อธิบดี พช. ร่วมงานวันมาฆบูชา หนุนเสริมสร้างหลักการ “หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”

6

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมงานวันมาฆบูชา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ประจำปี 2563 โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี รวมถึงมีการเสวนา เรื่อง “หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” โดย พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวิรัช จำปานิล ประธานจิตอาสาอำเภอพุทธมณฑล และผู้แทนภาคประชาชน

เจ้าประคุณ สมเด็จมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นประธานโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข มาตั้งแต่เริ่มต้น กล่าวสัมโมทนียกถาความว่า

“โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” แนวคิดเริ่มต้นจากสำนักงานพระพุทธศาสนาได้หารือว่าจะทำโครงการวัดสร้างสุข อาตมาจึงทักท้วงว่า ทำไมจึงมีวัดอย่างเดียว ประชาชนไปไหน รัฐบาลไปไหน เราจะเดินคนเดียวหรือ ไม่ใช้แล้ว เราต้องไปกันทุกฝ่าย ทั้งวัดซึ่งเป็นพระสงฆ์ และประชาชนซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนโดยส่วนใหญ่ และรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่านี้ เป็นต้น เมื่อทำโครงการนี้ขึ้นได้ท่านเจ้าคุณธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ได้มีเทคนิคในการชักชวนดำเนินโครงการเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้จังหวัดปทุมธานีเป็นแกนนำเป็นตัวอย่าง และเป็นจังหวัดที่สามารถไปศึกษาดูงานโครงการนี้ได้ว่า โครงการนี้สำเร็จโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งภาครัฐ และประชาชน ทางภาครัฐนั้น ได้แรงใจจากท่านอธิบดีฯ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ เมื่อคราวท่านอยู่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะสงฆ์ที่พุทธมณฑล ท่านเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันภาครัฐให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการนี้ให้เจริญและยั่งยืน โดยมีแนวคิดร่วมกันว่า อย่างน้อยหนึ่งตำบลมีหนึ่งวัดหรือสองวัดเป็นต้นแบบให้ได้ ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้วกว่า 1000 แห่ง

โครงการฯ นี้ ต้องยกความดีความชอบให้คณะสงฆ์ ที่นำโดยท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ก่อให้เกิดผลงานของคณะสงฆ์ที่พยายามจะทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของประชาชนอย่างสมัยโบราณที่พูดกันว่า “วัดนั้น เป็นได้ทุกอย่างของหมู่บ้านนั้น” ใครมีปัญหาทุกข์ร้อนก็ไปหาหลวงพ่อ เจ้าอาวาส ทำให้เห็นว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เราจะทำอย่างไรให้วัดกลับมาเป็นเช่นเดิม และให้วัดกลับมาเป็นผู้นำชุมชนจริงอีกครั้งหนึ่ง จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้ามาร่วมดูแลวัด การสร้างความเข้าใจเป็นส่วนสำคัญ และโครงการนี้จะเป็นไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ร่วมดูแลวัด ดังรายงานที่ได้รับนับว่าเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

การจัดเสวนาให้ความรู้โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยจัดขึ้นครั้งนี้ อยากฝากว่า..เมื่อเราทั้งหลายเป็นภิกษุสามเณรก็ดี เป็นฆราวาสก็ดี เรามารู้มาทราบโครงการนี้ เรามาร่วมกันทำวัตรของเราให้เป็นผู้นำท้องถิ่นอย่างแท้จริง ถ้าทำได้เช่นนี้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจะมีคนประพฤติปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ตามหลักในโอวาทพระปาติโมกข์ “การไม่ทำบาปทั้งปวงทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการเว้นจากบาปความชั่วทั้งปวงนั้น ถือเป็นหลักธรรมที่เป็นมาตรฐานที่เป็นหลักการอย่างแท้จริงของศาสนา” ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง

และขอทุกท่านจงได้รับความรู้และความเข้าใจและเกิดความยั่งยืนพระศาสนาและประเทศชาติต่อไป ขอให้โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข นี้ จงยั่งยืนตลอดไปเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาตลอดไปเช่นเดียวกัน

📌เวทีเสวนา โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อก่อให้เกิดสุขประโยชน์ ต่อ วัด และประชาชนในชุมชน อย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญ 3 ประเด็นหลักจากผู้เสวนา ดังนี้

พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงโครงการ วัด ประช