หน้าแรก ทัศนะ/บทความ บทความออนไลน์ “ครูเสด” ยุคไอที

“ครูเสด” ยุคไอที

448

โดย อ.บรรจง บินกาซัน
ที่มา/ติดตาม https://www.facebook.com/Banjong.Binkason


 

ค.ศ.70 เมืองเยรูซาเล็มถูกกองทัพโรมันไบแซนตินทำลายจนราบคาบ บ้านเรือนและมหาวิหารของชาวยิวในเมืองถูกเผาทำลาย ชาวยิวมากมายถูกเข่นฆ่าสังหาร ส่วนที่รอดชีวิตจึงต้องแยกย้ายกระจัดกระจายกันหลบหนีไปอาศัยอยู่ในดินแดน ต่างๆ ในตอนนั้น ผู้คนในอาณาจักรโรมันไบแซนตินยังบูชาสักการะเทพเจ้าต่างๆและยังไม่ได้รับ นับถือศาสนาคริสต์

แต่หลังจากนั้นอีกพันปีเมื่อชาวอาหรับมุสลิมยึดเมืองเยรูซาเล็มได้และขยาย ดินแดนเข้าไปควบคุมเส้นทางการค้าของชาติตะวันตกทั้งทางบกและทางทะเล ชาติตะวันตกที่สูญเสียอิทธิพลและผลประโยชน์ทางการค้าจึงต้องการทำลายอิทธิพล ของมุสลิม ด้วยเหตุนี้ ชาติต่างๆในยุโรปจึงได้ระดมกองทัพครั้งใหญ่โดยใช้เรื่องการยึดเมือง เยรูซาเล็มและการกอบกู้ไม้กางเขนที่ตรึงพระเยซูมาปลุกระดมให้ชาวตะวันตก สนับสนุนการทำสงครามครูเสด

สงครามครูเสดครั้งใหญ่ๆเกิดขึ้นประมาณเจ็ดหรือแปดครั้งในดินแดนของชาติ มุสลิมเป็นเวลานานเกือบสองร้อยปีโดยที่กองทัพของชาติตะวันตกไม่สามารถบรรลุ เป้าหมายที่ตั้งไว้ สงครามครูเสดจบลงใน ค.ศ.1270 และหลายคนคิดว่าสงครามครูเสดจบลงแล้ว แต่หลังเหตุการณ์ 9/11 โลกก็ได้ยินคำว่าสงครามครูเสดหลุดออกมาจากปากของประธานาธิบดียอร์จ ดับเบิลยู บุชอีกครั้งหนึ่ง และหลังจากนั้น โลกก็ได้เห็นกองทหารชาติตะวันตกบุกเข้ารุกรานชาติมุสลิมที่ไม่เคยไปรุกราน สหรัฐอเมริกาแม้สักครั้งเดียว

การทำสงครามต้องมีเหตุผลจึงจะได้รับการสนับสนุน อย่างน้อยที่สุดก็คือการถูกรุกราน แต่เมื่อไม่ถูกรุกราน ก็จำเป็นต้องมีการสร้างสถานการณ์เพื่อเป็นเหตุผล หลังจากใส่ร้ายป้ายสีอิรักว่าสะสมอาวุธร้ายแรงที่เป็นภัยต่อโลกอยู่เป็นเวลา นานและไม่สามารถค้นหาอาวุธร้ายแรงได้ เหตุการณ์ 9/11 จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเหตุผลในการโจมตีและยึดอิรัก เช่นเดียวกับลิเบียที่ถูกป้ายสีล่วงหน้าก่อนว่าเป็นเผด็จการและป้ายสี อิหร่านว่าพัฒนาปรมาณูซึ่งล้วนเป็นเหตุผลของหมาป่าที่จะกินลูกแกะ

เหตุผลของการทำสงครามครูเสดในอดีตเป็นเช่นใด เหตุผลของการทำสงครามครูเสดยุคใหม่ก็เป็นเช่นนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นั่นคือ ผลประโยชน์ เหตุผลในอดีตคือการสูญเสียอิทธิพลทางการค้า แต่เหตุผลในปัจจุบันคือการสูญเสียอิทธิพลของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ

สหรัฐโจมตีอิรักก่อน เพราะประธานาธิบดีซัดดัมประกาศว่าจะไม่ยอมรับเงินดอลล่าร์สหรัฐในการซื้อขาย น้ำมันซึ่งทำให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐตกฮวบลงทันที นั่นหมายความว่าอำนาจซื้อหรืออิทธิพลในการยึดครองของดอลล่าร์สหรัฐลดน้อยลง

