หน้าแรก ข่าววันนี้ ห้องรับรองพรีเมียมเลาจน์แห่งใหม่ของสายการบินเอทิฮัดพร้อมเปิดให้บริการแล้วที่ท่าอากาศยานเมลเบอร์น

ห้องรับรองพรีเมียมเลาจน์แห่งใหม่ของสายการบินเอทิฮัดพร้อมเปิดให้บริการแล้วที่ท่าอากาศยานเมลเบอร์น

35
  • ห้องรับรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานเมืองเมลเบอร์น ได้รับการปรับโฉมไปอย่างสิ้นเชิง เพิ่มห้องรับประทานอาหาร บาร์ที่แสดงผลงานประติมากรรม ห้องสำหรับเด็กเล่น ห้องละหมาด และห้องอาบน้ำ
  • นำเสนอทางเลือกเครื่องดื่มทั้งค็อกเทลและม็อคเทลที่หลากหลายซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่จากการร่วมมือกับหุ้นส่วนซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านเครื่องดื่มชั้นนำของโลก ฟลูอิด มูฟเมนท์
  • ผู้โดยสารที่เดินทางไปกับ เดอะ เรสซิเดนซ์จะเพลิดเพลินไปกับห้องรับรองที่เป็นส่วนตัว ที่จัดทางเข้าแยกชัดเจนจากทางเข้าส่วนรวม พร้อมการบริการที่ถูกจัดเตรียมไว้บริการเป็นอย่างดี

สายการบินเอทิฮัดได้เปิดตัวห้องรับรองพรีเมี่ยมเลาจน์แห่งใหม่อย่างเป็นทางการที่ท่าอากาศยานเมลเบอร์น โดยจะมอบความผ่อนคลาย สะดวกสบายและมีสไตล์ให้แก่ผู้โดยสาร พื้นที่จัดให้ผู้โดยสารจะสามารถผ่อนคลายพักผ่อน รับประทานอาหาร ทำงานหรือแสวงหาความบันเทิงต่างๆได้ก่อนขึ้นเครื่อง

พื้นที่เปิดให้แสงธรรมชาติผ่านเข้าด้านในจากการใช้กระจกชนิดจากพื้นถึงเพดาน ทำให้พรีเมียมเลาจน์นี้มอบทัศนียภาพเปิดกว้างไปตามรันเวย์บนพื้นที่กว่า 800 ตร.ม. มีจำนวนที่นั่งที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 133 คน นี่จึงเป็นห้องรับรองพรีเมียมเลาจน์ของสายการบินที่ใหญ่ที่สุดนอกกรุงอาบู ดาบี

ส่วนกลางของห้องรับรองใหม่นี้คือพื้นที่รับประทานอาหารที่มีที่นั่งถึง 26 ที่นั่ง ผู้โดยสารจะได้เพลิดเพลินกับการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของสายการบิน  ด้วยรายการอาหารที่เลือกได้ในรูปแบบภัตตาคาร และอาหารแบบบุฟเฟต์ นานาชาติ

นำเสนอเมนูอาหารด้วยความภาคภูมิใจจากครัวของสายการบิน เชฟมืออาชีพจะเตรียมอาหารแต่ละจานโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่จากแหล่งท้องถิ่นตามฤดูกาล  รวมถึงขนมปัง ที่อบใหม่สดสองครั้งต่อวัน ขนมปังแท่งกริสสินี เครื่องจิ้ม เช่น ฮุมมุส บาบากานูช และ มูแฮมมารา แตงกวาดอง ลาบเนห์ คุกกี้ และแม้กระทั่งไอศกรีม

ชีส ผลไม้และผัชนิดต่างๆ นั้นมีแหล่งที่มาจากผู้ขายในรัฐวิคตอเรีย และกาแฟนั้นก็มาจากโรงคั่วที่มีแหล่งอยู่ในเมลเบอร์น

