หน้าแรก ทัศนะ/บทความ ผู้นำทุกศาสนาต้องยืนอยู่แถวหน้า หลังจากภาคประชาชนทำจดหมายเปิดผนึก

ผู้นำทุกศาสนาต้องยืนอยู่แถวหน้า หลังจากภาคประชาชนทำจดหมายเปิดผนึก

452

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์พระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคน

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ได้เกิดเหตุยิงราษฎรชาวไทยพุทธเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ทารุณ 4 รายที่ตำบลสุคีริน จังหวัดนราธิวาส หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงทำการวิสามัญฆาตกรรม 4 ศพที่บ้านโต๊ะชูด อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ทำให้เครือข่ายพุทธชายแดนใต้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงผู้รู้ศาสนาอิสลามว่าทำไมไม่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านบ้างซึ่งต่างจากเมื่อมุสลิมได้รับผลกระทบ

หากเราติดตามข่าวก็จะพบว่าไม่มีการเสนอข่าวว่าผู้นำมุสลิมได้ออกมาเรียกร้องหรือประณามการกระทำครั้งนี้แต่ก็มิได้หมายความว่าผู้นำมุสลิมมิได้ทำอะไรเลยเพราะหลายต่อหลายครั้งผู้นำศาสนาอิสลามเคยแถลงจุดยืนอย่างชัดแจ้งว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์ศาสนาอิสลามไม่อนุญาต ซึ่งถ้าเราติดตามข่าวก็จะพบว่าผู้นำศาสนาพุทธก็มิได้ออกแถลงการณ์อย่างชัดแจ้งต่อทุกกรณีที่มุสลิม๔กสังหารด้วยเช่นกัน

มีเพียงองค์กรภาคประชาชนทั้งพุทธมุสลิมต่างหากที่แถลงการณ์ประณามเกือบทุกกรณีที่มีการสูญเสียไม่ว่าจะเป็นสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เครือข่ายสตรีเพื่อสันติภาพ มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ศูนย์ทนายความมุสลิม เครือข่ายชาวพุทธ และองค์กรอื่นๆ เช่นมีการแถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกคน องค์กรต่างๆ ตระหนักว่าการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์นอกจากจะส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียแล้วยังสร้างความหวาดกลัวอย่างมากต่อสังคม อีกทั้งทำให้เกิดรอยร้าว และเป็นการสร้างความหวาดระแวง ให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนต่างเชื้อชาติ ศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เคยใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอย่างสันติ อีกทั้งจะเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสันติภาพ  ผู้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิง และผู้บริสุทธิ์ทุกคน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยวิธีทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมายและหลักคำสอนของทุกศาสนา

แถมยังมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่น

๑. กองกำลังติดอาวุธทุกฝ่ายต้องยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก เยาวชนและผู้สูงอายุ

๒. รัฐต้องเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนข้อเท็จจริงของทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความโปร่งใส เท่าเทียม เป็นธรรม และให้ญาติมีส่วนรับทราบข้อเท็จจริง เพื่อสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ทุกฝ่ายไม่ควรด่วนสรุปจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะเสร็จสิ้น

๓. รัฐบาล ภาคประชาสังคม ทุกศาสนิกต้องร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อยุติความรุนแรง และป้องกันการสร้างความเกลียดชัง

๔. เร่งให้มีการเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมถึงสังคมที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

ดังนั้นผู้นำศาสนาไม่ว่าอิสลาม พุทธและทุกศาสนาต้องอยู่แถวหน้าทุกครั้งในการประณาม ร่วมกันทำงานเชิงรุกมากกว่านี้  การแสวงหาแนวทางเพื่อยุติความรุนแรง และป้องกันการสร้างความเกลียดชัง การยั่วยุ เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการผลักไสให้ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรูต่อกัน อีกทั้งควรมีการหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันบนพื้นฐานของความอดทน อดกลั้น ความจริงใจและการยอมรับในความเห็นที่แตกต่างเพื่อเร่งสร้างมาตรการในการให้ความคุ้มครองชีวิตผู้บริสุทธิ์

loading...