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีกอซซาฟีแห่งลิเบียที่ทำอย่างเดียวกับอิรัก แต่หนักกว่าซัดดัมอีกเพราะกอซซาฟีประกาศว่าหากชาติตะวันตกที่ได้สัมปทานขุด น้ำมันในลิเบียไม่ยอมจ่ายหนี้ค้างชำระค่าสัมปทานที่จะหมดลงใน ค.ศ.2012 ลิเบียจะยกสัมปทานให้จีนและรัสเซีย ดังนั้น ลิเบียจึงต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกับอิรัก

ชาติต่อไปก็คืออิหร่านซึ่งไม่ง่ายนักสำหรับสหรัฐที่จะทำเหมือนกับอิรักและ ลิเบีย เพราะอิหร่านมีซีเรียเป็นพันธมิตรและมีรัสเซียให้การสนับสนุน ทหารรับจ้างจากชาติต่างๆจึงถูกส่งเข้าไปในรูปของกบฏเพื่อทำลายรัฐบาลซีเรีย ฉากการสังหารประชาชนด้วยก๊าซพิษถูกสร้างขึ้นเพื่อให้โลกประณามรัฐบาลซีเรีย ว่าเป็นปีศาจที่ชาวโลกต้องช่วยกันกำจัด แต่เมื่อมีการจับได้ว่าก๊าซพิษถูกส่งเข้าไปโดยชาติอาหรับมหามิตรของสหรัฐ แผนการชั่วร้ายของรัฐบาลสหรัฐก็ถูกเปิดโปงเช่นเดียวกับที่รัสเซียส่งกล่องดำ ของเที่ยวบิน MH17 ให้องค์การการบินพลเรือนตรวจสอบเมื่อสหรัฐกล่าวหาว่าทหารรัสเซียเป็นผู้ยิง

การที่ชาติมุสลิมเริ่มปฏิเสธเงินดอลล่าร์สหรัฐและส่งเสริมให้กลับมาใช้สกุล เงิน“ดีนาร์ทองคำ” เป็นความริเริ่มที่ทำลายอิทธิพลเงินดอลล่าร์สหรัฐโดยตรง เพราะสื่งที่ทำให้เงินสกุลใดมีค่าก็คือการยอมรับ ถ้าไม่มีใครยอมรับ เงินสกุลนั้นก็ไม่ต่างไปจากเศษกระดาษไร้ค่า นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐส่งกำลังทหารเข้ายึดบ่อน้ำมันในประเทศ มุสลิมเพื่อบังคับให้ประเทศต่างๆในโลกต้องยอมรับดอลล่าร์สหรัฐในการซื้อขาย น้ำมันต่อไป

ไม่ใช่ชาติมุสลิมเท่านั้นที่เริ่มปฏิเสธสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและอาฟริกาใต้ก็ลงนามตกลงร่วมกันเป็นกลุ่มประเทศที่จะซื้อขายกันด้วย ทองคำหรือเงินสกุลอื่นที่ไม่ใช่ดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้น รัสเซียจึงตกเป็นเป้าหมายของชาติที่พิมพ์เงินดอลล่าร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินถูกสื่อตะวันตกวาดภาพเป็นยักษ์เป็นมารไม่ต่างไปจากซัดดัม กอซซาฟี หรือบาชาร์ อัลอัสซัด

ตอนนี้ สหรัฐซึ่งในอดีตเคยเป็นพระเอกของคนทั่วโลกกำลังกลายเป็นผู้ร้ายที่บ้าคลั่ง เพราะถ้าพระเอกมีเงินแล้วชาวโลกไม่ยอมรับ พระเอกก็ต้องเล่นบทผู้ร้ายที่ต้องปล้นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเอง ต้องการ หรือไม่ก็เอาปืนจ่อหัวคนให้ยอมรับเงินของตนต่อไป

“ผู้ก่อการร้าย” “ลัทธิก่อการร้าย” “สะสมอาวุธร้ายแรง” “เผด็จการ” คือวาทะกรรมในอดีตที่สหรัฐนำไปแปะหรือป้ายตรงเป้าหมายที่ประสงค์จะโจมตี ตอนนี้ สหรัฐในฐานะหัวรถจักรนำขบวนลัทธิทุนนิยมกำลังตกราง ในขณะที่ชาติมุสลิมกำลังเริ่มนำระบบอิสลามเข้ามาปรับใช้ การเติบโตและความเข้มแข็งของชาติมุสลิมจึงเป็นการท้าทายและทำลายผลประโยชน์ ของชาติมหาอำนาจ วาทะกรรม“รัฐอิสลาม” จึงถูกสร้างขึ้นมาและทำให้ดูเป็นสิ่งเลวร้ายเพื่อให้ชาวโลกเห็นเหมือนตนและ ร่วมกันทำลายสิ่งที่จะขัดผลประโยชน์ของตน

ประวัติศาสตร์ทบทวนตัวมันเองอีกครั้งหนึ่งและสงครามใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน

loading...