หน้าแรก ทัศนะ/บทความ สำหรับสว. ชุดใหม่ โดยเฉพาะ สว.มุสลิม

สำหรับสว. ชุดใหม่ โดยเฉพาะ สว.มุสลิม

88

โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์  (อับดุลสุโก  ดินอะ)
กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา
Shukur2004@chaiyo.com, http://www.oknation.net/blog/shukur


ด้วย พระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน


วันที่ 30 มีนาคม 2557 เราได้ สมาชิกวุฒิสภาชุดดเลือกตั้ง

สำหรับหน้าที่สำคัญของ ส.ว.

1. การกลั่นกรองกฎหมาย 
ส.ว.มีอำนาจในการกลั่นกรองกฎหมาย โดยสามารถแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ เพื่อให้การออกกฎหมายเป็นไปด้วยความรอบคอบ รัดกุม และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

2. การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน 
หน้าที่ควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษางานด้านต่างๆ ให้มีการตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพื่อให้มีข้อสังเกต คำแนะนำ และกระตุ้นเตือนรัฐบาล รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจของรัฐบาล

3. การเลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบ 
กำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ให้วุฒิสภา ทำหน้าที่เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆโดยเฉพาะองค์กรตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

4. การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง วุฒิสภามีอำนาจในการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ เป็นไปด้วยความระมัดระวัง และเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ผู้ ถูกเลือกตั้งกรุณาได้นำหลักและคุณสมบัติของผู้นำตามศาสนธรรมที่พระเจ้าได้ ดำรัสในคัมภีร์อัลกุรอ่านและวจนศาสนฑูตมุฮัมมัดมาเป็นกรอบในการปฏิบัติ ดังนี้

1.ผู้นำ ต้องมีศาสนธรรม ความรู้ ความสันทัด ความสามารถในการในบทบาทหน้าที่ตามที่กล่าวมาแล้ว มิใช่ด้วยเหตุผลการสืบทอดและความร่ำรวย (ซูเราะห์ อัล-บะก่อเราะห์ อายะห์ที่ 247)

2.ผู้นำ ต้องมีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน ผู้นำเมื่อมีการบิดพลิ้วก็จะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำ จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ ดังดำรัสของอัลลอฮฺในอัลกุรอ่านความว่า แท้จริงอัลลอฮ์ ทรงมีบัญชาแก่พวกเจ้าให้พวกเจ้ามอบความไว้วางใจ (ให้รับผิดชอบการงานหรือตำแหน่งหน้าที่ใดๆ) แก่ผู้ทรงสิทธิของมัน และเมื่อพวกเจ้าทำการตัดสินในระหว่างมนุษย์ พวกเจ้าจงตัดสินด้วยความยุติธรรม แท้จริงเป็นการดียิ่งที่พระองค์ทรงตักเตือนพวกเจ้าในสิ่งนั้น แท้จริงอัลลอฮ์ทรงได้ยิน อีกทั้งทรงมองเห็น (ซูเราะห์ อันนิซาอ์ อายะห์ที่ 58)

3.ตำแหน่ง ผู้นำและอำนาจการที่ได้รับนั้นคือ อามานะห์ (ความไว้วางใจ) อย่างหนึ่งที่กลุ่มชนได้มอบความไว้วางใจ มอบภารกิจอันทรงเกียรติให้ท่านรับผิดชอบ เพราะท่านศาสนฑูตมุฮัมมัด ได้ทรงวัจนแก่ท่านอบี ซัรรีน (สหายศาสดา) ความว่า อำนาจการที่ได้รับนั้นคืออามานะห์ และในวันกิยามัต (สิ้นโลก) มันจะมีแต่ความอัปยศและความเสียใจ เว้นเสียแต่ผู้ที่นำมันมาด้วยความชอบธรรมและดำเนินการตามภาระที่มีอยู่ (บันทึกโดยมุสลิม)

