หน้าแรก ข่าววันนี้ เศรษฐกิจ/ธุรกิจ สถาบันอาหารเผย ส่งออกทุเรียนผลสดบูมต่อเนื่อง เร่งหนุนคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์ ผลไม้แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม

สถาบันอาหารเผย ส่งออกทุเรียนผลสดบูมต่อเนื่อง เร่งหนุนคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์ ผลไม้แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม

7
Advertisement

สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้ปี 2559  มูลค่าสูงถึง 119,630 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ผลิต ภัณฑ์ผลไม้สดมาแรง สัดส่วนส่งออกมากที่สุดร้อยละ 27 ที่มูลค่า 32,412 ล้านบาท ในจำนวนนี้ร้อยละ 52 มีทุเรียนเป็นพระเอก สร้างมูลค่าส่งออกราว 16,800 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ลำไย มังคุด เงาะ และลองกอง คาดปี 2560 ผลไม้สดจะ ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ล้ านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้งแนวโน้ มส่งออกโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบั นเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 53 ที่ มูลค่าราว 10,910 ล้านบาท        ชี้ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ ในอนาคตจะปรับเป็นแบบผง หรือพร้อมชงมากยิ่งขึ้น   หนุนพื้ นที่ชายฝั่งตะวันออก ระยอง จันทบุรี และตราด ใช้จุดแข็งเป็นพื้นที่ผลิตผลไม้ ที่มีคุณภาพ พัฒนาคลัสเตอร์ผลิตภัณฑ์ผลไม้แป รรูปสู่ตลาดส่งออกควบคู่ไปด้วยเ พื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหก รรมเกษตรแปรรูปอย่างยั่งยืน

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า ในปี  2559 ที่ผ่านมา ประเมินว่าไทยมีปริมาณการส่งออก ผลิตภัณฑ์ผลไม้ทั้งหมด 2.8 ล้าน ตัน มูลค่า 119,630 ล้านบาท มีอัตราเติบโตร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปี 2558  คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 13 ของมูลค่าส่งออกอาหารไปต่างประเทศทั้งหมด โดยมีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน เวียดนาม และฮ่องกง ตามลำดับ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าส่วนใ หญ่ของสหรัฐกว่าร้อยละ 80 เป็นก ารนำเข้าน้ำผลไม้ และสับปะรดกระป๋อง แตกต่างจากจีนและฮ่องกง ที่การนำเข้าส่วนใหญ่ประมาณร้อย ละ 60 และร้อยละ 80 ตามลำดับ เป็นการนำเข้าผลไม้สดจากไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่ชาวจีนนิยมบริโ ภคอย่างมาก ส่วนเวียดนามมีอัตราการนำเข้ าเพิ่มขึ้นสูงที่สุดถึงร้อยละ 6 5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นการนำเข้าในลักษณะเพื่อไปขา ยต่อให้กับประเทศจีนซึ่งมีพรมแด นติดกับเวียดนาม

“หากพิจารณาตามผลิตภัณฑ์การส่งออกจะพบว่า  ผลิตภัณฑ์ผลไม้สดมีสัดส่วนการส่งออกสูงที่สุด คือมีมูลค่า 32,412 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27  ของการส่งออก ผลิตภัณฑ์ผลไม้ทั้งหมด  ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 โดยการส่งออกส่วนใหญ่เป็นการส่งออกทุเรียนสดกว่าร้อยละ  52  ของมูลค่ าการส่งออกผลไม้สดทั้งหมด  หรื อในราว 16,800 ล้านบาท  รองลงมา ได้แก่ ลำไย มังคุด เงาะ และลองกอง เป็นต้น โดยในปี 2560 นี้ คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออกถึง 40,0 00 ล้านบาท โดยทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับคว ามนิยมมากที่สุดในขณะนี้

Advertisement

สำหรับผลิตภัณฑ์ผลไม้อื่นๆที่มี สัดส่วนการส่งออกรองจากผลไม้สด ได้แก่ น้ำผลไม้ คิดเป็นร้อยละ  23 มีมูลค่าราว  27,256 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 28  สับ ปะรดกระป๋อง สัดส่วนร้อยละ 18   มูลค่า 21,074 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ และผล ไม้อบแห้ง สัดส่วนร้อยละ มีมู ลค่าราว 10,910 ล้านบาท โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดคือร้ อยละ 53 เนื่องจากผู้ประกอบการมี การนำเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต ทำให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้ น ขณะเดียวกันผู้บริโภคในต่างประเ ทศหันมานิยมบริโภคผลไม้อบแห้งเป็ นขนมคบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ ส่งผลให้การส่งออกเพิ่มสูงขึ้นอ ย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันไทยมีการส่ งออกผลไม้อบแห้ง  เป็นอันดับที่  ของโลก รองจากตุรกี และสหรัฐฯ ตลาดส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มป ระเทศอาเซียน จีน และฮ่องกง เป็นต้น

นายยงวุฒิ กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมผลไม้มีแนวโน้มเติบโต ขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มอุ ตสาหกรรม จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ บริโภคที่หันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และเอกลักษณ์ของผลไม้เขตร้อนของ ไทยที่มีความหลากหลาย  โดยคาดว่าในอนาคตตลาดผลไม้แปรรูปที่มีลักษณะเป็นขนมคบเคี้ยวที่ทานได้ง่าย   เช่น ผลไม้ทอด ทอฟฟี่ผลไม้ และผลไม้อบแห้ง จะมีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นทั้ง ตลาดในประเทศและต่างประเทศ ตอบโ จทย์กระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังมาแรง  ทั้งนี้ในส่ วนของน้ำผลไม้ คาดว่าในอนาคตจะปรับไปในรูปแบบข องผลิตภัณฑ์แบบผง หรือพร้อมชงมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ เข้ากับวิถีชีวิตของผู้บริโภค และยังเป็นการลดต้นทุนค่าขนส่งข องผู้ประกอบการอีกด้วย

