เจาะลึก ทีวีมุสลิม เรตติ้งต่ำ ไร้คนดู 5ช่องลงทุน100ล้านต่อปี…คุ้มหรือไม่คุ้ม?

10682

กว่า  1 ปีที่ทีวีมุสลิม 4 ช่องได้แพร่ภาพออกอากาศแล้ว เพื่อเป็นการอัพเดทข้อมูล “พับลิกโพสต์” จึงขอไปติดตามเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องลึก โดยเฉพาะ “เรตติ้ง” ผู้ชม ซึ่งเมื่อตีแผ่ออกมา อาจทำให้หลายคนผิดหวัง

สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของมุสลิม เพิ่มจำนวนเป็น 5 ช่อง   หลังจากเมื่อปี 2555  ยาตีมทีวี (yateemTV), ไวท์แชนแนล (White Chanal), และ ไอบีทีวี (IBTV) ออกอากาศพร้อมๆ กันประมาณ เดือนมีนาคม-เมษายน ในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน ในขณะที่ 2 สถานีซึ่งกำเนิด มาก่อน คือ ทีวีมุสลิมไทยแลนด์ กับ ทีเอ็มทีวี (TMTV) ก็ได้ปรับตัวเพื่อรองรับการกำเนิดของอีก 3 สถานี

“ทีวีมุสลิมไทยแลนด์” ของ “บรรจง โซ๊ะมณี” นับเป็นทีวีมุสลิมเจ้าแรก ซึ่งเมื่อครั้งที่ทีวีช่องนี้ออกอากาศเพียงสถานีเดียว ยอดการเข้าชมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

การกำเนิดของ “ทีเอ็มทีวี” จากค่ายฮัมซะห์ ของ “อาจารย์มุสตอฟา อยู่เป็นสุข”  ในปี 2554 แม้จะทำให้เกิดความหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่การที่ “ทีเอ็มทีวี” แพร่ภาพผ่านดาวเทียม NSS6 ที่ต้องใช้หัวรับสัญญาณอีกตัว หรือไม่ก็ต้องรับชมผ่านจานส้ม (จานเล็ก) ทำให้ทีเอ็มทีวี ไม่ได้ส่งกระทบต่อ ทีวีมุสลิมไทยแลนด์ เท่าใดนัก

“ทีเอ็มทีวี”  มีการเปลี่ยนผ่านหลายครั้ง จาก อาจารย์ราชันย์  ฮูเซ็น มาเป็น อาจารย์ประเสริฐ  มัสซารี สุดท้าย ฟูอ๊าด อยู่เป็นสุข ต้องลงมาลุยเอง โดยหลังจากอีก 3 ช่องออกอากาศและแพร่ภาพผ่านดาวเทียมไทยคมหรือจานดำ TMTV ก็ได้ย้ายจากจานเล็กมาเป็นจานดำที่มีฐานคนดูมากกว่า

ส่วน “ยาตีมทีวี” เป็นช่องทีวีของกลุ่ม “มูลนิธิศรัทธาชน” มี “อัชอารีย์ เรืองปราชญ์” เป็นผู้อำนวยการสถานี กลุ่มนี้โตมาจากการช่วยเหลือเด็กกำพร้า และหวังว่า การมีโทรทัศน์เป็นของตัวเองจะช่วยให้การระดมทุนสะดวกขึ้น

ช่องถัดมาคือ “ไวท์แชนแนล” ของกลุ่ม “อิสลามเพื่อสันติ” ที่มี “เชคริฎอ อะหมัด สมะดี” เป็น แกนนำ เติบโตมาจากแนวทางการเผยแพร่ศาสนาของเชคริฎอที่มีผู้ศรัทธาจำนวนหนึ่งและมี ทุนสนับสนุนจากบางหน่วยงาน กลุ่มนี้จึงคิดว่า การมีโทรทัศน์จะช่วยให้การทำงานตามแนวทางของตัวเองจะสะดวกขึ้น

ในขณะที่ “ไอบีทีวี” เป็นสถานีมุสลิมที่แยกตัวออกไปชัดเจน ไม่สนคอนเทนต์ที่เป็นมุสลิม แต่มุ่งไปสู้ สถานีข่าว รองรับการเติบโตของผู้ก่อตั้งคือ “สามารถ ทรัพย์พจน์” นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงของวงการมุสลิม ที่มีเข็มมุ่งสู่เส้นทางการเมือง แต่เสียดายที่ช่วงกำลังรุ่งโรจน์ เขากลับไปสู่ความเมตตาของพระเจ้าเสียก่อน

แนวการทำการตลาด ทั้ง ยาตีมทีวี ไวท์์แชนแนล และ ทีเอ็มทีวี นั้นแทบไม่แตกต่างกันนัก และเป็นการเดินตามแนวทางที่ “มุสลิมไทยแลนด์” ทำมาก่อน  คือ เน้นการจัดอีเวนต์ตามงานมัสยิด ตามจังหวัดที่มีมุสลิม หนาแน่น โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

