หน้าแรก วาไรตี้ ท่องเที่ยว เที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

เที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

456

พากล้องเที่ยว : โดย สิทธิ โต๊ะหวัง

 

“ชวนเพื่อนไปเที่ยวมันบอกไม่ดี แต่ชวนเพื่อนเที่ยวฟรี มันบอกนานๆทีก็ดีเหมือนกัน” อะแจ๋แฮ่!!…พบกับพากล้องเที่ยวอีกครั้งเท้าความจากตอนที่แล้ว เมื่อกล้องมีแล้ว กระเป๋าตังค์พร้อมแล้ว แผนที่ นู้นนี้นั้น ก็มีแล้ว งั้น..ออกเดินทางได้แล้ว !! สตาร์ทรถ ใครมีจักรยานติดมาด้วยก็ดีครับ เพราะทริปนี้เราจะพากล้องมาเที่ยว..ที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แค่ชื่อก็หวานซะ 

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งอยู่หนใดเล่า…บอกอีกทีละกัน

ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ ให้ลงจากทางด่วน ดาวคะนอง-สุขสวัสดิ์ ที่ถนนสุขสวัสดิ์ วิ่งจนถึงสามแยกพระประแดง-สุขสวัสดิ์ เลี้ยวซ้ายเมื่อถึงสามแยก ขับตรงอย่างเดียวจนถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหาร ไปตามถนนเพชรหึงษ์ประมาณ 5 กิโลเมตร ข้ามคลองลัดโพธิ์คลองขุดในโครงการในหลวง เลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรหึงษ์ 26 แล้วจะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดน้ำ ประมาณ 700 เมตร  ถ้ายังมาไม่ถูก เปิด ด๊อกเตอร์กูเกิ้ลเลยครับ เค้ารู้ทุกอย่าง หรือไม่ ถ้ามาถึงพระประแดงแล้ว ก็ถามครับ ไม่ต้องอาย โดยเฉพาะชายแมนๆทั้งหลายถามเถอะครับไม่เสียหายอะไร คนแถวนั้นรู้จักแน่นอน ถ้าตอบไม่ได้แสดงว่าเป็นคนต่างซาตแน่แน่!! อิอิ

ชิม ช๊อป ถีบ ถ่าย ผมให้นิยามแบบนี้น่าจะได้นะเพราะ “ชิม” ที่นี้มีให้ชิมตลอดทางจะเรียกว่าสวรรค์ของนักชิม ก็ว่าได้ เพราะตลอดทางจะเน้นเรื่องของกิน “ช๊อป” รับลองกระเป๋าฉีกเพราะมีแต่ของแปลกๆหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด  ส่วนแฟนๆบรรดาขา “ถีบ” จักรยาน ก็ถีบไปได้ทั่ว…รอบๆตลาด “ถ่าย” ครับตรงประเด่น ถ่ายภาพงานเราถนัด ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ถ่ายอะไร บางคนได้ยินตลาดน้ำ…แหม่!!เตรียมหมอบคลานต่ำ ถ่ายรูปยายแก่ๆพายเรือ ฝันครับ ฝันไปเลย ที่นี้ตลาดน้ำก็จริง แต่ไม่มีเรือครับ เค้ายกพลเรือ ขึ้นบกกันหมดแล้ว ในสมัยแรกๆมีเรือให้เช่าพายเอง แต่หลังๆไม่เห็นมีแล้ว น่าจะเลิกไปเนื่องจากความปลอดภัยหรือคนไทยไม่นิยมก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าตัดเรื่องเรือไปได้เลย “ช๊อป กับ ชิม” ผมข้ามไป ผมมาคุยกันที่ “ถีบ กับ ถ่าย” ละกัน เอาเป็นว่าบางคนมาถึงพร้อมกล้องแล้ว ทำอะไรไม่ถูก ถ่ายอะไรละทีนี้ ใช้กล้องแบบไหน เลนส์อะไร เดียวผมจะชี้นำทางสว่างให้ละกันนะครับ

