สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเวทีใหญ่ “พัฒนาครัวฮาลาลไทยสู่ครัวโลก”

644

เมื่อ วันที่ 17 ธ.ค. 57 ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ระดมสมองเปิดเวทีสัมมนาใหญ่ “ครัวฮาลาลไทยสู่ครัวโลก” พร้อมจัดแสดงอาหารฮาลาลมาตรฐานส่งออก 30 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เปิดคลินิกให้คำปรึกษาเรื่องมาตรฐานอาหารฮาลาลในระดับสากลเพื่อการส่งออกแบบ ครบวงจร หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวมุสลิมทั่วโลกราว 2 พันล้านคน และเพิ่มโอกาสให้อาหารฮาลาลไทยบุกตลาดโลกอย่างจริงจัง       ชี้ตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งแนวโน้มขยายตัวดีเฉลี่ยร้อยละ 6.9 ต่อปี แนะตลาดอินโดนีเซียเป้าหมายหลักที่ไทยควรเน้น โดยเฉพาะอาหารพร้อมปรุง พร้อมรับประทานทั้งแบบ     แช่แข็ง แปรรูป และบรรจุกระป๋อง

นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เศรษฐกิจโลกกับโอกาสสินค้าฮาลาลไทย” ว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2558 ที่ IMF คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.8 เพิ่มขึ้นจากปี 2557  ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก  นอกจากนี้ IMF ยังได้ประเมิน 10 อันดับประเทศที่คาดว่าจะมีอัตราขยายตัวของเศรษฐกิจร้อนแรงที่สุด เรียงตามลำดับดังนี้ จีน  การ์ตา ไนจีเรีย อิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินเดีย คาซัคสถาน อินโดนีเซีย และเปรู ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีถึง 6 ประเทศ ที่เป็นประเทศซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรรวมราว  7.15 พันล้านคน ในจำนวนนี้ร้อยละ 28.26 เป็นประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือประมาณ 2 พันล้านคน พบว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเอเชีย  รองลงมาคือแอฟริกา ในยุโรปมีประชากรนับถือศาสนาอิสลามอยู่เพียง 56.18 ล้านคน อเมริกาเหนือ 8 ล้านคน และอื่นๆ 3.84 ล้านคน โดยประเทศที่มีสัดส่วนประชากรมุสลิมมากกว่าร้อยละ  90  ในแอฟริกา เช่น  อัลจีเรีย  โมร็อกโก  ตูนีเซีย และอียิปต์  ในเอเชีย เช่น ซาอุดิอาระเบีย  บาห์เรน อิหร่าน  อิรัก  โอมาน  ตุรกี            ทาจิกิสถาน และอาร์เซอร์ไบจัน เป็นต้น  ส่วนหากพิจารณาที่จำนวนประชากรมุสลิม ในแต่ละประเทศ 10 อันดับแรกที่มีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุด ได้แก่  อินเดีย 255.3 ล้านคน อินโดนีเซีย  218.7 ล้านคน ปากีสถาน  183.64 ล้านคน

เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรมุสลิมทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.84 ขณะที่ประชากรโลกมีอัตราเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 1.14  ที่น่าสนใจคือ สัดส่วนประชากรในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยรุ่นและวัย ทำงาน  ซึ่งมีความต้องการบริโภคสูง และกล้าทดลองสิ่งแปลกใหม่ เป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเติบโต ขณะเดียวกันมีความต้องการอาหารที่ปลอดภัยและคุณภาพสูง ดีต่อสุขภาพมากขึ้น อาหารเพื่อสุขภาพ ฟังก์ชันนัลฟูดส์ อาหารอินทรีย์ มีแนวโน้มขยายตัวดีโดยเฉพาะในประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง นอกจากนี้การขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce  ช่วยขยายช่องทางเข้าถึงสินค้าให้สะดวกและรวดเร็ว ไร้พรมแดน อีกทั้งพัฒนาการของหน่วยงานรับรอง ที่มีมาตรฐานและเป็นระบบมากขึ้น  ทำให้การตรวจรับรองฮาลาลขยายตัวเพิ่มขึ้น โอกาสของตลาดอาหารฮาลาลจึงยังเปิดกว้างอีกมาก

“สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ว่าจ้าง บริษัทวิจัยทอมสัน รอยเตอร์ ศึกษาโอกาสตลาดอาหารฮาลาลโลก และได้ประเมินว่ามูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลกในปี 2556 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 16.6 ของมูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มโลก และในช่วง 5 ปีต่อจากนี้มูลค่าการค้าจะมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึงร้อยละ 6.9 ต่อปี ทำให้ในปี 2561 มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลกจะสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ หากพิจารณาด้านการค้าอาหารระหว่างประเทศ ของสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organize of Islamic Cooperation : OIC) ที่ปัจจุบันมี 57 ประเทศ จะพบว่ามีมูลค่าการนำเข้าอาหารในปี 2556 อยู่ที่ ประมาณ 156,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย 8 ประเทศหลักมีมูลค่านำเข้าเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 56.7 ของมูลค่าทั้งหมด โดยประเทศสมาชิก OIC ผู้นำเข้าอาหารที่สำคัญ อันดับแรกคือ ซาอุดิอาระเบีย รองลงมาคือ มาเลเซีย อียิปต์ อินโดนีเซีย อิหร่าน และ UAE ตามลำดับ เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไทยส่งออกไปประเทศเหล่านี้ พบว่ายังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย จึงนับว่ายังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก หากเราศึกษาความต้องการของตลาด และเริ่มบุกตลาดอย่างจริงจัง” นายปราโมทย์ กล่าว

นายปณิธาน จินดาภู รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารที่มีต่อเศรษฐกิจของไทย โดยได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ ร่วมกับสถาบันอาหาร และหน่วยงานในสังกัดเพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยได้รับการยอมรับในด้านเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับ สากล ความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์อาหารของไทย สะท้อนให้เห็นได้จากปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 10 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.44 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.26

“อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวทำให้ตลาดหลักมีกำลังซื้อลดลง ประเทศกำลังพัฒนาที่ยังมีความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตก็พัฒนาศักยภาพ เพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกอาหารของไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง  ประเทศไทยจึงจำเป็น