หน้าแรก เรื่องเด่น ไฟเขียว! คลังเพิ่มทุนธนาคารอิสลาม 1.8 หมื่นล้าน

ไฟเขียว! คลังเพิ่มทุนธนาคารอิสลาม 1.8 หมื่นล้าน

18
Advertisement

“ครม.” อนุมัติปรับโครงสร้างการเงินธนาคารอิสลาม พร้อมให้คลังเพิ่มทุน 18,100 ลบ. พร้อมโอนหนี้เสียให้ IAM บริหาร “บิ๊กตู่” ลั่นต้องหาคนทำไอแบงก์เสียหายให้ได้!!

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบอนุมัติปรับโครงสร้างทางการเงินของธนาคารอิสลามประเทศไทย โดยให้กระทรวงการคลัง สามารถถือหุ้นเกินสัดส่วน 49% ได้ จากปัจจุบันถืออยู่ที่ 48% นอกจากนี้ยังอนุมัติให้ธนาคารอิสลามดำเนินการโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPF ในส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิม พร้อมหลักประกันให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด (IAM) และให้ IAM รับโอนหนี้ NPF ยกเว้นแต่ยอดหนี้ NPF ในโครงการที่รัฐบาลจะชดเชยความเสียหาย โดยกำหนดราคาโอนในราคามูลค่าตามบัญชีสุทธิ ณ วันโอนสินทรัพย์

ทั้งนี้ ยังอนุมัติให้รัฐบาล จัดสรรงบประมาณให้กับ IAM เพื่อชดเชยต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และสำรองเพื่อการดำเนินงานในส่วนที่เกินจากรายรับในแต่ละปี โดยให้ IAM ดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณ เพื่อชำระเงินดังกล่าวด้วย

Advertisement

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุนเป็นจำนวน 18,100 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคารตามสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อให้ส่วนของทุนอยู่ในระดับที่ไม่ติดลบ สำหรับแหล่งเงินในการเพิ่ม คือ เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงการคลัง 2,000 ล้านบาท เงินกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจในส่วนที่เหลือ

สำหรับปัญหาของธนาคารอิสลาม เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเริ่มขาดทุนและประสบปัญหาหนี้เพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งในปี 2557 มี NPF สูงถึง 47,878 ล้านบาท หรือ 43.40% ของจำนวนสินเชื่อทั้งหมด และมีผลขาดทุนสะสมถึง 28,278 ล้านบาท

นายณัฐพร กล่าวว่า ในที่ประชุม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ธนาคารอิสลาม เร่งหาผู้กระทำความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธนาคารให้ได้ และกลุ่มที่กระทำความผิด ห้ามนำชื่อตนไปแอบอ้างว่าเป็นคนสนิทหรือเป็นเพื่อนโดยเด็ดขาด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การสรรหาพันธมิตรเพื่อเข้าร่วมลงทุนกับธนาคารอิสลามนั้น คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับการปรับโครงสร้างนั้น เพื่อเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานทั้งการเพิ่มฐานลูกค้ามุสลิม ลูกค้าสินเชื่อขนาดใหญ่ที่มีวงเงินมากกว่า 200 ล้านบาท พิจารณาการปิดสาขาที่ไม่มีปัจจัยสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่าย 50 ล้านบาทต่อปี ปรับลดขนาดโครงสร้างองค์กร ปรับลดกรอบอัตรากำลังลด NPF อยู่ในระดับไม่เกิน 6% ของสินเชื่อรวม โดยภายหลังการโอนหนี้ในส่วนของลูกหนี้ที่ไม่ใช่มุสลิมไปยังIAM จะมี NPF ของลูกค้ามุสลืมเหลือ 3,600 ล้านบาท

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

loading...
loading...