p04

กล้องใหญ่ๆเลย แบ่งเป็นกี่ประเภท? ถ้าเป็นลักษณะของกล้อง ก็จะแยกเป็นสองประเภท คือกล้องฟิล์ม กับกล้องดิจิตอล ซึ่งในอดีตจะมีแค่แบบเดียวคือกล้องฟิล์ม แต่ปัจจุบัน กล้องฟิล์มนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมซักเท่าไหร่ เพราะยุ่งยากแถมถ่ายเสร็จก็ไม่เห็นภาพเลย ต้องนำไปล้างก่อน  กล้องถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ก็จะแบ่งโดยการ ที่กล้องสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือไม่ได้นั้นเอง จะแบ่งเป็น สามประเภทหลักๆ ประเภทแรก กล้องคอมแพค (Compact Camera) ซึ่งเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ ให้เลนส์อะไรมาก็ได้แต่ซูมเข้าๆออกๆ มีขอบเขตจำกัดแต่มีข้อดีคือเล็กมากพกพาง่าย ผมรวมกล้องมือถืออยู่ในประเภทนี้ด้วยนะครับ

ประเภทที่สองกล้อง DSLR (Digital single-lens reflex) อันนี้มีขนาดใหญ่เปลี่ยนเลนส์ได้ตามใจนึกมีเลนส์ให้เลือกมามายกายกอง แต่ราคาก็กองเหมือนกัน อันสุดท้ายนี้เป็นกล้อง Mirrorless มิร์เรอร์เลส (กล้องไร้กระจกสะท้อนภาพ)  ที่ผสานระหว่างกล้อง DSLR กับกล้อง Compact นั้นก็คือเล็กเบา เปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งถูกใจวัยโจ๋เป็นอย่างมาก ราคาก็ไม่แรงเท่าไหร่ แต่ถ้ารุ่นท็อปๆก็เฉียด DSLR เลยทีเดียว

ที่ นี้เราจะเลือกใช้กล้องแบบไหนดีในการถ่ายภาพตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อันดับแรกเราอาจจะไม่เคยไป ไม่มีประสบการณ์ เราควรหารูปภาพตลาดน้ำบางน้ำผึ้งมาดูก่อน โดยการหาดูได้ในอินเตอร์เน็ตทั่วไปเพื่อประมวลภาพโดยรวมว่า มีมุมไหนเป็นมุมมหาชน มุมกว้างแคบ ศึกษาก่อนครับแล้วปัญญาจะเกิด  ใครคิดว่าเราจะ  ก็อปปี้มุมก็ปล่อยให้เค้าคิดไปเถอะครับ เพราะหลายงานศิลปะนั้นมาจากการก็อปปี้ก่อน แล้วพัฒนาต่อยอด มาเป็นงานสไตล์ของตัวเอง เช่นกันกับงานถ่ายภาพ ก็มีลักษณะแบบนี้ อันนี้นานาจิตตังนะครับ พอเห็นภาพแล้วเราถึงจะทราบว่าเราจะใช้กล้องอะไรในการถ่ายภาพ

