หน้าแรก ข่าววันนี้ ข่าวในประเทศ ‘โต ซิลลี่ฟูลส์’ ตั้งคำถาม ‘ดี้ นิติพงษ์’ ความดีงามจะเกิดขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจคนเห็นแก่ตัว?

‘โต ซิลลี่ฟูลส์’ ตั้งคำถาม ‘ดี้ นิติพงษ์’ ความดีงามจะเกิดขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจคนเห็นแก่ตัว?

4311

“โต ซิลลี่ฟูลส์” ชี้ ทุกศาสนาจะมีจุดร่วมเดียวกันคือการสอนคนให้รู้จักการไม่เห็นแก่ตัว  ไม่เคยคิด“ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค” จะเขียนข้อความเสี้ยมสอนสังคมให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ตั้งคำถาม ความดีงามจะเกิดขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจคนเห็นแก่ตัว?

จากกรณีประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ กรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 58 นักแต่งเพลงชื่อดัง ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องอุยกูร์ โดยระบุว่า ถึงจีนจะโหดกับอุยกูร์ ก็ไม่เกี่ยวกับเรา คนไทยไม่เกี่ยวข้องเลย แต่อยู่ดี ๆ กลับถูกต่างชาติโกรธ

ซึ่งหลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้อดีตนักร้องดัง ฟิรเด้าซ์-วีรชน ศรัทธายิ่ง (โต ซิลลี่ฟูลส์ หรือ โต แฮงแมน) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นตอบโต้ ดี้ นิติพงษ์ โดยระบุว่า ใจคด แยกความดีความชั่วไม่ได้

ทำให้เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 58 ดี้ นิติพงษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า เสียใจที่มีคนตีความเรื่องที่ตนแสดงทัศนะเกี่ยวกับอุยกูร์ ไปในทางก่อให้เกิดความเกลียดชัง และว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับศาสนา

ซึ่งหลังจากนั้นซักพัก “โต ซิลลี่ฟูลส์”  ก้ได้โพสต์ว่า ไม่เคยคิด“ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค” จะเขียนข้อความเสี้ยมสอนสังคมให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ตั้งคำถาม ความดีงามจะเกิดขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจคนเห็นแก่ตัว? ชี้ ทุกศาสนาจะมีจุดร่วมเดียวกันคือการสอนคนให้รู้จักการไม่เห็นแก่ตัว โดยเนื้อหาที่โพสต์ระบุว่า

ด้วยพระนามของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตาทรงกรุณาเสมอ

หลังจากพยายามเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางความคิดของสังคมด้วยเสียงดนตรีก็ได้พบว่ามันไม่สามารถที่จะทำให้มีการยกระดับของสังคมได้…..แต่กลับสวนทางในทางตรงกันข้ามเสมอ ผมเลยได้ตัดสินใจเลิกแล้วอุทิศตัวเองในการทำงานเปลี่ยนแปลงสังคมเปลี่ยนแปลงสามัญสำนึกที่เสื่อมโทรมให้ดีโดยการทำงานศาสนา….เนื่องด้วยสัจธรรมเท่านั้นที่จะทำการเปลี่ยนแปลงความหายนะความเสื่อมโทรมให้เป็นความถูกต้องเรียบร้อย

ก่อนอื่นเราต้องไม่สับสนเรื่อง”งานศาสนา”กับคำว่า”ศาสนกิจ”

ศาสนกิจ คือการทำพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อของแต่ละศาสนา และต้องมารอดูกันว่าความเชื่อใดคือสัจธรรมในวันสิ้นชีวิต

….แต่งานศาสนาคือการยกระดับจิตใจที่ต่ำของมนุษย์ให้เป็นมนุษย์อีกครั้งโดยที่ ทุกศาสนาจะมีจุดร่วมเดียวกันคือการสอนคนให้รู้จักถึงความ”selflessness” หรือการไม่เห็นแก่ตัว สังคมใดมีความไม่เห็นแก่ตัว ความรุ่งโรจน์รุ่งเรืองจะมีแด่สังคมนั้น อันนี้เป็นสัจธรรมเหมือนกันทุกศาสนา. สิ่งตรงข้ามคำนี้คือ”selfishness” หรือความเห็นแก่ตัว สังคมใดมีความเห็นแก่ตัวมากความหายนะจะมีแด่สังคมนั้นแน่นอน ….อันนี้สัจธรรม

…ผมได้มีโอกาสพบเจอกับคนทำงานศาสนามาหลายท่านจากหลายศาสนา ทั้งผู้รู้มุสลิม พระสงฆ์อาวุโสหลายท่านซึ่งบางท่านอยู่ดีๆ ก็เดินมาทักผมและบอกผมว่าท่านติดตามงานผมทางรายการของผมอยู่ในYouTube และสนับสนุนผมเป็นอย่างมากและบอกผมว่า”เราต้องช่วยกันชำระล้างสังคมนะ อย่าหยุดนะ ในสิ่งที่ทำน่ะ “เราต้องทำให้คนไม่มองแต่ตัวเองนะ” ไม่งั้นประเทศชาติและโลกนี้วิบัติแน่ๆ อาตมาชอบสิ่งที่คุณทำมาก” (ผมเลยขอดุอาเงียบๆในใจให้อัลลอฮ์นำทางท่านเพราะความไม่มีทิฐิของท่าน)

หลายคนคิดว่าการทำ”ศาสนกิจ”ทำพิธีทางศาสนาอย่างเดียวจะเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความดีงามความเจริญรุ่งเรือง และมองข้ามการชำระล้างจิตใจโดยการ”ทำงานศาสนา”โดยการตักเตือนการสอน การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนส่วนรวม การสอนและพูดเหตุผลในการไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นที่จะทำให้คนเข้าใจเหตุผลของการทำสิ่งที่ถูกต้อง แน่นอนหากสังคมไม่รู้ว่าจะทำดี จะไม่เห็นแก่ตัวไปทำไม….ใครจะทำ?

