นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.นราธิวาส นำทีมบริหารประชุม ครม. สัญจร ย้ำต้องการเห็นภาคใต้เป็นดินแดนแห่งการพัฒนาที่มีความสุขและเจริญรุ่งเรือง

5

จากนั้น เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่อาคารรื่นอรุณ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเดินทางพร้อมด้วยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน และประชาชนในท้องถิ่นกว่า 2,000 คน ให้การต้อนรับ

โดยครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวว่า วันนี้ได้มอบให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) มาติดตามความก้าวหน้าการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และแก้ปัญหาให้พี่น้อง ถือว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เราคือคนไทยเหมือนกัน รัฐบาลนี้เข้ามาคลี่คลายสาเหตุของปัญหาต่าง ๆ และเชื่อมโยงการทำงานของทุกส่วนราชการ ซึ่งก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งข้าราชการก็ต้องช่วยกันสื่อสารไปยังประชาชนด้วย และรู้ดีใจที่ได้รับรายงานว่า การแก้ไขปัญหาประมงพาณิชย์ดีขึ้น มีการขึ้นทะเบียนเรือตามกฎระเบียบ รัฐบาลนี้ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งการศึกษา รายได้ และการสาธารณสุข ดีขึ้น โดยรัฐบาลให้ความสำคัญดูแลทั้งเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ปัญหาที่ดิน ยางพารา ส่งเสริมอาชีพ ดูแลผู้สูงวัย รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่ที่ทำกิน นอกจากนี้ รัฐบาลได้ผลักดันการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนซึ่งทุกคนต้องช่วยกันสร้างจุดเด่นที่หลากหลาย ใช้นวัตกรรมพัฒนาสินค้า สร้างเอกลักษณ์สินค้าและบริการ  รวมทั้งการค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs และเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็น “ศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศ” พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการค้าชายแดนระหว่างประเทศ