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ตื่นตาคือบาร์ที่แสดงผลงานประติมากรรม  ไวน์จากผู้ผลิตในรัฐวิคตอเรีย สุราชั้นเลิศกว่า 70 รายการ แชมเปญ และเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยต่างๆรวมถึงการให้บริการเมนูค็อกเทลที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ตัวเลือกที่สร้างสรรค์เหล่านั้น ได้พัฒนาโดยร่วมมือกับผู้ให้คำปรึกษาทางด้านเครื่องดื่มชั้นนำในลอนดอน ได้แก่ ฟลูอิด มูฟเมนท์  รวมถึงค็อกเทลที่ตั้งชื่อตามแรงบันดาลใจจากเมืองต่างๆ เช่น เมลเบอร์น ซิดนีย์ ปารีส และนิวยอร์ก และม็อกเทลที่ชื่อว่าอาบู ดาบี คอนโทรลด์ แอร์สเปซ  และวิงเล็ท  ค็อกเทลเช่นเดียวกับอาหารรายการอื่นๆ รายการม็อกเทลที่อยู่ในเมนูของห้องรับรองทั้งหมดนั้น ล้วนรังสรรค์และปรุงโดยมิกโซโลจิสต์ที่ฝึกฝนมาอย่างเป็นพิเศษ โดยใช้น้ำเชื่อมและเครื่องปรุง อย่างเช่น  สายไหม  รูบาร์บตากแห้ง ซึ่งทำขึ้นโดยครัวสายการบินเช่นกัน สำหรับผู้ที่นิยมความดั้งเดิม บาร์นี้ยังมีตัวเลือกรายการ โมเดิร์น คลาสสิค เช่น มัค 10 โมฮิโต ซึ่ง คิดค้นและพัฒนาโดย ฟลูอิน มูฟเมนท์ ผู้ที่ชื่นชอบเนโกรนี ยังจะได้ตื่นตาเมื่อรู้ว่าเครื่องดื่มที่เขาชอบนั้นได้ถูกผสม เก็บและบ่มไว้ภายในบาร์นี่เอง

จากมุมมองของนักออกแบบตกแต่งภายในนั้นถูกเติมเต็มด้วยตราสัญลักษณ์ ‘เหลี่ยมเพชรแห่งอาบู ดาบี’(Facets of Abu Dhabi) ตามหลักการของสไตล์พื้นที่ และความสงบ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสายการบินเอทิฮัด ด้วยรูปแบบรูปทรงเรขาคณิตและแถบสีที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นการแสดงออกถึงความทันสมัยในศตวรรษที่ 21 ของกรุงอาบู ดาบี

ด้วยการตกแต่งที่เป็นแบบเฉพาะ–โดย บอส –เสนอที่นั่งต่างรูปแบบให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการเลาจน์
แต่ละจุดนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสบายสูงสุดเมื่อรับประทานอาหาร ทำงานหรือพักผ่อน

ตั้งแต่การเริ่มให้บริการด้วย เอ380 ตั้งแต่ 1 มิถุนายนนี้ ผู้โดยสารใน เดอะเรสสิเดนซ์ จะเพลิดเพลินกับความพิเศษของห้องรับรองส่วนตัว ซึ่งแยกต่างหากออกมาจากทางเข้าของห้องรับรองหลัก ด้วยเก้าอี้ที่สั่งทำโดยเฉพาะ จากหนังโพลโทรนา เฟรา จากอิตาลี  เครื่องเรือนนุ่มสบาย ห้องน้ำในห้องของตัวเองและทางเข้าที่แยกต่างหาก ห้องรับรองเดอะ เรสซิเดนซ์ นั้นมีการบริการเฉพาะตัวที่หรูหราเป็นเลิศ ซึ่งจะสอดคล้องกับการมอบประสบการณ์การดูแลและการให้บริการที่สูงสุดจากสายการบินที่ผู้โดยสารจะได้สัมผัส

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องรับรองนั้น รวมถึงห้องน้ำแยกชายหญิงที่มีห้องอาบน้ำ และมีผลิตภัณฑ์ สคารามูช และ ฟานดาโก  ห้องสำหรับทำความสะอาดและทำละหมาดของทั้งชายและหญิง ห้องเด็กเล่น และห้องเก็บกระเป๋า

มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้บริการฟรี และมีตัวจ่ายไฟฟ้าสำหรับหัวเต้าเสียบหลายรูปแบบและเต้ารับยูเอสบี  ในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วทั้งห้องรับรอง

เชน โอ’แฮร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของสายการบินเอทิฮัด และ ไลล์ สแตรมไบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของท่าอากาศยานเมลเบอร์น ได้ร่วมพิธีตัดริบบินเปิดห้องรับรองร่วมกันอย่างเป็นทางการกล่าวว่า
”ห้องรับรองพรีเมียมเลาจน์แห่งใหม่ในท่าอากาศยานเมลเบอร์นนี้มีความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นห้องรับรองในสนามบินอย่างที่ทุกคนคุ้นเคยแต่เป็นการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมด

