หน้าแรก ทัศนะ/บทความ พลังคำวิจารณ์ “ทรงค่า” ยิ่งกว่าหอกในมือ!!

พลังคำวิจารณ์ “ทรงค่า” ยิ่งกว่าหอกในมือ!!

155

ผมต้องเขียนเรื่องนี้อีกแล้ว คือเรื่องของ “โตกุกาว่า อิเอยาสุ” โชกุนต้นตระกูลโตกุกาว่า ซึ่งมีอำนาจเด็ดขาดปกครองญี่ปุ่นมายาวนานกว่า200 ปี เคยกล่าวไว้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์มีค่ามากกว่าหอกที่ดีที่สุด

การ รบสมัยโบราณของญี่ปุ่น พวกซามูไรจะให้คุณค่าแก่หอกที่ดีที่สุดเหนืออาวุธอื่น แต่โชกุนโตกุกาว่า กลับให้คุณค่าแก่คำแนะนำที่ได้รับมากกว่าหอกชั้นดีเสียอีก

อดีตโชกุน ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด เห็นว่า ผู้ใต้บังคับบัญชามีแนวโน้มจะปกป้องผู้นำของตนไม่ให้ทราบข่าวร้าย เพราะข่าวดีทำให้ผู้นำมีความสุข และข่าวร้ายทำให้ผู้นำอารมณ์เสีย โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่คอยรับฟังข่าวสารจากผู้ร่วมงาน อย่างรอบด้าน ไม่ใช่อยากฟังในสิ่งที่อยากได้ยิน แต่ต้องฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแม้จะเลวร้าย

พูดจริงๆ ผมเป็นห่วงทีมงานของนายกฯ ลุงตู่เต็มที เพราะแต่ละความคิดเห็นที่แสดงออกต่อสาธารณชนของนายกฯ ลุงตู่กับคนข้างเคียงนั้นเหมือนรายงานแต่ข่าวดีๆ ที่ตั้งใจอวยกันมาทั้งนั้น

ข่าว ส่วนที่ไม่ดีนั้น ยกให้สื่อหมด นายกฯ ลุงตู่เหวี่ยงใส่สื่อที่มาคอยสัมภาษณ์อยู่บ่อยๆว่า เหตุใดสื่อจึงไม่ช่วยชาติ ซึ่งนั่นก็หมายถึง ทำไมไม่ช่วยนายกฯหรือรัฐบาล เหมือนนายกฯ แกเป็นประเทศไปแล้ว นอกนั้นเป็นผู้อาศัย

ทั้งที่สื่อนั้น ไม่ว่าจะมีความเห็นส่วนตัวเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องทำหน้าที่รายงานผู้อ่านตามความเป็นจริง ไม่มีหน้าที่ไปช่วยโอบอุ้ม เอาอกเอาใจนายกฯหรือรัฐบาลคณะไหน ไม่ว่าข่าวนั้นจะร้ายหรือดี

โฆษก รัฐบาลท่านหนึ่งเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หนังสือพิมพ์มติชนตรงๆ ว่า ลงข่าวให้ร้ายรัฐบาล พูดง่ายๆ ว่าสื่อกลุ่มนี้กำลังเลือกข้างเชียร์ ไม่ยอมเออออ หรืออวยรัฐบาลเหมือนบางฉบับบางคอลัมน์ที่ตั้งหน้าตั้งตาอวยทหาร

ตอน ที่ชาวพม่าพากันชุมนุมประท้วงหลายด่านชายแดนไทย-พม่า และหน้าสถานทูตไทยในเมืองร่างกุ้ง กรณีคำพิพากษาประหารของศาลสมุย คนในรัฐบาลก็ยังคงใช้วิธีการดูถูกใส่ร้ายชาวพม่าว่า ถูกคนไทยบางกลุ่มปลุกปั่นยุยงให้ประท้วง และปล่อยข่าวคลุมเครือออกไปว่า คนในตระกูลชินวัตรอยู่เบื้องหลังซะด้วยซ้ำไป

วิธีการปล่อยข่าวใส่ร้าย กันแบบนี้ใช้กันมาหลายสิบปีแล้ว ราวกับว่า ทุกคนโง่เง่าบัดซบกันหมด ถึงยอมให้คนมาปั่นหัวยุยง เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะคนพม่าที่ไม่พอใจคำพิพากษาของศาลไทยอย่างเดียว เท่านั้นหรอก แต่คนไทยเองก็เจอวิธีการแบบนี้บ่อยๆ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

เพราะสังคมไทยนั้นเป็นสังคมข่าวสาร มีข่าวอะไรแว่บขึ้นมาก็จะเชื่อเอาไว้ก่อน จริงไม่จริงก็ยังไม่รู้ แต่ข่าวสารแบบนี้ไม่ใช่คำวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตซึ่งบุคคลชั้นนำต้อง เงี่ยหูฟัง หรือล้างหูรอฟัง

ข่าวโพลที่จัดตั้งกันขึ้นเองนี่ก็เหมือน กัน ปีที่แล้ว สำนักงานสถิติช่วยกันอวยนายกฯลุงตู่ว่า คนไทยชื่นชมกว่า 99% พอต้นปีนี้สดๆ ร้อนๆ อีกโพลบอกว่า คนไทยไม่พอใจการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของนายกฯลุงตู่ถึง 90%

สรุปแล้ว โพลเมืองไทยเป็นโพลจัดฉาก เชื่อถืออะไรไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเชียร์หรือไม่เชียร์รัฐบาล

ความ เห็นแบบนี้ นายกฯ ลุงตู่ของผมอย่าไปฟัง รีบสั่งตรวจสอบให้รอบด้าน คนที่ชมเชียร์เราแสดงว่า อยากจะได้อะไรจากเรา อยากจะมีอำนาจหน้าที่ไปกับเรานานๆ ส่วนข่าวร้ายๆทั้งหลายต่างหากที่ไม่ต้องการอะไร นอกจากให้เราพิจารณาความจริง รีบหาทางแก้ไข

ปฏิวัติรัฐประหาร มาแทบตาย จะมาเสียมวยเพราะหอกที่มีอยู่ในมือไม่เคยช่วยอะไรเลย นอกจากจะทำให้คนกลัว เพราะนั่นยังไม่พอหรอกครับ คำวิพากษ์วิจารณ์ชั้นดีที่ทรงค่าต่างหาก ที่ควรรู้จักใจกว้างรับเอาไว้

loading...