หน้าแรก เรื่องเด่น งามหน้า! พบหลักฐาน จนท.กองกำลังสันติภาพยูเอ็น ข่มขืนหญิงวัย 19 ในแอฟริกากลาง

งามหน้า! พบหลักฐาน จนท.กองกำลังสันติภาพยูเอ็น ข่มขืนหญิงวัย 19 ในแอฟริกากลาง

17

แอมเนสตี้ลงพื้นที่แอฟริกากลาง พบหลักฐานเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพ UN วางยาและข่มขืนวัยรุ่นหญิงอายุ 19 ปี พร้อมกดดัน UN เร่งสืบสวนและลงโทษคนผิดโดยเร็ว

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ขององค์กร เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมาระบุ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สาธารณรัฐแอฟริกลาง เพื่อเสาะหาหลักฐานกรณีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UN) วางยาและข่มขืนวัยรุ่นหญิงอายุ 19 ปีคนหนึ่งในเมืองบามบารี โดยพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขึ้นจริงเมื่อคืนวันที่ 30 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

หลักฐานดังกล่าวได้มาจากการสัมภาษณ์วัยรุ่นหญิงที่คาดว่าเป็นเหยื่อการข่มขืน และพยานบุคคลที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอีกสิบคน แอมเนสตี้พบด้วยว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางยาและข่มขืนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ชาวมอริเตเนียในกองกำลังรักษาสันติภาพของ UN และอาจก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคน

หญิงวัย 19 ปีที่ระบุว่าตัวเองถูกข่มขืนเล่าว่าในคืนเกิดเหตุ เธอกำลังเดินกลับบ้านผ่านจุดตรวจของกองกำลังรักษาสันติภาพ โดยเจ้าหน้าที่ได้เอาชาให้เธอกิน เธอตอบรับเพราะรู้สึกเหนื่อย หลังจากนั้นหลายชั่วโมง เธอฟื้นขึ้นมาในสภาพเกือบเปลือย จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่การแพทย์มาพบ จึงพาเธอไปตรวจเช็กและให้น้ำเกลือที่คลินิก โดยตรวจพบร่องรอยการถูกวางยาและข่มขืนในเช้าวันต่อมา

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เล่าให้แอมเนสตี้ฟังด้วยว่าในคืนนั้นมีเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามาถามหาวัยรุ่นหญิงคนดังกล่าวที่คลินิกถึงสองครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและตำรวจพบซากถุงยางและชิ้นส่วนที่คาดว่ามาจากรองเท้าทหารในบริเวณที่เกิดเหตุด้วย

ขณะนี้ อัยการท้องถิ่นของเมืองบามบารีได้ส่งข้อมูลของเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุดของแอฟริกากลางแล้ว เพื่อให้ดำเนินการทางการทูตต่อไป เนื่องจากกองกำลังรักษาสันติภาพของ UN มีสิทธิไม่ต้องถูกฟ้องคดีอาญาในประเทศที่พวกเขาประจำการ โดยประเทศต้นสังกัด ในที่นี่คือมอริเตเนีย จะต้องดำเนินการสืบสวนและเอาผิดเอง

เหตุข่มขืนโดยเหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพของ UN เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปีในกรุงบังกี เมืองหลวงของแอฟริกากลาง เมื่อเดือนก่อน และแม้ว่าหลายกรณีมีพยานและหลักฐานชัดเจน แต่นอกเหนือจากกรณีข้างต้นแล้ว ยังไม่มีการสืบสวนเพื่อเอาผิดทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเลย

แอมเนสตี้ทั่วโลกประณามการล่วงละเมิดทางเพศทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการข่มขืนที่ก่อเหตุโดยเจ้าหน้ากองกำลังสันติภาพของ UN แอมเนสตี้เรียกร้องให้ UN สืบสวนข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างจริงจัง ตลอดจนระงับ ปลดประจำการ หรือนำตัวผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหากพบว่าทำผิดจริง

“กองกำลังรักษาสันติภาพของ UN เข้าไปประจำการในแอฟริกากลางเพื่อป้องกันความรุนแรงต่อพลเรือน ไม่ใช่เป็นผู้สร้างความรุนแรงเสียเอง” โจแอน มารีเนอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายตอบสนองเหตุฉุกเฉิน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

ทั้งนี้ ตัวแทนกองกำลังรักษาสันติภาพของ UN ได้ออกมาแถลงว่าได้มีการส่งทีมไปยังเมืองบามบารีเพื่อสืบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างจริงจังแล้ว โดยสัญญาว่าจะมีการลงโทษหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทำผิดจริงอย่างแน่นอน

loading...