บอกตามตรงครับ ว่า “เหนื่อย” ….,.

คนทำงานศาสนาทุกท่านที่ทำโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนให้กับตัวเองในโลกนี้ทุกคน ….เหนื่อย

…เพราะพอพยายามให้ถึงที่สุดแต่คนไม่เข้าใจแล้วด่าอันนี้ ไม่เป็นไร….แน่นอนความชั่วไม่มีวันผสมกับความดีได้เหมือนนำ้กับนำ้มัน แต่อยู่ดีๆมีคนมาสอนคนอื่นในสิ่งตรงข้ามสัจธรรมแล้วบอกว่าให้เห็นแก่ตัว คนอื่นเจ็บคนอื่นเดือดร้อนไม่เกี่ยวข้องกับเรา ไม่ต้องมีแม้กระทั้งความรู้สึกให้….แล้วคนๆนั่นเป็นคนที่เรารู้จักเหมือนคนในครอบครัว แล้วให้เกียรติมาตลอดอันนี้เจ็บเเละเหนื่อยมาก

ได้มีนักเขียนเพลงรุ่นพี่ที่เคารพมาตลอด….จำได้แม้กระทั่งรอยยิ้มและอ้อมกอดที่พี่เขาสวมกอดให้กับผมในครั้งแรกๆที่เจอกันแล้วกล่าวชื่นชมผลงานของผม ….ดีใจครับ….ดีใจไม่ใช่เพราะคำชมในผลงานนะครับ….แต่ดีใจเพราะผมคิดว่าพี่ท่านนี้เข้าใจในเจตนารมย์ของการทำงานของผม …..เราน่าจะมีคนเข้าใจอุดมการณ์ในการเปลี่ยนรสนิยมของคนมุมมองของคนอีกคน แล้วเป็นคนที่มีความสามารถด้วย……ไม่เคยคิดเลยว่าอยู่ดีๆพี่ท่านนี้จะเขียนข้อความเสี้ยมสอนสังคมให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ใช่บ้านเราเราไม่ช่วย เขียนอย่างนี้แล้วคนมันจะมีความดีงามเกิดขึ้นในใจได้หรือครับ? การเลือกทำความดียืนหยัดในความถูกต้องเลือกทำได้ด้วยหรือครับ? เรามีคนติดตามเยอะเราควรเป็นตัวอย่างเช่นนี้หรือครับ? แล้วจะทำให้ความดีงามเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าหัวใจของคนเห็นแก่ตัว?การบ้านการเมืองใครจะทำอะไรใครจะเลวใครจะชั่วประเทศไหนดีประเทศไหนถูกศาสนาไหนถูกศาสนาไหนผิดผมไม่เคยวิจารณ์ ไม่เคยพูดถึงสักครั้ง มีแต่ความตั้งใจที่จะทำให้ตัวเอง ครอบครัว สังคม ประเทศ และโลกนี้ มี ความดีงามเกิดขึ้น โดยไม่ได้หวังการตอบแทนหรือคำชมจากมนุษย์ คนไหน นอกจาก ความพอพระทัยของพระผู้เป็นเจ้าของชั้นฟ้าและแผ่นดินเท่านั้น….
ส่วนเรื่องของการใช้คำพูดถึงสายตาของพี่ ในข้อความผมตั้งใจจะเปรียบเที่ยบระหว่างการมองแต่ทางวัตถุโดยไม่มีจิตสามัญสำนึกในการมองด้วยจิตใจเท่านั้น แต่แน่นอนการใช้คำพูดของผม อ่านแล้วมันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีในส่วนนี้ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นที่ผมหมายถึง โดยเฉพาะในการที่ผมเป็นผู้ที่ยอมรับในกฎการกำหนดสภาวะของพระเจ้าอยู่แล้ว ผมไม่มีวันดูถูกสิ่งที่พระองค์สร้างให้กับพี่หรือมนุษย์คนไหนแน่นอน….แต่อย่างไรก็ตาม…ผมต้องขอโทษในจุดนี้ด้วย

การแสดงความเห็นหากเป็นการสร้างความเสื่อมโทรมเพราะความเห็นที่แสดงเป็นทัศนะส่วนตัวโดยการที่มันไม่เป็นสัจธรรมเเล้วไม่สมควรแสดง freedom of speech ของพวกตะวันตกไม่ได้เป็นบรรทัดฐานของความดีงามมีมารยาทของคนไทยครับ

ผมไม่เคยพูดถึงศาสนาเลยสักครั้งหรือสักคำ หากมีเพียงแต่ตัวพี่ที่หยิบชื่อศาสนามาพูดแล้วอ้าง …การสร้างความแตกแยกในแผ่นดินจะมาจากจุดนี้หวังว่าไม่ได้เป็นความตั้งใจของพี่นะครับ.

การรักชาติรักสังคมรักความเป็นมนุษย์มาจากการปลูกฝังสามัญสำนึกให้คนเลือกที่จะเป็นคนที่ดี พูดดี ทำดี คิดดี สอนดี ไม่ขัดศีลธรรม ไม่ใช่สอนให้กินดีอยู่ดีเอาตัวรอดเฉพาะบ้านตัวเองแต่เพียงอย่างเดียว ….ทำดีแม้ว่าคนที่เห็นแก่วัตถุทั้งโลกจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ด้วยความจริงใจที่มีพระผู้สร้างเป็นพยาน

loading...