หน้าแรก ทัศนะ/บทความ การเปลี่ยนผ่านของซาอุดิอาระเบีย

การเปลี่ยนผ่านของซาอุดิอาระเบีย

671

การสิ้นพระชนม์ของ กษัตริย์ อับดุลเลาะฮ์ จะเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลง คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจของโลกมุสลิม เพราะซาอุเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค การสลับเปลี่ยนขึ้นครองอำนาจตั้งแต่สิ้นพระชนม์ของ เจ้าชาย ซาอูดในปี 1953 จนมาถึง เจ้าชาย ซัลมาน คนล่าสุดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นภายในเป็นเรื่องปรกติของช่วงเวลา การเลือกคนที่เหมาะสมความกระหายในอำนาจความอยากถือเป็นปรกตินิสัยของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ด้วยวัย 70 ปี ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกถือเป็นความเหมาะสมที่สุด

สิ่งที่น่าสังเกตในช่วงการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลที่เป็นไปอย่างรวดเร็วทั้งภายใต้รัฐบาลใหม่การให้คำมั่นสัญญาของชนชั้นปกครองของรัฐบาล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่างเจ้าชาย มูหัมหมัด นายาฟ ที่เป็นหลานชายของ เจ้า ซาอูด เพราะเป็นการเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับราชวงค์คงเป็นเรื่องสำคัญ  ในอดีตมูฮัมหมัด  นายาฟ มีประสบการณ์ในการต่อสู้ กับอัลกออีดะห์  เพราะในปัจจุบันภัยคุกคามของซาอุดิอราเบียเริ่มมีแนวโน้มจะเพื่มขึ้น  จากการเกิดใหม่ของ IS ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการโจมตี ทหารซาอุดิอาระเบียบริเวณชายแดน รัฐบาลซาอุเป็นส่วนหนึ่งหรือพันธมิตรทางทหารของสหรัฐอเมริกา

ความต้องการโค่นรัฐบาล ซีเรีย ของ กษัตร อับดุลเลาฮ์ในครั้งที่ผ่านมาแต่ก็มีการสร้างความผิดหวัง ให้กับ ซาอุดิอาระเบียเพราะสหรัฐไม่ได้ใช้กำลังทางทหารสยบซีเรียในปี 2013   ถือเป็นรูปธรรมที่สหรัฐกระทำให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า นโยบายทหารในเวลานี้ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เหมือนก่อน  สิ่งที่ดังชัดอีกครั้งหนึ่งจากสหรัฐคือ วุติสภาสหรัฐ นามว่า จอห์น แม็คเคน พูดกับสื่อในสหรัฐ หลังจากการสิ้นพระชนม์ของ กษัตริย์ อับดุลเลาะฮ์ ว่า ซาอุดิอาระเบียมีความพร้อมในการใช้กำลังทางอากาศโจมตีซีเรียโดยเป็นพันธมิตรของสหรัฐโดยมีฝรั่งเศสเข้าร่วม แต่เป็นการกำหนดเขตพื้นที่ยึดครองของ IS เท่านั้นและให้คำมั่นว่าจะไม่มีการล้ำเส้น แต่หากสหรัฐและชาติพันธมิตรผิดคำพูด  Mig 29 ของกองทัพอากาศซีเรียก็มีความพร้อมที่จะขึ้นต่อต้านการรุกรานในทันที

มองย้อนภาพในอดีตของความเป็นชาตินิยมอาหรับ ระหว่าง กษัตริย์ อับดุลเลาะฮ์ กับ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ทั้งสองมีชื่อเสียงในเรื่องของความฉกาจมีความรักและเกลียดที่ต่างกันอันมีขึ้นกับตะวันตกตามเหตุผลการใช้ถ้อยคำคัดค้านระหว่างทั้งสองที่เกิดขึ้นในการประชุมสันนิบาตชาติ อาหรับ คิง อับดุลเลาะฮ์ เป็นเหมือนผู้นำในภูมิภาค การพูดจาอ่อนเอาใจอดีตผู้นำอียิปต์ ฮุสนี่ มูบารอค ที่พร้อมจะยืนอยู่ข้างผู้นำอียิปต์ในเวลานั้น สิ่งที่ไม่ต้องการให้ อิควาน หรือ Muslim brotherhood กลับมามีอำนาจอิทธิพล จากครั้งที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรในภูมิภาคการกำหนดกฎเกณฑ์ให้กับอียิปต์ เงินสนับสนุนเพื่อเศรษฐกิจของอียิปต์ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัย กับการจูงใจ ของเหล่าบรรดากษัตริย์ในอ่าวอาหรับ เพื่อการปฏิบัติการให้เหมาะสมเป็นเหมือนสายใยเพื่อเรียกร้องความต้องการให้เกิดขึ้นในภูมิภาคเป็นประชาธิปไตยในแบบอาหรับที่หาตัวตนได้ยากมาก