ทริ ปนี้ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง มีลักษณะสร้างจากการรวมตัวขายสิ้นค้าในเรือจากชาวบ้านทั่วไปแต่ตอนหลัง แม่ค้ามีมากทาง อบต.บางน้ำผึ้งจึงจัดให้เป็นสัดเป็นส่วน แต่ สิ่งที่แตกต่างคือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับการค้าขายซึ่งทำได้ค่อยข้าง ลงตัว พื้นที่นั้นมีค่อนข้างกว้างดังนั้น กล้องที่เราเตรียมมาควรจะเบาและเลนส์ก็ควรจะเล็กและเบาไม่ใหญ่มาก ถ้าเป็นกล้องคอมแพคน่าจะเหมาะสมมาก.. ใช้บันทึกภาพทั่วๆไป และยังถ่ายภาพแนว street photography หรือภาษาบ้านเราก็ภาพถ่ายข้างถนน กล้องคอมแพคบางตัวสามารถตั้งค่าหรือปรับเปลี่ยนได้มาก พอๆกับ DSLR หรือ กล้องมิร์เรอร์เลส (กล้องไร้กระจกสะท้อนภาพ) มันก็จะเป็นข้อดีมาก อันนี้ผมเคยใช้กล้อง คอมแพค สไตล์ที่ปรับแต่งได้เหมือนกล้องโปร ในการถ่ายแนว street photography เช่นกล้อง Cannon รุ่น G10 ซึ่งกล้องตัวนี้ก็ออกหลายปีแล้ว แต่ส่วนตัวก็ก็ชอบนะ เพราะว่าสามารถซูมได้ ปรับค่าได้มาก ใครหามาไว้ใช้ ผมคิดว่าไม่ผิดหวัง แต่ถ้ามี DSLR ก็ควรจะจัดเซตที่ไม่หนักมากไป อุปกรณ์หลักก็กล้องกับเลนส์พอ ขาตั้งเอยแฟลชเอย ไม่ต้องพกไปครับหนักเปล่าๆ ส่วนมากจะกลางแจ้งแดดเปรี้ยงๆ เลนส์ก็น่าจะเป็นเลนส์ซูมที่มีระยะ ตั้งแต่ 24-85 ซึ่งถ่ายครอบคลุมมุมกว้างได้ และถ่ายภาพบุคลได้ดี แต่จะให้สนุกเน้น street photography ก็ใช้เลนส์ฟิกซ์ระยะ 50 mm หรือ 85 mm ไปเลยก็ได้ เพราะการที่จะถ่ายภาพแนวนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องแอบถ่ายอะไร อยากถ่ายคุณยายแก่ๆขายอาหารก็สามารถเดินไปบอกเค้าว่า ขอถ่ายภาพขณะเค้าทำกิจกรรมต่าง แต่ต้องรอซักพักให้เค้าหายเกร็งหรือเราก็รอไปเรื่อยๆจนยายเริ่มเซ็ง จนหันไปทำงานของเค้าต่อ เวลานั้นแหละครับ เราก็ค่อยบรรจงถ่ายภาพ ขอบอกครับว่า ไมต้องรีบถ่ายภาพ ต้องใจเย็นๆ

P01

เนื่องจากตลาดน้ำบางน้ำผึ้งนั้น เป็นตลาดที่สร้างขึ้นจากชาวบ้านรวมตัวกัน แต่ไไม่ได้เป็นตลาดเก่าแก่อะไรเหมือนกับตลาดน้ำทั่วไป เช่นอัมพวาหรือ ดำเนินสะดวก สถานที่ก็เลยถูกสรรค์สร้างขึ้นมา ไม่มีสิ่งที่เป็นแลนด์มาร์คหรือจุดเด่นใดๆ ในเป็นความน่าสนใจในการถ่ายภาพเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงต้องโฟกัสไปเป็นที่เป็นที่ไป ที่ผมจะแนะนำให้พากล้องไปเที่ยวนั้นก็น่าจะเป็นส่วนที่เรียกว่าเรือนนมสด ซึ่งเป็นเรือนไม้เก่าๆที่ไว้ค่อยตอนรับคนที่ผ่านไปผ่านมา เป็นสิ่งที่พอจะเชิดหน้าชูตาของที่นี้ แต่ก็ยังมีร้านขายของย้อนยุคที่พาให้คิดถึงวัยเด็ก มุมศิลปะสวนมะพร้าว หรือพวกกาแฟโบราณอะไรประเภทนั้นซึ่งถ้าช่างภาพมือใหม่ มือเก่าก็มักจะหามุมกล้องได้ไม่ยากในร้านค้าย้อนยุค จักรยานโบราณ มุมคอกแพะ และแม่ค้าพ่อค้าที่มีท่าทางจริงจัง ทำให้เราอยากจะบันทึกภาพไม่รู้จบ แต่ว่าจำได้ไหมครับที่ผมบอกว่าให้เอาจักรยานมาด้วย นั้นแหละครับไฮไลท์สำคัญผมจะพาท่านผู้ชมไปชมอำเภอ พระประแดงซึ่งแน่นอนชุมชนเก่าแก่นั้นคงมีอยู่รอบตัวตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและ สถานที่ใกล้เคียงอีกด้วย ในตอนหน้าผมจะพากล้องไปท่องเที่ยวใกล้ๆแถวตลาดน้ำบางน้ำผึ้งนี้แหละครับ ไปดูชุมชนมอญและมาลายูโบราณ แล้วเราจะไปเก็บภาพสวยๆและรู้ถึงประวัติอันยาวนาน มาฝากท่านผู้อ่านกันแน่นอน

แล้วพบกันในตอนหน้าครับ สวัสดีครับ

loading...