
ทำเนียบประธานาธิบดีอียิปต์กดดัน “อัลอัซฮัร” สถาบันศาสนาอิสลามสายสุนนีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ให้ประกาศสนับสนุนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และรัฐอ่าวอาหรับอื่นๆ อย่างเปิดเผย ในการ “เผชิญหน้า” กับอิหร่าน มิดเดิลอีสต์อาย (Middle East Eye: MEE) รายงาน
แหล่งข่าวใกล้ชิดอัลอัซฮัรเปิดเผยกับ MEE เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 69 ว่า ตั้งแต่เริ่มต้นสงครามรอบล่าสุด หน่วยงานรัฐของอียิปต์เรียกร้องให้อัลอัซฮัร “ยืนข้างรัฐอ่าวอย่างชัดเจน” และหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
“ทำเนียบประธานาธิบดีพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า อียิปต์มีผลประโยชน์สำคัญกับรัฐอ่าวและสหรัฐฯ ที่ไม่อาจเสี่ยงสูญเสียได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน” แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว
แหล่งข่าวยังระบุว่า ทางการอียิปต์เตือนอัลอัซฮัรด้วยว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในกาซาต้องไม่เกิดซ้ำ” พร้อมขู่ว่า หากอัลอัซฮัรมีจุดยืนสวนทางกับรัฐอ่าว สถาบันจะถูกกล่าวโทษหากแรงงานอียิปต์ในประเทศอ่าวอาหรับสูญเสียงาน
รายงานระบุว่า รัฐบาลอียิปต์เคยใช้แรงกดดันในลักษณะเดียวกันระหว่างสงครามกาซา โดยพยายามให้อัลอัซฮัรถอนแถลงการณ์ที่เรียกร้องให้นานาชาติเข้าแทรกแซงกรณีความอดอยากในกาซาจากการปิดล้อมของอิสราเอล
“ตอนนั้นรัฐขู่ว่าจะโยนความผิดให้อัลอัซฮัรว่าเป็นต้นเหตุทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว และขัดขวางการนำความช่วยเหลือเข้าสู่กาซา” แหล่งข่าวกล่าว
รายงานของ MEE ยังเปิดเผยว่า ยูเออีไม่พอใจจุดยืนของอัลอัซฮัรในช่วงสงคราม 12 วันเมื่อเดือน มิ.ย. 68 ซึ่งอัลอัซฮัรเรียกสงครามดังกล่าวว่าเป็น “การรุกรานของรัฐผู้ยึดครองต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”
แหล่งข่าวระบุว่า จุดยืนดังกล่าว “สร้างความไม่พอใจแก่ยูเออี” แม้ว่ายูเออีจะไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายโดยตรงของปฏิบัติการอิหร่านในช่วงเวลานั้น
หลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านปะทุขึ้นเมื่อต้นปีนี้ และเตหะรานเริ่มโจมตีตอบโต้ทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในรัฐอ่าว อัลอัซฮัรได้ออกแถลงการณ์หลายฉบับประณามการโจมตีดังกล่าว แม้แถลงการณ์แรกจะไม่ได้ระบุชื่ออิหร่านโดยตรง
แถลงการณ์ล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ค. อ้างถึงการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ต่อยูเออีว่าเป็น “การรุกรานของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต่อประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน”
ยูเออีและซาอุดีอาระเบียเปิดฐานทัพอากาศให้เครื่องบินสหรัฐฯ ใช้โจมตีอิหร่านตลอดช่วงสงคราม ขณะที่อิสราเอลได้ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศไอออนโดมในยูเออีพร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ
รายงานข่าวจากสื่อตะวันตกระบุว่า ทั้งยูเออีและซาอุดีอาระเบียยังมีส่วนร่วมในการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านด้วย
บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 ว่า รัฐอ่าวหลายประเทศ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ปฏิเสธคำร้องขอของยูเออีให้ร่วมเปิดปฏิบัติการโจมตีอาหรับต่ออิหร่าน
ขณะเดียวกัน อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน ยูเออี และจอร์แดน โดยกล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
นับตั้งแต่ข้อตกลงอับราฮัมในปี 2020 อิสราเอลและยูเออีได้ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง การค้า และเทคโนโลยีทางทหารอย่างรวดเร็ว โดยยูเออีซื้ออาวุธจากอิสราเอลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
รายงานของ MEE ยังอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ระบุว่า อาบูดาบีและเทลอาวีฟได้จัดตั้งกองทุนร่วมเพื่อพัฒนาและจัดหาอาวุธรุ่นใหม่
“ข้อตกลงนี้ถูกตอกย้ำระหว่างการเยือนยูเออีของ เบนจามิน เนทันยาฮู ในช่วงสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน” เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวกับ MEE







