หน้าแรก คอลัมน์ประจำ ย้อนรอยการเมือง Di Selatan ย้อนรอยการเมือง Di Selatan (40)

ย้อนรอยการเมือง Di Selatan (40)

1

เมื่อผู้เขียนได้รับคำร้องเรียนจากครูใหญ่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยาและนายมะยากี ดอเลาะ บิดาของ นายอุสมาน ดอเลาะ แล้ว ลำดับแรกผู้เขียนได้ไปตรวจดูบันทึกประจำวันที่บิดาของ นายอุสมาน ดอเลาะ แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอระแงะ แต่ในบันทึกประจำวันระบุว่า นายอุสมาน ดอเลาะ ประสบอุบัติเหตุพลัดตกรถไฟเอง รถไฟทับขาขาดทั้งสองข้าง เมื่อผู้เขียนเห็นบันทึกประจำวันระบุเสียอย่างนี้ โดยสัญชาติญานของคนที่เป็นทนายความ รู้ทันทีว่าจะปล่อยให้ผู้เสียหายดำเนินการตามลำพังไม่ได้เสียแล้ว จำเป็นต้องเข้ารับเรื่องดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีอาญาต่อศาล จะขอเอาศาลเป็นที่พึ่งครั้งสุดท้าย

ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอให้ผู้เสียหายแต่งตั้งทนายความในสำนักงานผู้เขียนดำเนินการฟ้องร้อง นายสุพจน์ โชติกะ เป็นจำเลยต่อศาลเป็นคดีอาญาความผิดฐานประทุษร้ายต่อร่างกาย นายอุสมาน ดอเลาะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเป็นคนทุพพลภาพ ก่อนถึงวันศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง นายสุพจน์ ได้มาติดต่อผู้เขียนเพื่อขอให้ถอนฟ้องและยินยอมจะชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000 บาท แต่ผู้เขียนขอเพิ่มเป็นเงิน 300,000 บาท แต่นายสุพจน์ขอร้องผู้เขียนว่า ตนเองเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ      การรถไฟชั้นผู้น้อยไม่มีฐานะที่ดีนัก ไม่สามารถหาเงินได้ตามที่ผู้เขียนเรียกร้อง และยอมที่จะชดใช้ความผิดในคุกหากผู้เขียนไม่ยอม ผู้เขียนคิดอยู่ในใจว่า นายอุสมาน ดอเลาะ ยังเป็นเด็กนักและขาขาดพิการทั้ง 2 ข้าง หากไม่มีหลักประกันอะไรเลยในอนาคตข้างหน้า เขาคง  เดือดร้อนลำบากอีกมาก ผู้เขียนยอมลดให้อีก 100,000 บาท สุดท้ายคงเหลือ 200,000 บาท ทาง นายสุพจน์ยินยอม ผู้เขียนให้ทนายสำนักงานผู้เขียนกับนายสุพจน์ไปทำสัญญากันในวันไต่สวนมูลฟ้องที่ศาลจังหวัดนราธิวาส โดย นายสุพจน์ชำระค่าเสียหายต่อหน้าศาล ทนายสำนักงานผู้เขียนได้ถอนฟ้องคดีออกเสียจากสารบบความของศาล

เมื่อทนายความได้รับเงินจาก นายสุพจน์แล้ว ผู้เขียนได้เรียก นายมะยากี บิดาของนายอุสมานและญาติๆ เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เขียนให้ซื้อสวนยางในวงเงินที่ได้รับจากค่าชดใช้ครั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับนายอุสมานในอนาคต ซึ่งบิดามารดาและญาติๆ เห็นด้วยตามคำแนะนำของผู้เขียน ผู้เขียนพอใจ นับตั้งแต่นั้นมา เมื่อมีการแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดนราธิวาสเป็น 2 เขตเลือกตั้ง เมื่อ พ.ศ. 2535 ผู้เขียนลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 จึงไม่พบและทราบข่าวคราวของนายอุสมาน อีกเลย จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผู้เขียนได้รับเชิญไปงานแต่งงานในหมู่บ้านไอสะเตียร์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านนายอุสมาน พบกับ นายมะยากี บิดาของ นายอุสมานได้พูดคุยถามข่าวคราวของนายอุสมานจึงได้รับเชิญไปที่บ้าน พบกับนายอุสมานเขาดีใจมากและบอกผู้เขียนว่าเขาไม่เคยลืมที่ผู้เขียนเอาธุระช่วยเหลือเขา เขามีความสุขดี มีภรรยาและบุตรแล้ว นอกจากรายได้จากสวนยางที่ซื้อจากเงินที่ได้รับการชดใช้แล้ว เขากับภรรยายังประกอบอาชีพขายน้ำมันส่งไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในเขตอำเภอระแงะ โดยภรรยานายอุสมานเป็นคนขับรถยนต์เอง อัลฮัมดูลิลละห์ ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยากอันเกิดจากการกระทำอธรรมนั้น อัลลอฮ. (ซ.บ.) ย่อมประทานสิ่งดีๆ ตอบแทนทั้งโลกนี้และโลกหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

