สวทช. นำงานวิจัย เสริมแกร่งภาคใต้ ในงาน “สวทช.-วิทย์สัญจร” จ.สงขลา

17

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานประชุมสัมมนาและแสดงนวัตกรรม “สวทช.-วิทย์สัญจร” (ภาคใต้) จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “วิจัยเข้มแข็ง เสริมแกร่งภูมิภาค” เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย สวทช. และเครือข่ายพันธมิตรสู่ทุกภาคส่วนทั้งการเกษตร การศึกษา ผู้ประกอบการSME และเอกชน เพื่อให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ โดยมีนายอำพล พงศ์สุวรรณรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นักเรียน นักวิจัย ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรม หอการค้า ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)กล่าวว่า ในปี 2562 สวทช. มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อเสริมแกร่งสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และภูมิภาคทั่วประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำเนินงานโครงการ Big Rock หรือโครงการที่มีผลกระทบสูงต่อประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)ไปสู่ทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมพัฒนาศักยภาพในสาขาอาชีพต่างๆ ทั้งในส่วนวิทย์เพื่อธุรกิจ วิทย์เพื่อชุมชน และวิทย์สร้างคนสำหรับผลงานสำคัญของ สวทช. ที่ได้ดำเนินการถ่ายทอด วทน. ในพื้นที่ภาคใต้ในรอบปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย

ด้านชุมชุน สวทช. นำ วทน. ถ่ายทอดและขยายผลด้านการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อการบริหารจัดการข้าวแบบครบวงจร ได้แก่ พื้นที่ จ.สงขลา ร่วมกับศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคใต้ (ศวภ.3) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับเกษตรกรแกนนำในพื้นที่ จ. สงขลา 11 อำเภอ 13 กลุ่ม มีเกษตรกรเข้าร่วม 700 คน ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ 1,000 ไร่ พื้นที่ปลูกข้าวเพื่อบริโภค 5,000 ไร่ โดยใช้สายพันธุ์ข้าวของชุมชนและคาดว่าจะได้รับผลผลิต 2,000 ตัน

พื้นที่ จ.พัทลุง (บ้านคอกวัว และบ้านโคกฉิ่ง ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง) สนับสนุนให้เกษตรกรใช้สายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยใช้สายพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ (ทนน้ำท่วม)ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีร่วมกับการบริหารจัดการแปลง โดยดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้ การผลิตเมล็ดพันธุ์พื้นที่ 11 ไร่ และแปลงปลูกข้าวสายพันธุ์หอมชลสิทธิ์ ในพื้นที่เกษตรกร 22 คน พื้นที่ 126 ไร่

พื้นที่ จ.ปัตตานี ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี สำนักชลประทานที่ 17 กรมชลประทาน และเกษตรกรในพ