หน้าแรก ทัศนะ/บทความ บทความออนไลน์ ปฏิบัติการป้ายสี

ปฏิบัติการป้ายสี

377

โดย อ.บรรจง บินกาซัน
ที่มา/ติดตาม https://www.facebook.com/Banjong.Binkason


 

การเมืองเป็นเรื่องของการหาทางได้มาซึ่งอำนาจและผลประโยชน์ ถ้าการเมืองเล่นอยู่บนโต๊ะเจรจาก็เรียกว่าการทูต แต่ถ้าเล่นบนโต๊ะเจรจาไม่สำเร็จและต้องไปเล่นในเวทีการสู้รบ มันก็เรียกว่าสงคราม

คนทำสงครามต่างต้องการชัยชนะ ดังนั้น นอกจากการสะสมแสนยานุภาพทางทหารที่ประกอบด้วยกำลังคนและอาวุธแล้ว ชาติที่รุกรานจำเป็นต้องมีเหตุผลมาสนับสนุนการทำสงครามของตนเพื่อมิให้ชาว โลกตำหนิหรือต่อต้านตน ถ้าหาเหตุผลไม่ได้ ก็ต้องสร้างเหตุผลขึ้นมาเพื่อให้ชาติอื่นๆเห็นสมควรที่จะเข้าร่วมเป็นฝ่าย เดียวกับตนและหนึ่งในวิธีการสร้างเหตุผลก็คือสิ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า false flag นั่นคือการโจมตีฝ่ายหนึ่งและใส่ร้ายป้ายสีอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นผู้ทำเพื่อดึง ให้สองฝ่ายนี้ต่อสู้กัน

เนื่องจากปฏิบัติการเช่นนี้ต้องทำเป็นความลับ ดังนั้น การจะรู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังจึงเป็นเรื่องยากนอกจากจะมีหลักฐานมัดแน่น จริงๆซึ่งต้องใช้เวลา แต่กว่าจะรู้ ผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการเช่นนี้ก็บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของตนไปแล้ว

พ.ศ.2510 เครื่องบินรบของอิสราเอลได้โจมตีเรือรบลิเบอร์ตี้ (USS Liberty)ของสหรัฐที่ลอยลำอยู่ในน่านน้ำสากลในทะเลเมดิเตอเรเนียนทางตอนเหนือ ของคาบสมุทรซีนายเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์การทำสงครามหกวันซึ่งชาติอาหรับรบกับ อิสราเอล การโจมตีครั้งนั้นส่งผลให้ลูกเรือของเรือรบสหรัฐฯตาย 34 นาย บาดเจ็บ 171 คน ตัวเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก

รัฐบาลไซออนิสต์ของอิสราเอลได้ออกมาขอโทษรัฐบาลสหรัฐโดยอ้างว่านักบิน อิสราเอลเข้าใจผิดว่าเป็นเรือรบของอียิปต์ แต่ลูกเรือที่รอดชีวิตรวมทั้งกัปตันยืนยันปฏิเสธว่าอิสราเอลมิได้เข้าใจผิด แต่จงใจโจมตีเพราะได้มีการส่งสัญญาณแล้วว่าเป็นเรือรบของสหรัฐ

เมื่อถูกยืนยันเช่นนี้ รัฐบาลอิสราเอลก็ต้องชดใช้ให้แก่ผู้ได้รับความเสียหาย หลังจากนั้น ข่าวนี้ก็เงียบหายไปตามกระแสของกาลเวลา โลกเพิ่งมารู้ทีหลังว่าวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการครั้งนั้นก็เพื่อป้ายสี อียิปต์ว่าเป็นผู้โจมตีเพื่อให้สหรัฐทำสงครามกับอียิปต์ที่กำลังรบกับ อิสราเอล

ปัจจุบัน ด้วยความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม การที่ชาติหนึ่งชาติใดจะส่งกำลังทหารไปรุกรานหรือยึดครองชาติหนึ่งชาติใดไม่ อาจเล็ดลอดจากการถูกติดตามและถูกประณามจากชาวโลก อีกวิธีการหนึ่งในการสร้างเหตุผลรุกรานชาติอื่นก็คือการสร้างตัวละคร “ผู้ก่อการร้าย” อย่างเช่น อัลกออิด๊ะฮ์ และไอซิสขึ้นมาทำหน้าที่ก่อการร้ายเพื่อเปิดทางให้ชาติมหาอำนาจส่งกำลังทหาร เข้าไปปราบปรามผู้ก่อการร้ายในประเทศที่ตนเองวางเป้าหมายไว้จะโจมตีหรือ เข้าไปยึดครอง

