หน้าแรก รายงานพิเศษ รายงานต่างประเทศ ชีวิตที่ถูกทำลายในเขตเวสต์แบงก์

ชีวิตที่ถูกทำลายในเขตเวสต์แบงก์

77

ในชั้นเรียนเด็กๆ ชาวปาเลสไตน์กำลังเรียนหนังสือ แต่ที่ไม่ปกติแตกต่างจากห้องเรียนทั่วไปคือพวกเขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนซึ่งตั้งอยู่ในที่โล่งนอกอาคาร นั่นเพราะเจ้าหน้าที่อิสราเอลได้ทำลายโรงเรียนของพวกเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

หมู่บ้านอาบูนูวาร์ (Abu Nuwar) เป็นหนึ่งในหมู่บ้านของเมืองมะอาลียา อะดูมีม (Maale Adumim) ห่างจากเยรูซาเล็มราว 4.3 ไมล์ ในฝั่งเวสต์แบงก์  ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครองอย่างผิดกฎหมาย

เมืองนี้ของเวสต์แบงก์ถูกควบคุมโดยอิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความปลอดภัยให้ชาวอิสราเอลในการเดินทางเข้าออกเมืองมะอาลียา อะดูมีม เส้นแบ่งเขตระหว่างดินแดนที่อิสราเอลยึดครองกับเขตเวสต์แบงก์กลายเป็นไม่ชัดเจน อิสราเอลวางแผนที่จะทำให้เส้นแบ่งดินแดนดูกำกวม และไม่รู้ว่าจุดไหนเป็นที่สิ้นสุดของดินแดนยึดครองและจุดไหนคือจุดเริ่มต้นของเขตเวสต์แบงก์

ในปี 1994 อิสราเอลเริ่มวางแผนขยายเขตตั้งถิ่นฐานของเมืองมะอาลียา อะดูมีม เข้าไปสู่หมู่บ้านอาบูนูวาร์ แผนนี้เป็นที่รู้จักในนาม อี1 (E1) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมระหว่างประเทศ และเมื่อเร็วๆ นี้ กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลได้รื้อถอนทำลายบ้านหลายหลัง ทั้งกวาดต้อนครอบครัวชาวปาเลสไตน์บางส่วนให้อพยพออกไป

ชาวบ้านในอาบูนูวาร์ ถูกจับ 22 คน และถ้าพวกเขาต้องการที่จะก่อสร้างสิ่งใด พวกเขาจำเป็นต้องขอใบอนุญาตจากอิสราเอล แต่ตามรายงานของสหประชาชาติระบุเพราะอิสราเอลเจตนาละเว้นการวางแผนและการแบ่งเขตที่ชัดเจนในพื้นที่ ชาวปาเลสไตน์ส่วนมากในพื้นที่เขตซี (Area C) ไม่สามารถได้รับใบอนุญาต ผลลัพธ์จึงทำสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ในเขตนี้ซึ่งเป็นดินแดนของปาเลสไตน์จึงผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายของอิสราเอล

กรณีศึกษา

ดังนั้นเมื่อโรงเรียนอาบูนูวาร์ ถูกสร้างขึ้นจากเงินช่วยเหลือของฝรั่งเศสในเดือนกุมภาพันธ์ มันจึงไม่มีทางที่จะได้รับอนุญาตจากอิสราเอล วันรุ่งขึ้นหลังจากโรงเรียนถูกสร้างขึ้นเจ้าหน้าที่อิสราเอลก็มาทำลายมัน

อิสราเอลรื้อถอนหรือยึดบ้านของปาเลสไตน์และสิ่งก่อสร้าง 235 หลังในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 โดยรายงานของสำนักงานสหประชาชาติเพื่อการประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรม (OCHA) ระบุว่าได้ทำให้ชาวปาเลสไตน์กลายเป็นผู้ไร้หลักแหล่ง 331 คน ซึ่งรวมเด็กๆ 174 คน และผู้ได้รับผลกระทบอีก 740 คน

ห่างออกไปจากหมู่บ้านอาบูนูวาร์ใช้เวลาขับรถราว 2 ชัวโมง หมู่บ้านอุมมุลคัยรอน (Um AlKhiran) และหมู่บ้านอะตีร์ (Atir) ของชาวเบดูอินปาเลสไตน์ ซึ่งอยู่ภายในพรมแดนของอิสราเอล ก็กำลังทุกข์ทรมานจากปัญหาที่คล้ายกัน แต่ที่แตกต่างจากผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านอาบูนูวาร์ก็คือ ชาวบ้านเหล่านี้เป็นพลเมืองของอิสราเอลและบางคนได้ทำหน้าที่แม้กระทั่งการเข้าไปเป็นทหารในกองทัพอิสราเอล อย่างไรก็ตามหมู่บ้านของพวกเขาก็ถูกกำหนดให้ถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางให้มีการสร้างหมู่บ้านใหม่ของชาวอิสราเอล

ไม่ได้อยู่ในแผนที่

อุมมุลคัยรอน และ อะตีร์ เป็น 2 ใน 35 หมู่บ้านของชาวเบดูอินในทะเลทรายเนเกฟซึ่งไม่ถูกยอมรับ หมู่บ้านเหล่านี้ไม่มีการต่อกระแสไฟฟ้าหรือน้ำประปาให้ และจะไม่ปรากฏบนแผนที่ของรัฐอิสราเอล ประชาชนยังต้องรับมือกับการถูกรื้อถอนที่อยู่อาศัย และไม่สามารถได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารใดๆ เพราะอิสราเอลไม่ยอมรับการดำรงอยู่ของหมู่บ้านของพวกเขา

ผู้หญิงเดินขบวนประท้วงต่อต้านการยึดครอง หมู่บ้านอุมมุลคัยรอน (Um AlKhiran) และหมู่บ้านอะตีร์ (Atir) วันที่ 3 มีนาคม 2016 (Photo credit: Hagar Shezaf)
ผู้หญิงเดินขบวนประท้วงต่อต้านการยึดครอง หมู่บ้านอุมมุลคัยรอน (Um AlKhiran) และหมู่บ้านอะตีร์ (Atir) วันที่ 3 มีนาคม 2016 (Photo credit: Hagar Shezaf)

“มีความยุติธรรมใดหรือ ในการไล่คนออกจากบ้านของพวกเขาเพียงเพื่อจะนำผู้คนใหม่ๆ มาอยู่ในดินแดนของพวกเขาแทน?” อามิน ชาวเมืองอุมมุลคัยรอน กล่าวในการประท้วงต่อต้านแผนการขับไล่”ใช่ ชีวิตของเราได้ลำบากมาก่อน แต่เราก็อยู่สบายดี เราไม่ได้ [สร้าง] ปัญหาใดๆ เราก็ใช้ชีวิตของเรา ตอนนี้เราต้องต่อสู้เพื่อบ้านของเรา”

แปล/เรียบเรียงจาก https://medium.com/aj-news

loading...
loading...