เปิดตัว’หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก’4เล่ม สร้างความเข้าใจโบราณราชประเพณี

54

วธ. เปิดตัว “หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” 4 เล่ม ประมวลองค์ความรู้เผยแพร่สู่ปชช.

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระบรมราชาภิเษก เป็นประธานแถลงข่าวหนังสือ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายวิษณุ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 โดยวันที่ 4 พฤษภาคม ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุด เพราะในอนาคตวันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปีจะถือเป็นวันฉัตรมงคล หมายถึงการรำลึกพิธีพระบรมราชาภิเษก หรือพิธีสมโภชพระมหาเศวตฉัตร แต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีได้แค่เพียงการสวมมงกุฎหรือสวมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ตามธรรมเนียมไทยยังมีอย่างอื่นอีก เช่น การสวมพระมหาพิชัยมงกุฎ การเสด็จออกมหาสมาคม พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร การเฉลิมพระปรมาภิไธย หรือ การสมโภชพระนามที่ได้ตั้งขึ้นใหม่ การเสด็จเลียบพระนครทางสถลมารค (เสด็จพระราชดำเนินทางบก) ชมบ้านเมืองและให้ประชาชนสองข้างทางได้เข้าเฝ้า การเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร เพื่อให้พสกนิกรทั่วไปได้เข้าเฝ้าธุลีพระบาทถวายพระพร

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายพิธีก่อนหน้าที่เกี่ยวกับน้ำ ซึ่งในต่างประเทศ การเป็นพระเจ้าแผ่นดินให้ความสำคัญกับการสวมมงกุฎ แต่พิธีการขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินของไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสวมมงกุฎมากนัก เพราะถือธรรมเนียมมาจากพราหมณ์ อินเดีย เราจึงให้ความสำคัญกับการรดน้ำ หรือที่เรียกว่า พระบรมราชาภิเษก น้ำจึงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยนำมาจากที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งให้พระเจ้าแผ่นดินอาบ หรือที่เรียกว่า สรงมุรธาภิเษก น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนพระนามของไทยนั้นมีพิธี มีขั้นตอนที่มีองค์ความรู้ปฏิบัติสืบมาหลายร้อยปี ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ หรือ โหราศาสตร์ ทุกอย่างมีความหมาย

นายวิษณุ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีแหล่งความรู้ ผู้รู้ สรรพวิทยาจำนวนมาก ได้จัดทำเป็นหนังสือให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ซึ่งควรอ่านก่อนและหลังพิธีเพื่อทำความเข้าใจ ความซาบซึ้งและความประทับใจ จึงเป็นที่มาที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำหนังสือขึ้นมาทั้งหมด 4 เล่ม ที่เมื่ออ่านครบทั้งหมดแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจในพระบรมราชาภิเษกอย่างสมบูรณ์ ถูกต้องที่สุด โดยทั้ง 4 เล่ม ประกอบด้วย หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 2,000 เล่ม ซึ่งอธิบายความเป็นมาของพิธีบรมราชาภิเษก, หนังสือประมวลองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 3,000 เล่ม อธิบายถึงรายละเอียดขั้นตอนพระราชพิธี รวบรวมองค์ความรู้ความหมายของศัพท์แต่ละคำ และหนังสือประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นหนังสือที่ทำขึ้นใหม่เพื่อรวบรวมผลงานนักปราชญ์และเผยแพร่เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น โดยปกติพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลหนึ่งจะจัดพระราชพิธี 1 ครั้ง แต่อาจจะมีบ้างที่จัด 2 ครั้ง เนื่องจากปัญหาบ้านเมือง ปัญหาเครื่องมือในพระราชพิธีไม่ครบ หรือ พระชนมพรรษายังน้อย

“ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีเป็นเรื่องที่ต้องเสาะแสวงหาสืบค้น เอามาชำระรวบรวมเขียนมาเป็นเล่ม องค์ความรู้นี้กระทรวงวัฒนธรรมได้นำมารวมในประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นหนังสือที่ทำขึ้นใหม่ หากได้อ่านทั้ง 4 เล่มจะเกิดความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน งานที่จะเกิดขึ้นโฆษกฯ ผู้ประกาศต้องทำความเข้าใจ ส่วนชาวบ้านหากได้อ่านจะติดตามงานได้อย่างสนุกสนานและได้ความรู้ รวมถึงเป็นการสืบต่อองค์ความรู้ที่สืบต่อมาอย่างยาวนาน ทั้งหมดนี้จะเป็นความรู้และเป็นประโยชน์ จะเป็นหนังสือที่หาได้ยาก” นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้หนังสือทั้ง 4 เล่มจะแจกจ่ายไปยังสถานศึกษา ห้องสมุดประชาชน และหน่วยงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่สนใจสามารถดาวโหลดเนื้อหาจากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่เว็บไซต์ www.m-culture.go.th หรือ คิวอาร์โค้ด สอบถามรายละเอียดสายด่วนวัฒนธรรม โทร. 1765 พร้อมกันนี้ จะมีการเก็บหนังสือทั้งหมดนี้ไว้ใช้คราวต่อๆ ไปในอนาคต เพื่อเป็นการสืบต่อองค์ความรู้ที่ต่อเนื่องมายาวนานด้วย