หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวทั่วไทย

ขนส่งฯยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางทุกประเภท ฝ่าฝืนเก็บเกินโทษปรับสูงสุด!

10

กรมการขนส่งทางบก ยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางทุกประเภททุกเส้นทาง ต้องจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิม พร้อมส่งผู้ตรวจการลงพื้นที่ตรวจสอบการให้บริการ พบฝ่าฝืนเก็บเกินที่ทางราชการกำหนด ปรับสูงสุดทุกกรณี

นายกมล บูรณพงศ์ รองกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีมติเลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางทุกประเภท ออกไปจากกำหนดเดิมเป็นวันที่ 22 เมษายน 2562 ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางทุกประเภท ต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

โดยต้องจัดเก็บค่าโดยสารตามอัตราเดิมที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารโดยใช้อัตราใหม่จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ฐานเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารผิดไปจากที่ทางราชการกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมบันทึกประวัติการกระทำความผิด และหากพบการกระทำผิดซ้ำพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำรถ ทั้งผู้ขับรถและผู้เก็บค่าโดยสารรวมถึงผู้ประกอบการจะมีความผิดฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลการให้บริการซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

“สำหรับอัตราค่าโดยสารในปัจจุบัน ดังนี้ รถของ ขสมก. 6.50 บาท รถร่วม ขสมก.(บัสใหญ่และมินิบัส) 9 บาท รถโดยสารปรับอากาศ 12-20 บาท รถโดยสารปรับอากาศ (Euro) 13-25 บาทรถสองแถว 7 บาท รถตู้โดยสารจัดเก็บในอัตราเดิม ในขณะที่รถหมวด 2 หมวด 3 ที่ให้บริการในต่างจังหวัดทั้งรถบัส บขส.และรถร่วม บขส. แบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย ระยะทาง 40 กม.แรก 0.49 บาทต่อ กม., 40-100 กม. 0.44 บาทต่อ กม., 100-200 กม. 0.40 บาทต่อ กม. และเกิน 200 กม. 0.36 บาทต่อ กม.กรณีเป็นรถตู้และรถโดยสารขนาดเล็ก 0.67 บาทต่อ กม.”

กรณีประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะเก็บค่าโดยสารเกิน สามารถแจ้งกับผู้ตรวจการได้โดยตรงหรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ที่ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/,ผ่านทาง E-mail ที่ dlt_1584complain@hotmail.com, ผ่านทาง Facebook ชื่อ “1584ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ” หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ณ กรมการขนส่งทางบกโดยระบุรายละเอียดรถและผู้ขับรถคันที่กระทำความผิด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถวันเวลาสถานที่เกิดเหตุ ให้ชัดเจนซึ่งจะทำให้กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษเป็นไปด้วยความรวดเร็ว