“อนาคตใหม่” ชู 12 นโยบาย ปักธงปชต. ล้างมรดกรัฐประหาร

40

“อนาคตใหม่” เปิดตัว 12 นโยบาย ภายใต้สโลแกน “เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต” ชูปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร ปฏิรูปกองทัพ ทลายเศรษฐกิจผูกขาด สร้างรัฐสวัสดิการ

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดงานแถลงเปิดตัวนโยบาย 12 วาระ ด้วยสโลแกน “เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต” ได้แก่ 1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียมสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร 3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ 4.ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ 5.ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้โดยไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ 6.เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ ปลดหนี้เกษตรกร
7.เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจยุคใหม่ 8.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดการทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบในมือประชาชน 9.โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม 10.สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ 11.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร และ 12.ปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน ทั้งนี้ ภายในงานมีการตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกพรรค มีการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก โดยได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก
นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคมี 3 นโยบายรากฐานที่จะเป็นการมุ่งพัฒนาบุคคล, เพิ่มองค์ความรู้ และจัดการทรัพยากร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรที่ดีได้ ประกอบด้วย นโยบายยุติระบบราชการรวมศูนย์, นโยบายปฏิวัติการศึกษา และนโยบายไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร นอกจากนี้พรรคยังมีอีก 8 นโยบายที่จะนำเสนอ เช่น ทลายเศรษฐกิจผูกขาด, ปฏิรูปกองทัพ, เกษตรก้าวหน้า, เปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต เป็นต้น โดยทั้ง 11 นโยบายจะมาล้อกับนโยบายที่ 12 ที่เป็นคานของพรรค คือ การปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกการรัฐประหาร
นายธนาธร กล่าวต่อว่า ทุกนโยบายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหาเสียงหรือแก้ปัญหาทีละจุด แต่ทุกนโยบายมุ่งแก้ปัญหาอย่างเชื่อมโยงกัน และมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาประเทศได้ พร้อมระบุถึงสาเหตุในการเข้ามาทำงานการเมืองว่าต้องการให้สังคมเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้คนรุ่นหลังเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการรัฐประหารและอยู่กับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่เอาเปรียบประชาชนส่วนใหญ่อีกต่อไป
ด้านนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กล่าวว่า สำหรับนโยบายยุติระบบราชการแบบรวมศูนย์ คือต้องการให้ท้องถิ่นยกเลิกการพึ่งพาจากส่วนกลาง หวังให้เกิดการกระจายอำนาจ, กระจายรายได้มากขึ้น โดยมีแนวนโยบายต่างๆ เช่น ออกมาตรการที่เกี่ยวกับการเข้าจัดการกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ขัดขวางต่อการกระจายอำนาจ, เสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อบัญญัติการส่งเสริมการกระจายอำนาจไว้ในรัฐธรรมนูญ, ส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจรวมถึงการให้จังหวัดบางจังหวัด เช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้, จ.ภูเก็ต, จ.เชียงใหม่ เป็นเขตปกครองตัวเองแบบกรุงเทพฯ พร้อมเสนอให้ตั้งสภาพลเมืองขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบท้องถิ่นด้วย เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าจัดการทันที ส่วนเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้า พรรคอนาคตใหม่มีแนวคิดเพิ่มวันลาคลอดเป็น 180 วันหรือครึ่งปี, เพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราเป็น 1,800 บาท, เพิ่มงบบัตรทองเป็น 4,000 บาท และมีเงินอุดหนุนเยาวชนทุกคนคนละ 2,000 บาท โดยตั้งเป้าใช้งบทั้งสิ้น 650,000 ล้านบาท ซึ่งงบบางส่วนจะนำมาจากการยกเลิกงบประจำปีของกระทรวงกลาโหม, ลดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการลงทุนในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เป็นต้น
พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า นโยายบาย “ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร” คือ นโยบายที่จะนำกองทัพออกจากการเมืองและยุติวงจรการรัฐประหารให้ได้ สถาปนารัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุด รมว.กลาโหมมีอำนาจประกาศกฎอัยการศึก เป็นผู้บังคับบัญชาทุกเหล่าทัพ เลิกภารกิจไม่จำเป็นอย่างกอ.รมน. ต้องไม่เห็นกองทัพมาวิจารณ์รัฐบาล ใครอยากทำงานการเมือง ต้องออกไปจากราชการแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี การซื้ออาวุธเป็นของรัฐบาลเท่านั้น ปรับโครงสร้างเป็น