หน้าแรก เรื่องเด่น สมเด็จพระสันตะปาปาตรัส “คริสต์และมุสลิมเป็นพี่น้องกัน” ระหว่างเยือนมัสยิดในแอฟริกากลาง

สมเด็จพระสันตะปาปาตรัส “คริสต์และมุสลิมเป็นพี่น้องกัน” ระหว่างเยือนมัสยิดในแอฟริกากลาง

342
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส กับ อิหม่าม ทิดิอานี มูซา ไนบี ระหว่างเยือนมัสยิดกลาง กรุงบังกี 30 พ.ย. 2015 (GIUSEPPE CACACE via Getty Images)

ฮัฟฟิงตันโพสต์ – สมเด็จพระสันตะปาปาทรงนำสาส์นแห่งสันติภาพสู่สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางศาสนา

เมื่อวันจันทร์ (30 พ.ย.) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเสี่ยงเข้าไปในย่านที่นับว่าอันตรายที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะวิงวอนชาวคริสต์และชาวมุสลิมให้ยุติความเกลียดชัง พยาบาทอาฆาต และการนองเลือดที่ก่อให้เกิดการเข่นฆ่าสังหารผู้คนหลายพันคนในห้วง 3 สามปีที่ผ่านมา และสร้างความแตกแยกในชาติ

ภายใต้การอารักขาที่แน่นหนา สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเดินทางผ่านเขตที่ไม่มีผู้คนอาศัย (no-man’s zone) เพื่อเข้าไปยัง “พีเค5” (PK5) ย่านที่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ซึ่งยังไม่ได้หนีออกจากกรุงบังกี เมืองหลวงของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ได้พากันมาหลบภัยในขณะนี้

ย่าน “พีเค5” ถูกตัดขาดออกจากส่วนอื่นของเมืองเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่ เรียกว่า “anti-balaka” ซึ่งเป็นทหารชาวคริสต์ โดยพวกเขากันไม่ให้ใครเข้าไปและไม่ให้ชาวมุสลิมออกมา

เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติที่มีทั้งปืนและเสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมรถหุ้มเกราะ อารักขาตลอดเส้นทางที่คาราวานสมเด็จพระสันตะปา ปาฟรานซิส ใช้เดินทางสู่ “พีเค5”

มุสลิมใน“พีเค5” หลายร้อยคนมาฟังพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ทรงวิงวอนให้ยุติการใช้ความรุนแรง

“คริสเตียนและมุสลิมเป็นพี่น้องกัน” พระองค์ตรัส หลังการกล่าวปราศรัยของอิหม่าม ทิดิอานี มูซา ไนบี (Tidiani Moussa Naibi) หนึ่งในผู้นำทางศาสนาในท้องถิ่นที่พยายามจะส่งเสริมให้เกิดการเจรจา

“บรรดาผู้ที่อ้างว่าศรัทธาในพระเจ้านั้น เขาจะต้องเป็นบุรุษและสตรีแห่งสันติภาพด้วย” พระองค์ตรัสและว่า คริสต์ มุสลิม และผู้นับถือศาสนาตามจารีตดั้งเดิม ต่างอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมานานหลายปี

พระองค์ทรงวิงวอนทุกฝ่ายให้ยุติทุกการกระทำ อันจะทำให้พระเจ้ามัวหมอง

สมเด็จพระสันตะปาปา ระหว่างเยือนมัสยิดในย่าน พีเค5
สมเด็จพระสันตะปาปา ระหว่างเยือนมัสยิดในย่าน พีเค5

สาธารณรัฐแอฟริกากลางดำดิ่งสู่ความขัดแย้งในช่วงต้นปี 2013 เมื่อกบฏ Seleka ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมยึดอำนาจโดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาคริสต์ และถูกตอบโต้จากกลุ่มติดอาวุธที่นับถือศาสนาคริสต์ ผู้นำของทั้งสองฝ่ายต่างพูดสร้างความเกลียดชังเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

loading...