ศิลปะกำลังทำหน้าที่มากกว่าความงาม เมื่อกิจกรรม “วาดเขียนปัตตานี (Lukis Pattani 2026)” เปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยและมาเลเซียกว่า 50 ชีวิต ลงมือถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองตานี ผ่านสี เส้น และจังหวะชีวิต เพื่อสื่อสารศักยภาพ ความหลากหลาย และความงดงามของปัตตานีในมิติที่แตกต่างจากภาพจำในกระแสข่าว
กิจกรรม Lukis Pattani 2026 จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ร่วมกับสมาคมลูกิสปาตานี ภายใต้โครงการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มุ่งใช้พลังศิลปะเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องเมือง ผ่านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปิน เยาวชน และประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และสร้างสรรค์
กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ศิลปะในฐานะ “พื้นที่เรียนรู้” ของเมือง
นางพาตีมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวในพิธีเปิดว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงผลงานศิลปะ แต่เป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน เด็กและเยาวชน ทั้งในและนอกพื้นที่ ได้ทำความเข้าใจปัตตานีในมิติที่หลากหลาย ผ่านสายตาและจินตนาการของศิลปิน
จังหวัดยังมีแผนจัดแสดงนิทรรศการสัญจร เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีของปัตตานีให้คนนอกพื้นที่ได้รับรู้มากยิ่งขึ้น
กิจกรรมครั้งนี้เชิญศิลปินระดับแนวหน้าจากหลายภูมิภาคของไทย และศิลปินจากประเทศมาเลเซียเข้าร่วม อาทิ ผศ.ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินแห่งชาติ (ด้านความถนัดสีน้ำ) ผศ.ดร.นิพนธ์ นิกาจิ ศิลปินใหญ่จังหวัดปัตตานี ประธานที่ปรึกษาสมาคมลูกิสปาตานี และศิลปินมืออันดับต้นๆ ร่วมสมัยจากนครราชสีมา นครศรีธรรมราช สงขลา และศิลปินจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 12 คน รวมทั้งหมด 50 คน ลงพื้นที่วาดภาพนอกสถานที่ (Plein Air) ถ่ายทอดเสน่ห์ชุมชนพหุวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ และธรรมชาติสำคัญของจังหวัด

เวิร์กชอป–นิทรรศการ สร้างการมีส่วนร่วมของสังคม
ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปการวาดลายเส้น สีน้ำ สีอะคริลิก และการวาดลวดลายเรือกอและ สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์อย่างใกล้ชิด
ผลงานศิลปะทั้งหมดถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการระหว่างวันที่ 14–28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา พร้อมพิธีเปิดนิทรรศการ ซึ่งศิลปินทุกคนร่วมกันวาดภาพที่ระลึกมอบให้จังหวัดปัตตานี เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและความงดงามของพื้นที่
หลังจากนั้นจะมีนิทรรศการสัญจรอีกสองแห่ง ได้แก่ วันที่ 1–15 มีนาคม 2569 ณ สภากาแฟพรีเมียม ถนนปัตตานีภิรมย์ อำเภอเมืองปัตตานี และวันที่ 24–29 มีนาคม 2569 ณ หอศิลป์แห่งกรุงเทพมหานคร

วาดเมืองเพื่อเปลี่ยนภาพจำ
ดร. สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สีน้ำ) เปิดเผยถึงความประทับใจจากการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า
“ปัตตานีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เปี่ยมด้วยความงดงามและความสุข แตกต่างจากภาพจำที่ปรากฏในข่าว ประชาชนมีความเป็นมิตร น่ารัก และมีน้ำใจ การมาร่วมวาดภาพครั้งนี้ ต้องการถ่ายทอดและสะท้อนความงามของปัตตานีในทุกมิติ ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันยาวนาน ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ที่ควรค่าแก่การค้นพบ”
ดร.สุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะใช้เวลาอยู่ในปัตตานีเพียงสองวัน แต่ก็รู้สึกว่ายังน้อยเกินไปสำหรับการทำความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
“อยากใช้เวลาอยู่อย่างน้อยหนึ่งเดือน เพื่อซึมซับบรรยากาศ เห็นความงามของเรือกอและ วิถีชุมชน และมิตรภาพของผู้คน ปัตตานีคือสังคมพหุวัฒนธรรมที่ผู้คนต่างศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีความรักและความเข้าใจต่อกันมาอย่างยาวนาน”
ขณะที่ ดร.นิพนธ์ นิกาจิ ศิลปินใหญ่จังหวัดปัตตานี และประธานที่ปรึกษาสมาคมลูกิสปาตานี ระบุว่า การรวมตัวของศิลปินจากหลายพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปะ และสร้างภาพจำใหม่ให้กับจังหวัดปัตตานี ผ่านผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และมรดกวัฒนธรรม
ด้าน อ.รอฮิม อิสมาแอล ศิลปินและนักออกแบบจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งร่วมกิจกรรมกับศิลปินมาเลเซียอีก 12 คนจากรัฐเคดะห์และตรังกานู กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมโครงการ และประทับใจปัตตานีทั้งในมิติประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมาเลเซียกับปัตตานี รวมถึงบทบาทของพื้นที่นี้ในฐานะแหล่งอารยธรรมสำคัญของภูมิภาค
ขณะที่ นายอิสมาอีล สาหลำ นายกสมาคมลูกิสปาตานี ระบุว่า สมาคมและเครือข่ายศิลปินได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อใช้พลังศิลปะเป็นสื่อกลางสะท้อนศักยภาพของจังหวัด ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมสร้าง “พื้นที่สัญลักษณ์แห่งความงดงาม” และบรรยากาศเชิงบวกให้กับปัตตานี
กิจกรรม Lukis Pattani 2026 จึงไม่เพียงเป็นงานศิลปะ หากแต่เป็นกระบวนการเล่าเรื่องเมือง ผ่านสี เส้น และสายตาของผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน และเปิดพื้นที่ให้ปัตตานีได้ถูกมองใหม่ในฐานะเมืองแห่งความงาม ความสร้างสรรค์ และสันติภาพ


กองบรรณาธิการ, โต๊ะข่าวชายแดนใต้