การเมืองในภาพรวมของเมืองไทยในช่วงนโยบายแปลงสนามรบเป็นสนามการค้า ส่งผลให้ต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยและการมีนโยบายเปิดการค้าเสรี มีการก่อสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ราคาซื้อขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว สร้างความปิติยินดีให้กับประชาชนชาวไทยทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ชายแดนทุกด้าน ประชาชนชาวไทยยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบาน ความเครียดที่มีมาแต่ปางก่อน อันเกิดจากวันดีคืนดีมีการยิงกระสุน ระเบิด ข้ามแดนปลิวว่อนผ่านหลังคาบ้านไปมา ความตื่นตระหนกตกใจได้หายมลายไปสิ้น ในส่วนทางภาคใต้ของเมืองไทยมีทะเลขนาบข้างทั้งตะวันออกและตะวันตก นายกรัฐมนตรี พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศขณะนั้น) ประกาศนโยบายพัฒนาพื้นที่แถบชายทะเลทางใต้เรียกว่า Soufhern Sea Bord  เรียกเสียงดังกระหึ่มตั้งแต่จังหวัดชุมพรจรดไปถึงจังหวัดนราธิวาส ทำให้พรรคชาติไทยกลายเป็นแม่เหล็กที่จะสามารถดูดนักการเมืองจากพรรคเล็กๆ ต่างๆเข้ามาสวามิภักดิ์ได้ไม่ยากนัก

ประมาณกลางเดือน เมษายน 2532 พรรคการเมืองได้มีการเคลื่อนไหวปรับตัวเพื่อความอยู่รอด มีการรวมตัวพรรคเล็กเข้ากับพรรคใหญ่ เพื่อเพิ่มบทบาทการต่อรองทางการเมืองให้มากขึ้น กล่าวคือ พรรคการเมือง 4 พรรค ประกอบด้วย พรรครวมไทย พรรคกิจประชาคม พรรคประชาชน และ พรรคก้าวหน้า มีการหารือจะรวมพรรคการเมืองเป็นพรรคเดียว ในขณะเดียวกันพรรคชาติไทยแกนนำหลักของรัฐบาลก็ได้ทาบทาม ส.ส. ในพรรคเล็กที่เป็นฝ่ายค้าน หากพรรคต้นสังกัดยุบพรรคแล้วให้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย ซึ่งก็ได้ผลมี ส.ส. จากพรรคประชาชนจำนวน 9 คน จาก 19 คน ที่เป็น ส.ส. ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย เช่น พล.อ. หาญ ลีนานนท์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจาตุรนต์  ฉายแสง ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา นายนิกร จำนง ส.ส. จังหวัดสงขลา นายพิทักษ์ รังษีธรรม ส.ส. จังหวัดตรัง นายจัตุรนต์ คชสีห์ ส.ส. จังหวัดชุมพรเป็นต้น นอกนั้น ส.ส.ที่อยู่ในพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 4 พรรค ได้ยุบรวมเข้าเป็นพรรคเดียวกันชื่อว่า พรรคเอกภาพ

กลุ่มเอกภาพสังกัดพรรคประชาชนมี ส.ส. มุสลิม 4 คน (นายเด่น โต๊ะมีนา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ และ นายสมบูรณ์ สิทธิมนต์) เป็นที่ต้องการของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคชาติไทยและหมายมั่นปั้นมือจะชวนเข้ามาอยู่ในพรรคชาติไทยให้ได้ แต่ก็ผิดหวัง เพราะ ส.ส. 4 คนในกลุ่มเอกภาพได้เดินเข้ามาอยู่ในพรรคเอกภาพอย่างมั่นใจและหนักแน่นในอุดมการณ์ จนได้รับการยกย่องสรรเสริญจากคอลัมนิสต์หลายรายเขียนลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐฉบับรายวันฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม 2532 คอลัมน์ หมายเหตุข่าว ดังมีข้อเขียนดังนี้

ขอคารวะ

หลังจากที่ถูกเกี้ยวขนาดหนัก ทั้งจากกลุ่มที่ตบเท้าเข้าไปซบร่มไม้ชายคาของพรรคชาติไทย ขนาดลงทุนไปเจรจาถึงปักษ์ใต้ และจากพรรคชาติไทย และจากกิจสังคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน 4 คน ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจก็ตัดสินใจได้แล้ว