ก่อนที่จะเกิดการปฎิวัติอียิปต์เวลานั้น ซาอุดิอาระเบียอยู่ภายใต้การนำของกษัตริย์อับดุลเลาะห์ มีหลายประเทศในกลุ่มอาหรับเรียกร้องให้เลือกตั้งมีการประท้วงเพิ่มขึ้นอย่างกว้างๆ ในปี 2012 และ 2013 การประท้วงของสยบด้วยพลังอำนาจทางทหารผู้คนล้มตายบาดเจ็บ การรักษาอำนาจก็ยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้

ผลข้อมูลของ wikileaks มีการตรวจสอบความตึงเครียดที่มีขึ้นระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านที่ถูกตราหน้าว่าเป็นภัยคุกคามตามเหตุผลของตะวันตกความต้องการของซาอุคือใช้กำลังทหาร เป็นเพราะเวลานี้อิหร่านยื่นมืออกไปทั่วภูมิภาคทั้งใน เยเมน เลบานอน บาห์เรน และได้รับความช่วยเหลือของรัสเซีย แต่ในส่วนของ ดามัสกัด ซีเรียเป็นหนึ่งในความฝันของ คิง อับดุลเลาะฮ์ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของรัฐบาล ซาอุทุ่มเงินจำนวนมหาศาล แต่รัฐบาลบาชาร์ โชว์ความแข็งแกร่งให้เห็นและไม่สามารถที่จะกระทำได้ ปฎิสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับ ซาอุดิอาระเบีย แต่สิ่งนี้ไม่เว้นที่จะสร้างให้เป็นศัตรูของซาอุตลอดมา วัตถุประสงค์ในทางปฏิบัติของของกษัตริย์ราชวงค์ซาอุต้องการให้ อิสราเอลมีความเป็นปึกแผ่นทางการเมืองโดยแยกอิหร่านออก เพราะซาอุดิอาระเบีย กับ อิสราเอลจะต่อต้านอย่างรุนแรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางนิวเคลียร์ของสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงลำดับชั้นทางศาสนาที่ต่างความคิดของรัฐบาลซาอุเป็นเรื่องที่สามารถนำมาสร้างบทบาทระหว่างความเชื่อทางนิกายได้ เพราะเชื้อเพลิงสงครามในอีรักซีเรียรวมถึงส่วนอื่นๆ ของภูมิภาคในสายตามชาวโลก ซาอุดิอาระเบียถูกมองด้วยความอ่อนโยนน่าเคารพเป็นภาพลักษณ์ที่ดีแต่ในความชัดจริงมันกลับไม่ใช่

การแพร่อิทธิพลอุดมการณ์ทางศาสนาที่เรียกว่า วะห์บี ตามความเชื่อของ IS ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของของซาอุดิอาระเบีย การสืบทอดวิธีคิดทางศาสนาของ อับดุลวาฮับ ถึง ราชวงค์ ซาอุด ในศตรววษที่ 19 ตำราที่ใช้เรียนในซาอุดิอาระเบีย เป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมความคิด เช่นการตัดหัว คงเป็นแรงบันดาลใจมากของซาอุดิอาระเบียเพราะนักโทษในซาอุดิอราเบีย เช่น โจร หรือ ผู้กระทำผิดจะได้รับการลงโทษแบบตัดหัว แต่จำนวนมุสลิมนิกายชีอะห์ในซาอุดิอราเบียที่มีอยู่  15% เป็นที่หวั่นกลัวว่าอาจจะได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและให้การสนับสนุนทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในซาอุดิอราเบีย คงเป็นสิ่งที่รัฐบาลซาอุดิอราเบียต้องหาทางกีดกัน

ในอดีตที่ผ่านมาพฤติกรรมของ คิง อับดุลเลาะห์ ที่ชอบใช้น้ำมันเป็นอาวุธทางการเมืองโดยถืออำนาจผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เพราะการตัดสินใจในหลายครั้งที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทุกระดับเวลาของการผลิตโดยพยายามสร้างอิทธิพลต่อรัสเซียในปี 2014 โดยมีการนำเสนอเซนสัญญาหลายพันล้านดอลลาร์ แต่รัฐบาลรัสเซียยังคงยึดมั่นที่จะปกป้องซีเรียและเป็นความพยายามเพื่อแทรกแซงลดผลพ่วงราคาน้ามันเมือปีที่แล้ว ลด จาก100$/บาร์เรล มาเป็น 50$/บาร์เรลได้สร้างผลกระทบไปทั่วภูมิภาคสุดท้ายก็ไม่ได้สร้างผลดีให้กับตนเอง

