ชมรมมุสลิมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กำลังเผชิญเสียงวิพากษ์อย่างกว้างขวาง หลังถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติทางนิกาย โดยปลดกรรมการชมรมรายหนึ่งเพียงเพราะทราบว่าเป็นมุสลิมนิกายชีอะฮ์ พร้อมสั่งห้ามเข้าร่วมละหมาดญะมาอัต และให้ไปละหมาดแยกเพียงลำพัง
ครอบครัวของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบเปิดเผยกับ เดอะพับลิกโพสต์ ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังสมาชิกชมรมทราบนิกายของบุตรสาว ก่อนเรียกไปพูดคุยและปลดออกจากตำแหน่งทันที พร้อมตั้งข้อห้ามไม่ให้ร่วมละหมาดกับเพื่อนมุสลิมคนอื่น ๆ
บิดาของนักศึกษาเผยว่า ครอบครัวเตรียมเข้าพบอาจารย์ผู้ดูแลชมรมเพื่อขอคำชี้แจงและหาทางออก หากไม่ได้รับความเป็นธรรม จะยื่นเรื่องต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยโดยตรง
กรณีนี้ถูกตั้งคำถามถึงบรรยากาศทางศาสนาในรั้วมหาวิทยาลัย ว่าจะยังเป็นพื้นที่แห่งความเคารพและเสมอภาค หรือจะกลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งแยกที่บั่นทอนความสามัคคีในสังคมมุสลิมไทย
เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติทางศาสนา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 27 ที่รับรองสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการปฏิบัติศาสนกิจโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี เช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
ทั้งนี้ความแตกต่างทางมัซฮับไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุแห่งการกีดกัน เพราะเอกภาพของประชาคมมุสลิมในประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญต่อความเข้มแข็งของสังคมและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่อิสลามกำลังเผชิญแรงกดดันและความเข้าใจผิดจากภายนอก
เหตุการณ์นี้จึงไม่เพียงเป็นปัญหาภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญต่อการธำรงหลักสิทธิมนุษยชนและเอกภาพมุสลิมไทยในศตวรรษที่ 21
ยังไม่มีคำชี้แจงจากชมรมมุสลิม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในขณะนี้