หน้าแรก ทัศนะ/บทความ มุสลิมในประเทศไทยมาจากไหน? (4)

มุสลิมในประเทศไทยมาจากไหน? (4)

51

การ อพยพเข้ามาของชาวจีนยูนนานจากมณฑลยูนนานลงมาทางภาคเหนือของประเทศไทยตามเส้น ทางพรมแดนที่ติดต่อกันในรูปลักษณะของผู้ลี้ภัยทางการเมือง ไม่ก็เป็นพ่อค้าเร่ที่ใช้ม้าต่าง หรือ ล่อ เป็นพาหนะในการบรรทุกสินค้าผ่านเข้ามาทางฮ่องลึกหรือด่านแม่สาย ซึ่งช่องทางนี้คือ เส้นทางการอพยพที่มีมาตั้งแต่โบราณ

ชาว จีนยูนนานที่นับถือศาสนาอิสลามกลุ่มนี้ ต่อมาคนไทยเรียกกันว่า “จีนฮ่อ” ซึ่งชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามานั้น ก็มีลักษณะที่หลากหลายแบ่งไปได้หลาย กลุ่ม เนื่องจากอพยพมาจากหลายส่วนของมณฑลยูนนาน ดังนั้นจึงมีพื้นฐานทาง สังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป ปัจจุบันเราจะพบชาวจีนฮ่อจำนวนมากตั้งรกราก กันอยู่ในเขตจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และพะเยา ซึ่งหาก ย้อนรอยเส้นทางการอพยพของชาวจีนฮ่อก็สามารถแบ่งเป็นกลุ่มๆ ได้ ดังนี้

กลุ่ม พ่อค้าชาวยูนนาน เป็นกลุ่มคนที่เดินทางเข้ามาค้าขายในช่วงหน้าหนาว และหน้า แล้งโดยใช้ม้า-ล่อเป็น พาหนะ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว การอพยพย้ายถิ่นฐาน เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430-2492ประกอบด้วยชาวจีนยูนนานทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมได้หลั่ง ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และในปี พ.ศ. 2430 มีกลุ่มชาวจีนยูนนานกลุ่มหนึ่งอพยพเข้ามา กลุ่มนี้มีชาวจีนฮ่อคนหนึ่ง ที่ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกษัตริย์ไทย ทรงแต่งตั้งให้เป็นถึง ขุนนาง นามว่า ‘ขุนชวงเลียง ลือเกียรติ’ หรือในนามเดิมว่า เจิ้งชงหลิ่ง (ส่วนนามในศาสนาอิสลามคือ อิบรอฮีม เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2416 ณ ตำบลหยีซี เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน) เขาและเพื่อนๆ ได้เดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ โดยกองคาราวานม้าต่าง ซึ่ง แตกต่างจากการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานของคนจีนโดยทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ จะเดินทางโดยเรือ การอพยพมาของกลุ่มเจิ้งชงหลิ่งนั้น ตรงกับรัชสมัยของเจ้า อินทนนท์ กำลังปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น เจิ้งชงหลิ่งเป็นผู้นำคนสำคัญ ยิ่งของชาวยูนนานมุสลิมที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทย เขามี บทบาทในการสร้างหลักปักฐานให้กับชุมชนมุสลิมยูนนาน และยังเป็นแกนนำในการ สร้างมัสยิดบ้านฮ่อ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสนองคุณแผ่นดินในการสร้าง เสริมความเจริญก้าวหน้าให้กับกิจการของทางราชการต่างๆ อาทิ การบริจาคที่ดิน เพื่อก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่(ในปัจจุบัน) ,การได้รับสัมปทานขนส่งสินค้าและอาหารให้กับการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาล จังหวัดลำปาง จนได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็น ขุน ชวงเลียง ลือ เกียรติ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ ๖ เนื่องจาก ท่านเป็นบุคคลผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดินเชียงใหม่ และจาก บรรดาศักดิ์นี้เอง เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงองค์ที่ ๙ ของเชียงใหม่จึงได้ ประทานนามสกุล “วงศ์ลือเกียรติ” ให้เป็นเกียรติแก่ท่านขุน และวงศ์ตระกูลสืบต่อมา ชั่วลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

• กลุ่มชาวยูนนานอพยพ กลุ่มนี้เป็นผู้อพยพชาวยูนนานที่หลบหนีออกจากประเทศจีน เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งจีนปกครองโดยราชวงศ์เซ็ง ที่มีนโยบายกดขี่ชาวจีนแมนดารินเป็นอย่างมาก จนในปี ค.ศ.1856 ชาวมุสลิมจากยูนนานจำนวนมากได้รวมตัวกันต่อต้าน และตั้งเมืองตาลีฟูขึ้นบริเวณพื้นที่แถบตะวันตกของยูนนาน เป็นเมืองหลวง ต่อมาภายหลังผู้นำมุสลิม คือสุลต่านของชาวยูนนานชื่อ สุลัยมาน ถูกลอบสังหารจึงทำให้ชาวมุสลิมถูกไล่ล่าสังหารอย่างโหดร้าย คนจำนวนนับพันถูกเข่นฆ่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุสลิมชาวยูนนานเป็นจำนวนมากในเมืองตาลีฟู ต้องหลบหนีเข้าสู่ประเทศพม่า โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน ซึ่งเป็นรอยต่อติดกับสยามประเทศด้วย เราจึงพบเห็นลูกหลานชาวจีนฮ่ออยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมากใน จ.แม่ฮ่องสอน (ชาวแม่ฮ่องสอน เรียกแม่น้ำสาละวินว่า แม่น้ำคง)

• กลุ่มชาวยูนนานอพยพ กลุ่มนี้เป็นผู้อพยพชาวยูนนานที่หลบหนีออกจากประเทศจีน เนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งจีนปกครองโดยราชวงศ์เซ็ง ที่มีนโยบายกดขี่ชาวจีนแมนดารินเป็นอย่างมาก จนในปี ค.ศ.1856 ชาวมุสลิมจากยูนนานจำนวนมากได้รวมตัวกันต่อต้าน และตั้งเมืองตาลีฟูขึ้นบริเวณพื้นที่แถบตะวันตกของยูนนาน เป็นเมืองหลวง ต่อมาภายหลังผู้นำมุสลิม คือสุลต่านของชาวยูนนานชื่อ สุลัยมาน ถูกลอบสังหารจึงทำให้ชาวมุสลิมถูกไล่ล่าสังหารอย่างโหดร้าย คนจำนวนนับพันถูกเข่นฆ่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุสลิมชาวยูนนานเป็นจำนวนมากในเมืองตาลีฟู ต้องหลบหนีเข้าสู่ประเทศพม่า โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน ซึ่งเป็นรอยต่อติดกับสยามประเทศด้วย เราจึงพบเห็นลูกหลานชาวจีนฮ่ออยู่อาศัยกันเป็นจำนวนมากใน จ.แม่ฮ่องสอน (ชาวแม่ฮ่องสอน เรียกแม่น้ำสาละวินว่า แม่น้ำคง)

• กลุ่มทหารกู้ชาติจีน “จีนฮ่อ” กลุ่มนี้อพยพเคลื่อนย้ายมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบสิ้นลง และเจียงไคเซ็ค ต้องอพยพรัฐบาลของตน ไปอยู่เกาะไต้หวัน ประเทศจีนถูกยึกครองโดยเหมาเจ๋อตุง ผู้นำแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ประสบชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือพวกจีนคณะชาติ ทำให้กองพล 93 ซึ่งเป็นทหารของจีนก๊กมินตั้ง ต้องถอยร่นลงมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดสถานที่เป็นศูนย์ผู้อพยพอยู่ประมาณ 50 กว่าศูนย์ทั่วภาคเหนือ กลุ่มจีนฮ่อที่มีบทบาทและเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมเชียงใหม่ คือ กลุ่มของท่านนะปะซาง (พ่อเลี้ยงเลานะ) ซึ่งได้เข้ามาตั้งแคมป์อยู่บริเวณทุ่งเวสาลี ฝั่งตะวันออกของถนนโชตนา อีกกลุ่มก็เคลื่อนย้ายมาปักหลักอยู่แถวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทหารจีนเหล่านี้บางส่วนเป็นชาวจีนมุสลิม เช่นเดียวกับจีนฮ่อ ซึ่งเคยอยู่ในเมืองไทยมาก่อนแล้ว จึงได้รวมตัวกันมาพำนัก อยู่ในเมืองเชียงใหม่เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

เมื่อพี่น้องมุสลิมมีจำนวนมากขึ้น ทั้งชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายปากีสถานและชาวยูนนาน พ่อเลี้ยงเลานะจึงได้เป็นผู้นำคนสำคัญในการก่อสร้างมัสยิด เพื่อเป็นสถานที่รวมใจชาวมุสลิมขึ้นที่บริเวณถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ขึ้น และเรียกกันว่า “มัสยิดช้างเผือก” มาตราบจนปัจจุบันนี้.

 

(ข้อมูลจาก: ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย)

 

loading...