“นักบา” (Nakba) หายนะของชาวปาเลสไตน์ ในปี 1948

822
ชาวปาเลสไตน์มากกว่า 750,000 คนถูกขับออกจากบ้านของพวกเขาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 1948 วันซึ่งเป็นวันที่รู้จักกันในนาม Nakba (หายนะ)

เหตุการณ์สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์อิสลามสมัยใหม่ ก็คือความขัดแย้ง “อาหรับ-อิสราเอล” ความขัดแย้งนี้มีหลายแง่มุม ซับซ้อน และยังคงเป็นปัญหาที่คาราคาซังมากที่สุดในโลกในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ด้านหนึ่งของความขัดแย้งนี้คือปัญหาผู้ลี้ภัยซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1948 (พ.ศ.2491) พร้อมกับการสร้างรัฐ “อิสราเอล” ในปีนั้นชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนกลายเป็นผู้ลี้ภัย ในสิ่งที่เรียกว่า “Nakba” ซึ่งเป็นภาษาอาหรับ แปลว่า “ภัยพิบัติ” หรือ “หายนะ”

ภูมิหลัง

ในปี 1800 ขบวนการชาตินิยมใหม่เกิดขึ้นในยุโรป “ไซออนิสต์” เป็นขบวนการทางการเมืองที่สนับสนุนการสร้างรัฐยิว ชาวยิวจำนวนมากเชื่อว่าการมีรัฐของตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นในการเผชิญหน้ากับการเลือกปฏิบัติและการกดขี่ของชาวยุโรปที่ย้อนหลังกลับไปหลายศตวรรษ หลังจากถกเถียงเรื่องดินแดนที่จะสร้างรัฐใหม่ในสภาไซออนิสต์ครั้งแรกเมื่อปี 1897 (พ.ศ.2440) ขบวนการไซออนิสต์ได้ตัดสินใจที่จะมุ่งสร้างรัฐของพวกเขาใน “ปาเลสไตน์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน ทว่า “สุลต่านอับดุลฮามิด ที่ 2” แห่งจักรวรรดิออตโตมันได้ปฏิเสธไปแม้จะมีการเสนอจ่ายเงินให้เป็นจำนวนถึง 150 ล้านปอนด์ โดย “ธีโอดอร์ เฮิร์ซล์” (Theodor Herzl) ผู้ก่อตั้งขบวนการไซออนิสต์เพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของดินแดนปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประตูก็เปิดให้ไซออนิสต์ โดยระหว่างสงครามอังกฤษสามารถพิชิตปาเลสไตน์จากออตโตมันในปี 1917 (พ.ศ.2460) และในเวลาเดียวกันนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ “อาเธอร์ บัลฟอร์” (Arthur Balfour) ได้ออกคำประกาศถึงขบวนการไซออนิสต์ว่าด้วยการสนับสนุนจากอังกฤษในการสร้างรัฐยิวในปาเลสไตน์

หลังจากสงคราม ในปี 1920 (พ.ศ.2463) ปาเลสไตน์กลายเป็นดินแดนใต้อาณัติ (mandate) สันนิบาตชาติ (League of Nations) ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ ( สันนิบาตชาติ : องค์การระหว่างประเทศ ตั้งขึ้นในปีค.ศ.1919 จากการประชุมสันติภาพที่ปารีสของประเทศผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อสงครามจบถูกยุบและแทนที่ด้วย “สหประชาชาติ” กระทั่งปัจจุบัน)  นับตั้งแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ ขบวนการไซออนิสต์ผลักดันการอพยพชาวยิวในยุโรปไปยังปาเลสไตน์อย่างหนักหน่วง ผลที่ตามมาคือจำนวนผู้อพยพชาวยิวในปาเลสไตน์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อมูลสำมะโนประชากรของอังกฤษในปี 1922 (พ.ศ.2465) มีชาวยิว 83,790 คนในปาเลสไตน์ เมื่อถึงปี 1931 (พ.ศ.2474) มีจำนวน 175,138 คน และเมื่อถึงปี 1945 (พ.ศ.2488) จำนวนได้เพิ่มขึ้นถึง 553,600 คน ภายใน 25 ปีชาวยิวได้เพิ่มจาก 11 เปอร์เซ็นต์ เป็น 31เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด

เป็นธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากชาวอาหรับปาเลสไตน์  ความตึงเครียดระหว่างผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวยิวและชาวปาเลสไตน์เจ้าของพื้นที่ปะทุขึ้นหลายครั้ง ในที่สุด ปี 1940 (พ.ศ.2483) อังกฤษตัดสินใจว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมดินแดนนี้ และตัดสินใจที่จะยุติการเป็นเจ้าอาณัติของปาเลสไตน์ แล้วก็ออกจากประเทศนี้ไป

แผนของสหประชาชาติ และเอกราชของอิสราเอล

เมื่อมองเห็นการสิ้นสุดการควบคุมของอังกฤษที่มีต่อปาเลสไตน์ และความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างชาวอาหรับและชาวยิวที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา องค์การสหประชาชาติที่เพิ่งถูกตั้งขึ้นในปี 1947 (พ.ศ.2490) ก็เข้ามามีส่วนร่วมพร้อมกับ “แผน” ที่เรียกว่า “แผนแบ่งส่วนปาเลสไตน์ของสหประชาชาติ” (United Nations Partition Plan for Palestine) ในแผนนั้นพวกเขาสนับสนุนการสร้าง “สองรัฐ” ในดินแดนซึ่งอดีตถูกรู้จักกันในนาม “ปาเลสไตน์” หนึ่งนั้นสำหรับชาวยิวที่เรียกว่า “อิสราเอล” และสำหรับชาวอาหรับคือ “ปาเลสไตน์”

แผนที่ด้านซ้าย (สีส้ม) แสดงพื้นที่ส่วนใหญ่ของชาวยิวในอาณัติปาเลสไตน์