฒนาทักษะมากขึ้นให้สามารถทำงานร่วมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างมีศักยภาพสูงสุด

ดร.ธันยวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อผลิตบุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานให้ตรงกับความต้องการในช่วง 4 – 5 ปีข้างหน้านั้น ขณะนี้ทางพีไอเอ็มกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการสร้างศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มาพร้อมห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง 4 ส่วน ด้วยเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ด้วยห้องปฏิบัติการอย่างครบวงจร ในศูนย์ฯดังกล่าวจะประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ ส่วนที่ 2 ห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติ  ส่วนที่ 3 ห้องปฏิบัติการควบคุมการสั่งงาน (Computer Numerical Control : CNC) และซอฟต์แวร์ระบบหุ่นยนต์  ส่วนที่ 4 ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมทางวิศวกรรม ภายในแต่ละห้องจะมีอุปกรณ์จริงที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนหุ่นยนต์ และนวัตกรรมต่างๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนระดับนานาชาติรวมกว่า 10 หน่วยงาน อาทิ เซียซัน (SIASUN) บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ชั้นแนวหน้าของประเทศจีน, เอบีบี (ABB)บริษัทวิศวกรรมหุ่นยนต์ ระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยี ที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, คูก้า(KUKA) บริษัทผู้บุกเบิกด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติชั้นนำของโลกมีฐานการผลิตยักษ์ใหญ่ในประเทศเยอรมัน, บริษัท ซีทีไอ โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ให้บริการครบวงจรด้านโลจิสติกส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  และบริษัท เอส.เอ็ม.ซี. (ประเทศไทย) จำกัดเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีอัตโนมัติ ผู้นำตลาดนิวแมติกส์เพื่อให้นักศึกษาสามารถสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงในขณะเรียนรู้ตามแนวคิด “เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” (Work-based Education) ควบคู่ไปกับการได้รู้จักและมีเครือข่าย (Networking) กับบริษัทผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติชั้นนำทั่วโลกและจุดเด่นสำคัญอีกประการ คือการสร้างกรณีศึกษา ผ่านโมเดลจำลองทางธุรกิจด้านหุ่นยนต์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อีกด้วย

ทั้งนี้ พีไอเอ็ม (สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์) ได้จัดงานเปิดตัวหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมกับได้จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “บุคลากรหุ่นยนต์ คนแห่งอนาคต” โดย ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.มหิศร ว่องผาติ ผู้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาระบบหุ่นยนต์ไทย HiveGround และ ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์นอกจากนี้ยังได้มีการจัดแสดงหุ่นยนต์อัจฉริยะกว่า 10 ตัว อาทิเลี่ยงเลี่ยง หุ่นยนต์บริกรสุดไฮเทคจากประเทศจีน, iJINIหุ่นยนต์พ่อบ้านอัจฉริยะ ผู้ช่วยประจำบ้านที่สามารถเชื่อมต่อกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดในบ้าน นำเข้าจากประเทศเกาหลี, NAO หุ่นยนต์จำลองมนุษย์ ที่สามารถจำคำพูด จำภาพ และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้, YuMiหุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะผู้ช่วยใหม่ในโรงงานอุตสาหกรรม, หุ่นยนต์ทอดไข่เจียวอัตโนมัติกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุม Auditorium ชั้น 16 อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ พีไอเอ็ม (สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์)ถนนแจ้งวัฒนะโทรศัพท์ 02-832-0200เว็บไซต์ www.pim.ac.th และwww.facebook.com/pimfanpage

loading...
loading...