ชี้แจงกรณี “ตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ประจวบคีรีขันธ์”

162

ตามที่ สื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ ได้แก่ มติชนออนไลน์ พาดหัว “นทท.โวย! ปิดถนนเลียบชายหาดตั้งเต็นท์ขายของก่อนเวลากำหนด กรอ.จี้ผู้ว่าฯ ตรวจสอบ จนท.เอี่ยวรับผลประโยชน์” บ้านเมืองออนไลน์ พาดหัว “สั่งรื้อเต็นท์ขายสินค้า ตั้งปิดถนนเลียบหาดประจวบฯ” และทอล์คนิวส์ออนไลน์ พาดหัว “เทศบาลสั่งรื้อเต็นท์ขายสินค้าตั้งปิดถนนเลียบหาดประจวบฯ” เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 โดยข่าวที่เผยแพร่ทั้ง 3 สื่อ มีเนื้อหาเดียวกัน ดังนี้

“วันที่ 19 ตุลาคม 62 นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ผู้ประกอบการตั้งเต็นท์สีชมพูขายสินค้าหน้าศูนย์การท่องเที่ยวเทศบาลรื้อเต็นท์ออกจากผิวการจราจรบนถนนเลียบชายทะเลด้านหน้าสะพานสราญวิถี เนื่องจากจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางสัญจร ประกอบกับวันหยุดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองฯ อนุญาตให้ใช้พื้นที่บนถนนเลียบชายทะเลเพื่อวางเต็นท์ ตั้งแต่เวลา 14.30 น.เป็นต้นไป ในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ สำหรับการวางเต็นท์ในจุดดังกล่าวที่ผ่านมีการร้องเรียนเพื่อให้เทศบาลตรวจสอบกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดที่อ้างว่าได้ขอใช้พื้นที่เปิดตลาดคนไทยยิ้มได้เมือหลายปีก่อน ซึ่งยอมรับว่าอยู่นอกพื้นที่ที่เทศบาลจัดตลาดถนนคนเดินจากหน้าสะพานสราญวิถี-หน้า อบจ.ประจวบฯ ที่มีการประกาศแนวเขตไว้อย่างชัดเจนในราชกิจจานุเบกษา สำหรับตลาดคนไทยยิ้มได้หากไม่ได้จัดตั้งเพื่อขายสินค้าโอทอปเพียงอย่างเดียวก็ต้องขออนุญาตจากกองสาธารณสุขฯ ให้ถูกต้อง

ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดร้องเรียนปัญหาเส้นทางจากการเปิดตลาดถนนคนเดิน ตลาดคนไทยยิ้มได้ ซึ่งมีปัญหากับการประกอบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารบริเวณริมถนนเลียบชายทะเลรวมทั้งประชาชนที่จะเดินทางไปพื้นที่ ต.อ่าวน้อย เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ถนนสาธารณะหลังจากผู้ประกอบการนำเต็นท์มาวางบนถนนก่อนเวลาที่กำหนดตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนี้การประชุม กรอ.ครั้งต่อไปจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีจัดตลาดบนถนนเลียบชายทะเล ควรมีการจัดระเบียบให้ชัดเจนทั้งการจัดถนนคนเดินมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ ส่วนการขยายพื้นที่ของเต็นท์สีชมพู ซึ่งเดิมเมื่อหลายปีก่อนทราบว่าสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้ขออนุญาตเปิดตลาดเพื่อขายค้าโอทอปได้รับมอบเต็นท์จากธนาคารออมสิน แต่ปัจจุบันพบว่ามีการดำเนินการประกอบการค้าผิดวัตถุประสงค์และหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานร่วมรับผลประโยชน์กับเจ้าของเต็นท์เช่าหรือไม่”

ข้อเท็จจริงจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แจ้งว่า เดิมตลาดแห่งนี้ เป็นตลาดถนนคนเดินของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ปี 2553 ต่อมาเมื่อปี 2560 รัฐบาล มีนโยบายให้ดำเนินงานตลาดประชารัฐ เพื่อจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าให้แก่ประชาชน ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดให้ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้ม นับแต่นั้นมา โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตลาดและร่วมกับเทศบาล ดำเนินโครงการตลาดประชารัฐ ถนนคนเดิน ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่ไม่มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ประกอบการมาจำหน่ายสินค้า รวม 70 บูธ ประกอบด้วย
1) สินค้าโอทอป 5 บูธ คือ โอทอปเทรดเดอร์ กระยาสารทธัญพืช ข้าวโพดคั่ว ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวไทยพฤกษา มะพร้าวแก้ว 2) สินค้าเกษตรปลอดภัย 3 บูธ และ 3) ผู้ประกอบการตามโครงการตลาดประชารัฐ 62 บูธ. สำหรับการขอใช้พื้นที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขอใช้พื้นที่ร่วมกับเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากตลาดถนนคนเดิน ของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตลาดประชารัฐฯ แห่งนี้ ไปกำกับดูแลร่วมกับคณะกรรมการบริหารตลาดถนนคนเดินของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์

 

สำนักงานพัฒนาชุมชนประจวบคีรีขันธ์ ขอนำเรียนชี้แจง กรณีข่าวของผู้สื่อข่าวที่พาดพิง การดำเนินงานตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ ริมอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้

1) กรณีเวลาเปิดและปิดการจำหน่าย ในช่วงสัปดาห์ละ 2 วัน (วันศุกร์ และวันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 14.00 – 21.00 น. ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันของตลาดถนนคนเดินของเทศบาลและตลาดประชารัฐฯ ของสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ

2) กรณีเต็นท