การกำเนิดของโทรทัศน์มุสลิม 5 ช่อง อีกด้านหนึ่งเป็นการฉีกแนวทางการทำสื่อของมุสลิม ที่เคยมีแค่การทำสื่อผ่านทางวิทยุเอเอ็ม และผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ แต่รูปแบบการนำเสนอไม่ได้แตกต่างไปจากการทำวิทยุมากนัก นั่นคือ “การนั่งพูดผ่านจอ” ซึ่งจะต่างกันก็ที่เห็นหน้าพิธีกรเพียงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การกำเนิดของทีวี 5 ช่อง กลับไม่ได้ตอบสนองสื่อวิทยุเดิมเลย เพราะต่างมีแนวทางของตัวเอง เหมือนเป็นการปิดกั้นสื่อเดิม ไล่ไปตั้งแต่ “ยาตีมทีวี” ที่เน้นเผยแพร่คำสอนศาสนาตามแนว “วะฮาบีย์” ไม่ต่างจาก “ทีเอ็มทีวี”  และ “ไวท์แชนแนล” ที่มีกฎระเบียบค่อนข้างเข้มงวดตามแนวซุนนะห์  ผู้หญิงห้ามออกทีวี เป็นต้น

ความจริงแล้ว ทีวีมุสลิมไทยแลนด์ ก็เดินตามแนวนี้มาก่อน แต่มีปัญหาที่ตัวผู้บริหารช่องมีท่าที “กลับไปกลับมา” วันหนึ่งอาจจะโจมตีจุฬาราชมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการจัดงานเมาลิด แต่ต่อมาก็กลับตรงกันข้าม เป็นต้น

สรุปแล้ว แนวทางของทั้ง 4 ช่อง ก็คือ “พวกใหม่” ตามความเข้าใจของชาวบ้าน!!

ขณะเดียวกัน สื่อวิทยุเดิมเอง ก็พยายามเข้าหาสู่ช่องทางดังกล่าว แต่ไม่อาจเข้าถึงได้ จึงมีปฏิกิริยาที่สื่อเหล่านี้ จะรวมตัวไปเปิดสถานีแห่งใหม่บ้าง กลุ่ม “สายเดิม” จะเปิดสถานีใหม่บ้าง แต่เรื่องก็เงียบหายไป

จึงกล่าวได้ว่า ปฏิกริยาที่เกิดขึ้นจากการกำเนิดของสถานีมุสลิม คือ การก่อให้เกิดปฏิกิริยาขัดแย้งในสังคมมุสลิมเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์สังคมมุสลิม ให้ข้อคิดว่า แต่เดิมสังคมมุสลิมมีความแตกแยกกันในเรื่องของหลักการศาสนาเกิดในหลายชุมชน หลายหมู่บ้าน

“กลุ่มใหม่” ที่เรียกตัวเองว่า “ซุนนะห์” แยกไปตั้งมัสยิดใหม่ ในหมู่บ้าน แยกกันทำละหมาด ในขณะที่ “กลุ่มเดิม” ไม่ได้เห็นคล้อยตามแนวทางของคนกลุ่มนี้  เพราะมองว่า เป็นกลุ่มที่สร้างความแตกแยก เพราะถ้าตามซุนนะห์นบี จะต้องสร้างความสมานฉันท์ตามที่นบีทำเป็นตัวอย่าง

และเมื่อกลุ่มที่ชาวบ้านเรียกว่า “กลุ่มใหม่” ตั้งสถานีโทรทัศน์ แนวทางที่กลุ่มนี้เผยแพร่ก็คือ การวิพากษ์วิจารณ์มุสลิม แทนที่จะแนะแนวทางที่ถูกต้อง

“แนวทางเช่นนี้ ทำให้ผู้ชมจำนวนมาก ปิดสถานี เลื่อนไปดูช่องอื่นแทน ที่มั่นคงอยู่กับช่องมีน้อยมาก ประกอบกับคอนเทนต์ที่อาจารย์นั่งพูด ไม่ต่างกับการจัดวิทยุ ถ้าไม่ใช่แฟนประจำจริงๆ ก็ไม่ดู หลายคนสะท้อนให้ฟังว่า เปิดดูนิดหน่อยก็ปิด เพราะไม่ชอบให้ถูกด่า ถูกว่า”

“และมีอีกเรื่องที่แปลกแต่จริง ก็คือ ทีวีมุสลิมส่วนใหญ่ มุ่งแต่โจมตีกลุ่มชีอะห์ แต่กลับกลายเป็นว่า กลุ่มชีอะห์เติบโตขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในภาคใต้ มีมัสยิดชีอะห์เกิดเพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว เท่าที่ทราบ มีการรับเงินม