“เมื่อพิจารณาผลไม้จำแนกตามวั ตถุดิบที่สำคัญทางเศรษฐกิ จของไทย พบว่าที่มีแนวโน้มการส่ งออกดี ได้แก่ สับปะรด  ลำไย ทุเรียน มังคุด มะพร้าว และมะม่วง โดยสับปะรด ร้อยละ 68 ส่งออกในรู ปสับปะรดกระป๋อง รองลงมาได้แก่ น้ำสับปะรดร้อยละ 20 ส่วนที่เหลื อได้แก่ สับปะรดกวน และสับปะรดอบแห้ง ร้อยละ12  ขณะที่ลำไย ร้อยละ 62  ส่งออกในรูปลำไยสด รองลงมาได้แก่ ลำไยอบแห้งร้อยละ 34 ส่วนที่เหลื อได้แก่ ลำไยกระป๋องและลำไยแช่แข็ง ตามลำดับ เช่นเดียวกับทุเรียน ที่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 86 ส่งออกในรูปทุเรียนสด รองลงมาได้แก่ ทุเรียนแช่แข็งร้อยละ13 ส่วนที่ เหลือได้แก่ทุเรียนอบแห้งร้อยละ  2 และทุเรียนกวนอีกเพียงเล็กน้ อย โดยมังคุดร้อยละ 99 ส่งออกในรูป มังคุดสด และมีเพียงร้อยละ ส่งออกเป็นมั งคุดแช่แข็ง สำหรับมะพร้าวร้อยล ะ 82 ส่งออกในรูปของกะทิสำเร็ จรูป ส่วนที่เหลือเป็น มะพร้าวผลสด และมะพร้าวฝอยตามลำดับ และมะม่ว งร้อยละ 80 ส่งออกในรูปมะม่วงสด และมะม่วงกระป๋อง รองลงมาได้แก่ มะม่วงอบแห้งร้อยละ 15 และมะม่ว งแช่แข็งร้อยละ 6 ตามลำดับ

นายยงวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมผลไม้จัดเป็นอุตสาหกร รมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้ประ เทศไทยเป็นจำนวนมาก  เพราะนอกจา กจะส่งออกเป็นผลไม้สดเกรดพรีเมี ยมไปจำหน่ายยังต่างประเทศแล้ว ผลไม้ส่วนที่เหลือจากความต้องกา ร ยังสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มเ ป็นสินค้าแปรรูปต่าง ๆ ได้มากมายหลายประเภท  โดยเมื่อเ ร็วๆนี้  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้สถาบันอาหารรับเป็ นหน่วยร่วมดำเนินการ เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรู ประดับคุณภาพดีเยี่ยมชายฝั่ งตะวันออก ทั้งในหมวดผลไม้แปรรูป และเครื่องดื่ม โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกคลัสเตอร์ กลุ่มแปรรูปผลไม้คุณภาพชายฝั่งต ะวันออกที่มีสถานประกอบการตั้งอ ยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วม ทั้งนี้ต้องใช้วัตถุดิบหลักเป็น ผลไม้หรือพืชท้องถิ่นคุณภาพดีที่มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในพื้นที่   กระบวนการผลิตสินค้าต้องผ่านการ รับรองมาตรฐาน หรือได้รับอนุญาตผลิตอาหารตามที่ กฎหมายกำหนด

โดยได้มีการมอบเครื่องหมาย “ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูประดับคุณภ าพดีเยี่ยม” (East coast quality fruit products : ECF) ให้แก่ผู้ประกอบการ 11 ราย รวม 16 ผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการคัดสรรโดยกรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิ ได้แก่  ทุเรียนหมอน ทองอบกรอบตราแม่ลี้, ทุเรียนทอดตราป้าแกลบ, ทุเรียนกวน ทุเรียนสุกกรอบตราจ๊าบ, ทุเรียนฟรีซดรายตรา Fruitural,  กล้วยหอมทองอบกรอบ ทุเรียนอบกรอบ ขนุนทองประเสริฐอบกรอบตราฟรุ๊ ตคิง, ทุเรียนอบกรอบ ขนุนอบกรอบตรา KTV,  ทุเรียนอบก รอบ ฟรีซดราย ตราบีฟรุ๊ต, น้ำสำรองผสมดอกคำฝอย ตราต้นตำรับ, น้ำมังคุดสูตร Extra สูตร Balan ce ตรา Xanberry, น้ำมังคุดสูตร  33% ตราไทยสโนว์ และเนื้อลูกสำรองชนิดแห้งพร้อมช งดื่ม ตรา J House

ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่ งของแผนการพัฒนาคลัสเตอร์ ในการสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ผล ไม้คุณภาพและขยายช่ องทางการจำหน่าย  โดยสมาชิกได้ มีความสนใจร่วมกั นในความพยายามที่จะสร้างแบรนด์ ท้องถิ่น สินค้าคุณภาพของคลัสเตอร์ให้เป็ นที่รู้จักแก่ลูกค้าเป้าหมาย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของสมาชิก ให้แข่งขันกันพัฒนาและสร้างมู ลค่าเพิ่ม สามารถสร้างรายได้และความเข้ มแข็งให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์ และเครือข่ายอย่างยั่งยืน   นั บเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่ วมมือของหลายภาคส่วน

loading...
loading...