“การผสมผสานรวมร้านอาหารชั้นเลิศและค็อกเทลบาร์สุดชิคเข้าด้วยกัน ห้องรับรองนี้แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่ชาญฉลาดและมีความละเอียดอ่อน ที่ซึ่งผู้โดยสารจะเพลิดเพลินกับความสบายและความหรูหราระดับสูงสุด เติมเต็มด้วยการดูแลและการให้บริการในระดับโลกของเรา นวัตกรรมการปรุงอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่”

“ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกแบบท้องถิ่นที่ชัดเจน ด้วยการผลิตที่สดใหม่ แหล่งวัตถุดิบของไวน์และชีส ที่คัดสรรมาจากผู้ปลูก ผู้ผลิต โรงบ่มหรือผู้ขาย ทั่วทั้งรัฐวิคตอเรีย ทำให้ผู้โดยสารของเรานั้นได้เพลิดเพลินกับรสชาติของวัฒนธรรมด้านอาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังของรัฐนี้

“การเปิดห้องรับรองใหม่ที่มีความโดดเด่นและการประกาศการเริ่มให้บริการด้วยเครื่องบิน เอ380 ลำที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ จะทำให้นักเดินทางในเส้นทางเมลเบอร์น – อาบู ดาบี ได้สัมผัสประสบการณ์อันเลิศล้ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

ผู้โดยสารในเดอะ เรสซิเดนซ์ เฟิร์สท อพาร์ทเมนท์  และบิสสิเนส สตูดิโอ นั้นจะได้รับเชิญให้ใช้บริการห้องรับรองนี้ก่อนขึ้นเครื่อง สมาชิกรายการสะสมไมล์เอทิฮัด เกสท์ ระดับแฟลตินัม โกลด์ และซิลเวอร์ และสมาชิกของรายการสะสมคะแนนในกลุ่มเอทิฮัด แอร์เวย์ส พาร์ทเนอร์ส และสมาชิกรายการสะสมคะแนนของสายการบินพันธมิตรที่มีสิทธิก็สามารถใช้บริการได้เช่นกันแม้จะเดินทางในชั้นประหยัด โดยต้องสำรองที่นั่งในเที่ยวบินที่ทำการบินโดยสายการบินเอทิฮัดภายในวันเดียวกัน

ห้องรับรองนี้อยู่ในอาคารผู้โดยสาร2 ติดกับทางออกขึ้นเครื่องหมายเลข10 ห้องรับรองจะเปิดให้บริการประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางของแต่ละเที่ยวบินของสายการบินเอทิฮัด ซึ่งจะทำการบินสองเที่ยวต่อวันในเส้นทางเมลเบอร์น –อาบู ดาบี

ห้องรับรองใหม่นี้ได้เข้ามาเสริมการให้บริการห้องรับรองของสายการบินเอทิฮัดที่ขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในซิดนีย์, อาบู ดาบี, ดับลิน, แฟรงค์เฟิร์ท, ลอนดอน ฮีทโธรว์ , แมนเชสเตอร์, ปารีส, วอชิงตัน ดีซี และนิวยอร์ก ห้องรับรองสำหรับชั้นเฟิร์สทคลาสแห่งใหม่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอาบู ดาบี และห้องรับรองสำหรับชั้นเฟิร์สท์ คลาสและบิสสิเนสคลาสแห่งใหม่ที่ลอสแอนเจลิสจะเปิดตามมาในเร็ว ๆ นี้

สายการบินเอทิฮัดเริ่มให้บริการเที่ยวบินรายวันสู่นครเมลเบอร์น ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินแบบไม่แวะพักสองเที่ยวต่อวันไปยังกรุงอาบู ดาบี และต่อไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว แอฟริกาและยุโรป เป็นเพียงสายการบินเดียวที่มอบบริการเที่ยวบินแบบไม่หยุดพัก สองเที่ยวบินต่อวันระหว่างเมลเบอร์นและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะนำแอร์บัส
เอ380 ซึ่งเป็นฝูงบินชั้นแนวหน้าของสายการบินมาให้บริการสู่เมลเบอร์นตั้งแต่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

นอกเหนือการให้บริการสองเที่ยวบินต่อวันสู่เมลเบอร์นแล้ว สายการบินเอทิฮัดนั้นทำการบินสู่บริสเบนและเพิร์ธในทุกๆวัน  เที่ยวบินต่อวัน และสู่ซิดนีย์ 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งนี้พันธมิตรที่สายการบินเข้าไปถือหุ้น สายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย นั้นทำการบินอีก 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ระหว่างซิดนีย์และกรุงอาบู ดาบี

loading...