เมื่อตึกเวิร์ลเทรด เซนเตอร์ในสหรัฐอเมริกาถูกเครื่องบินโดยสารสองลำพุ่งชนจนถล่มลงมาทั้งตึก เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น รัฐบาลสหรัฐก็กล่าวหานายอุซามะฮ์ บินลาดิน ผู้นำกลุ่มอัลกออิด๊ะฮฺว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งๆที่กลุ่มอัลกออิด๊ะฮฺ ถูกก่อตั้งขึ้นโดยหน่วยงานซีไอเอของสหรัฐเพื่อต่อต้านการรุกรานของโซเวียตใน อาฟกานิสถาน หลังจากนั้น รัฐบาลสหรัฐก็ได้ส่งกำลังทหารเข้าโจมตีอาฟกานิสถานและอิรักโดยที่การสอบสวน ยังไม่จบสิ้น
ตอนนี้ กลุ่มอัลกออิด๊ะฮฺหมดบทบาทลงไปแล้วจากการตายตามปรกติของนายอุซามะฮฺ บินลาดินในฝรั่งเศส แต่ถูกสร้างสถานการณ์ผ่านสื่อให้ชาวโลกเห็นว่าหน่วยคอมมานโดของสหรัฐเป็นผู้ จัดการสังหาร

เมื่อกลุ่มอัลกออิด๊ะฮฺหมดบทบาทไป กลุ่มไอซิสก็ถูกหน่วยงานซีไอเอของสหรัฐสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปฏิบัติการใน ใจกลางแผ่นดินตะวันออกกลาง นั่นคือซีเรีย นักรบกลุ่มไอซิสเป็นนักรบรับจ้างที่มาจากทหารรับจ้างในประเทศต่างๆทั้งยุโรป และตะวันออกกลาง ภารกิจหลักคือการโค่นอำนาจรัฐบาลของนายบะชาร์ อัลอัซซัดที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตยที่ตะวันตกต้องการ ภารกิจนี้ดำเนินมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จและหลายชาติในยุโรปที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐในสนธิ สัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต้)เริ่มเอือมระอา

ยิ่งเมื่อรัสเซียส่งกำลังทหารเข้าไปปกป้องรัฐบาลของนายอัซซัด ภารกิจก็ยิ่งลำบากและสิ้นเปลืองทั้งเวลาและงบประมาณ หากความรู้สึกเช่นนี้ยังคงมีอยู่ในรัฐบาลตะวันตก ชาติผู้รุกรานก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก

ปฏิบัติการสังหารโหดในใจกลางกรุงปารีสที่ทำให้มีคนเสียชีวิตและล้มตายหลาย ร้อยคนมีอะไรคล้ายๆกับกรณีของการถล่มตึกเวิร์ลเทรด เซนเตอร์อย่างหนึ่ง นั่นคือมีการพบหนังสือเดินทางชาวซีเรียตกอยู่ในที่เกิดเหตุเช่นเดียวกับที่ มีการพบหนังสือเดินทางของชาวอาหรับในซากตึกเวิร์ลเทรด เซนเตอร์

หลังเหตุการณ์สังหารโหดในปารีส โลกก็ได้รับรู้ผ่านสื่อกระแสหลักของตะวันตกว่าไอซิสเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการ และยังไม่ทันที่จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ฝรั่งเศสก็ได้ส่งเครื่องบินรบของตนไปถล่มไอซิสที่กำลังถูกกองทัพซีเรียและ รัสเซียร่วมกันถล่มอยู่แล้ว

ถ้าไอซิสถูกชาติตะวันตกวาดภาพว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นอันตรายต่อ สันติภาพของโลกและรัสเซียได้ส่งทหารไปปราบกลุ่มไอซิสแล้ว มีคำถามในใจที่นึกขึ้นมาทีไรก็อดขำในใจไม่ได้ทุกทีว่าทำไมชาติตะวันตกใน สัญญานาโต้จึงต้องเดือดร้อน

ถ้ากลุ่มไอซิสมีศักยภาพโจมตีกรุงปารีสได้จริงเช่นเดียวกับกลุ่มอัลกออิด๊ะฮ์ โจมตีสหรัฐ ป่านนี้ บ้านเรือนในหลายประเทศของยุโรปคงมีสภาพไม่ต่างไปจากอิรักหรือซีเรียไปแล้ว

loading...