ทั้ง 4 คน เดินเข้าพรรคเอกภาพ

นี่เป็นเรื่องที่น่ายกย่องน่าสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยทั้ง 4 คน ก็ได้ปฏิเสธเงินเดือนที่จะได้รับจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้วคนละ 22,000 บาท

มีรายงานข่าวว่า 9 ส.ส. ที่บอกว่า เข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากเห็นว่าพรรคชาติไทยต้องการคนหนุ่มและเห็นว่าฝ่ายค้านรวมเป็นพรรคเอกภาพรวมกันก็เพื่อที่ร่วมรัฐบาล ก็เลยชิงร่วมเสียก่อน ได้หรือกำลังจะได้ตำแหน่งที่ปรึกษาฟาดเงินเดือนคนละ 22,000 บาท นอกเหนือจากที่ได้เงินเดือนของสภาผู้แทนราษฎร

เงินจำนวนนี้ ถ้าหากได้ ก็คงจะพอเลี้ยงเหลือบไร ที่ทำหน้าที่เป็นมือเป็นไม้ให้กับ ส.ส. กลุ่มนี้ได้บ้างพอสมควรอยู่ แต่ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชน อย่าลืมว่าเป็นเงินที่เคยด่าคนอื่นเขา

ส.ส. ทั้ง 4 ที่จะต้องจารึกชื่อเอาไว้ก็คือ นายเด่น โต๊ะมีนา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายสมบูรณ์ สิทธิมนต์

ทั้ง 4 เป็น ส.ส. มุสลิม พวกเขาเป็นลูกอันประเสริฐของพระมหะหมัด

พวกเขาให้เหตุผลว่า การเป็นฝ่ายค้านก็สามารถเป็นผู้แทนราษฎรที่ดีได้ เพราะฝ่ายค้านควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล

เหตุผลของพวกเขาถูกต้อง การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ถ้าหากรู้จักหน้าที่ของตนก็ดีทั้งนั้น ที่ยุ่งอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะ ส.ส. ส่วนหนึ่งไม่รู้จักหน้าที่ของตน คิดอย่างเดียวแต่ที่จะต้องหาเสียง การหาเสียงก็คือ ทำให้ชาวบ้านเห็นว่า มีส่วนในการสร้างศาลาสร้างถนน หรือดึงงบประมาณมาเข้าจังหวัดหรือท้องที่ของตนให้ได้มากๆ

ผู้แทนราษฎรนั้นเป็นปากเป็นเสียงของ ปวงชนชาวไทย ไม่จำเพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจถึงภาระหน้าที่ที่แม้จริงของตนว่ามีอะไร

ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลนั้น ก็ดีตรงมีโอกาสได้นำนโยบายในพรรคของตนออกมาใช้ ออกมาบริหารประเทศ

ไม่ใช่ดีเพราะมีโอกาสได้ใกล้กับอำนาจ ไม่ใช่ดีเพราะมีโอกาสอิ่มหมีพีมัน พ้นจากการตายอดตายอยาก พ้นจากความยากจนข้นแค้น ไม่ใช่ดีเพราะจะได้เป็นรัฐมนตรี เป็นเลขา หรือเป็นที่ปรึกษาก็เอาดี อย่างที่เล่นๆ กันอยู่ทุกวันนี้

เพลิง พยัคฆ์

ข้อเขียนของคอลัมนิสต์ เพลิง พยัคฆ์ ในคอลัมน์ หมายเหตุข่าว ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐฉบับรายวันนี้ มีผลทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยรู้จักและคุ้นเคยกับกลุ่มเอกภาพมากขึ้นเป็นลำดับ บังเอิญชื่อของกลุ่ม ส.ส. มุสลิมทางใต้ไปตรงและซ้ำกับชื่อพรรคเอกภาพที่ตั้งขึ้นมาใหม่และเป็นพรรคที่ ส.ส. มุสลิมกลุ่มเอกภาพเข้ามาเป็นสมาชิก ดังนั้นในที่ปรึกษาหารือของ ส.ส. กลุ่มเอกภาพ ได้ยกหารือในเรื่องนี้ เกรงว่าประชาชนจะสับสนกับชื่อกลุ่มและพรรค จึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่า วันหลังเมื่อจะมีการแถลงการณ์หรือให้ข่าวกับสื่อสารมวลชน ทาง ส.ส. กลุ่มเอกภาพจะเปลี่ยนเรียกชื่อกลุ่มตนเองใหม่ว่า

กลุ่ม วะห์ดะห์ แต่สื่อต่างๆ ไปสะกดเขียนว่า กลุ่มวาดะห์ นับตั้งแต่นั้นมา

loading...