การปรับลดราคาน้ำมันได้นำมาซึ่งการขาดดุลงบประมาณของประเทศในปี 2015 แม้ว่าเงินทุนสำรองยังมีจำนวนมหาศาลแต่ความต่อเนื่องของนโยบายล่าสุด ของกษัตริย์ซัลมานคนใหม่ยังไม่ได้บ่งชี้ใดๆ ทุกอย่างในวันนี้ไม่ได้ดีไปกว่าวันที่แล้วๆ มาของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย กลุ่มเชื้อพระวงค์ในซาอุดิอาระเบีย ก็ยังไม่ได้รับความพอใจในเรื่อง ราคาน้ำมันเกี่ยวกับการปฏิบัติของ คิง อับดุลเลาะฮ์ในอดีตเพราะการปรับเพิ่มราคาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขยับให้กลับมาสูงขึ้นในแบบเดิมในปี 2015นี้

ถ้ามองถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของ กษัตริย์อับดุลเลาะฮ์ในอดีตสนับสนุนทางการเงิน 400  พันล้าน$  ในปี  2008  รับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจในทวีปอเมริกาเหนือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซาอุดิอราเบีย ในปี 2010  มีอัตราการว่างงาน ในหมู่ชาว ซาอุดิอราเบียเพิ่มขึ้นโดยใช้แผนการพัฒนาจำนวนเงินมากถึง 384 $ พันล้านพัฒนาในรอบห้าปีเงินเดือนภาครัฐเพิ่มขึ้นอัตราการว่างงานยังคงเป็นปัญหาครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรโดยเฉพาะประชาการที่อายุ ต่ำกว่า 25 ปีเพราะภายหลังการลุกฮือของอาหรับในฤดูใบไม้ผลิฐานรากทางการเมืองของรัฐบาลในหลายประเทศของภูมิภาคนี้ ถูกรับรองโดยรัฐบาล ซาอุดิอาระเบีย แต่ในเวลาเดียวกันให้เงินจำนวนมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ในการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่และจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับผู้สำเร็จการศึกษาในประเทศ ซาอุดิอราเบียที่ว่างงาน

แต่ในช่วงเวลาของบ คิงอับดุลเลาฮ์ มีบางความพยายามที่จะปฎิรูปทางการเมืองรวมถึงในเรื่องการอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถถึงเรื่องการลงคะแนนเสี่ยงสื่อน้อยมากที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับการวิภาควิจารณ์นโยบายการทำงานของ ซาอุดิอาระเบียในช่วงรัชสมัยของ คิง อับดุลเลาฮ์

แต่ในช่วงสมัยของพระองค์บางเรื่องกลับไม่ถูกมองเช่น การจำคุกนักสิทธิมนุษย์ชนในดือนตุลาคมปี 2014 ศาลรัฐบาลสั่งจำคุกนักเคลื่อนไหวชาว อาหรับ ชื่อ Sheikh Nimr Bakr al-Nim จนถึงแก่ความตายเพราะไม่เชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลต้องการสิทธิจากรัฐบาลในเรื่องประชาธิปไตยแต่ไม่ได้รับการดำเนินการถูกนำไปวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เจ้าชายซัลมานพระองค์ใหม่คงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่นประเทศเยเมน ซาอุดิอาระเบียที่เขตชายแดน ยาวถึง 1700 กิโลเมตรและไม่ต้องการให้มีการรุกคืบเข้าในอณาจักรของของซาอุเป็นความกังวลพอสมควรของรัฐบาลซาอุกับเหตุความไม่สงบในเยเมน

เป็นเหมือนความท้าทายในตัวกษัตริย์ซัลมานจะมีความโปรดปรานในการปฎิรูปการเมืองมากแค่ไหนความเหมาะสมกับประเทศในแบบอนุรักษ์นิยม ปาเลสไตน์เป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคสหรัฐซาอุดิอาระเบียยังคงเป็น พันธมิตรอย่างแข็งขัน ทั้งในสงครามต่อต้านก่อการร้ายการจัดฝึกอบรมในซาอุเพื่อโค่นรัฐบาลซีเรียและ IS ไปพร้อมๆ กัน ความหวังของซาอุดิอาระเบียต้องการให้รัฐบาล ซีเรีย กับ IS จบสิ้น การเดินหน้าของ วอชิงตัน กับ ริยาด แต่รู้ทั้งรู้ว่า รัฐบาล บาชาร์ คงแข็งแกร่งและอยู่อีกยาว ทุกอย่างเป็นครรลองที่เป็นไปตามพลังอำนาจแม้ว่าการใช้กำลังทหารโจมตี ทั้งในเยเมน กับ บะห์เรนที่ผ่านคงเป็นการสกัดกั้นกลุ่มชีอะห์รุกคืบหน้าขนาบข้างซ้ายขวาทางตอนใต้ของซาอุดิอาระเบีย

แต่ที่น่าสนใจมุสลิมนิกายชีอะห์ในซาอุดิอาระเบียที่ข้อมูลรายงานว่ามีจำนวน 15 % จะได้รับการสนับสนุนหรือ จะเป็นนโยบายที่ชัดเจนต่อจากนี้หรือไม่??

 

ข้อมูล Indian magazine

.

loading...