4.อย่า บิดพลิ้วต่อประชาชนผู้มอบความไว้วางใจ ดังดำรัสของอัลลอฮฺในอัลกุรอ่านความว่า โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าอย่าบิดพลิ้วต่ออัลลอฮฺและศาสดา และอย่าบิดพลิ้วต่อความไว้วางใจ (ที่ผู้อื่นมอบแก่) พวกเจ้า ทั้งๆ ที่พวกเจ้าก็รู้ดี (ซูเราะห์ อัล-อัมฟาล อายะห์ที่ 27)

5.ทุก คนต้องถูกสอบสวนในความรับผิดชอบเพราะท่านศาสนฑูตมุฮัมมัด ได้ทรงวัจนความว่า พวกเจ้าทุกคนเป็นผู้รับผิดชอบ และพวกเจ้าทุกคนต้องถูกสอบถาม จากความรับผิดชอบในบุคคลที่อยู่ภายใต้การดูแล

6.ให้ ความสำคัญกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเมืองภาคประชาชน เพราะประชาชนทั่วไปยังคงมีอำนาจอยู่ในการปกครองและตรวจสอบผู้ที่เขาเลือกไป เป็นตัวแทนของเขาด้วย

การ เรียกร้องสู่ความดีปราบปรามความชั่วเป็นสิทธิของทุกๆคนในสังคม และสิทธิในการที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของพวกเขา เพราะท่านศาสนฑูตมุฮัมมัด ได้ทรงวจนะความว่า ผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่านได้เห็นความผิดใดๆ ก็จงเปลี่ยนแปลงด้วยมือ (หมายถึงอำนาจถ้ามี) หากเขาไม่มีความสามารถก็จงเปลี่ยนแปลงด้วยลิ้น (หมายถึงตักเตือนคัดค้าน) หากเขาไม่มีความสามารถก็จงเปลี่ยนแปลงด้วยหัวใจ (หมายถึงการเกลียดความผิดนั้น) และนั่นคือความศรัทธาที่อ่อนแอที่สุด บันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม

ที่ สำคัญการเมืองของท่านและทุกคนหรือที่เรียกว่าการเมืองภาคพลเมือง (citizen politics) หรือการเมืองภาคพลเมือง (citizen politics) มิใช่หยุดแค่ 30 มีนาคม  2557  เท่านั้น เพราะประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่การเลือกตั้ง

การ เลือกตั้งในวันนี้ประชาชนยังสงสัยว่าท่านเป็นตัวแทนของพรรคใหญ่หรือกลุ่ม การเมืองที่ขัดแย้งและ ยังใช้ระบบหัวคะแนนและยังให้ความสำคัญกับ การเมืองของนักการเมือง หรือที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยโดยอ้อมหรือประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนราษฎร (representative democracy) เสียมากกว่า ทำให้หลายฝ่ายรวมทั้งผู้เขียนมีความวิตกว่าหากปล่อยให้ระบบประชาธิปไตยแบบ ตัวแทนอย่างเดียวหลังเลือกตั้งเสร็จ ก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อการพัฒนาการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหลังเลือกตั้งเช่นกันดังเช่นในปัจจุบันที่ผ่านมา ที่เกิดวิกฤติความแตกแยกอย่างชัดเจนแบบสองขั้ว

ดัง นั้น การเมืองภาคประชาสังคม (civil society) หรือการเมืองภาคพลเมือง (citizen politics) จะต้องมีความเข้มแข็ง และสามารถปฏิเสธ ธนาธิปไตย ซึ่งเงินซื้อไม่ได้ ประชาชนเป็นตัวของเขาเอง  ที่สำคัญ ประชาชน ต้องร่วมมือกับ นักวิชาการน้ำดี บวกกับ สื่อมวลชนที่มีจรรยาบรรณ ร่วมขจัดคนทาสกลุ่มต่างๆที่กล่าวมาแล้วและปัญหาของชาติก็จะบรรเทาเบาบางลงใน ที่สุด

loading...