“คิดต่างอย่างสร้างสรรค์ จับมือกันสร้างสันติสุข” ศอ.บต. เดินหน้าประชุมสร้างความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ด้านสันติวิธี

6

โดย วันที่ 26 มกราคม 2562 ที่ โรงแรมซีเอสปัตตานี  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร  รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดกิจกรรม“คิดต่างอย่างสร้างสรรค์ จับมือกันสร้างสันติสุข”  กิจกรรมสร้างความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ด้านสันติวิธีแก่ กลุ่ม/องค์กรต่างๆ  ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายการพูดคุยสันติสุขไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมประจำปี 2562 โดยมี นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายศิริพงศ์ หมัดศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ศอ.บต. และกลุ่มเป้าหมายจากกลุ่มต่างๆ อาทิ เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายนักศึกษาที่จบต่างประเทศ เครือข่ายชุมชนไทยพุทธ เครือข่ายครูตาดีกา และเครือข่ายสตรี จำนวน 160 คน เข้าร่วม

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวช่วงหนึ่งของการพบปะว่า  การสูญเสียในพื้นที่ที่ผ่านมาต่างก็นำความเสียใจมาสู่เราทุกคน อีกทั้งยังเชื่อมโยงมาถึงผู้ที่ร่วมประชุมในห้องนี้ ที่ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวต่างก็ต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัวจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่  ซึ่งจากความบอบช้ำนี้เราทุกคนต้องมาร่วมกันแก้ปัญหา  โดยการประชุมมีเป้าหมายสำคัญคือการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ซึ่งผู้ที่กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษตามบทกฎหมาย อีกทั้งในระหว่างการขับเคลื่อนไปข้างหน้าทุกคนต้องจับมือกันให้เข้มแข็งด้วยการหันหน้าเข้าหากัน เพราะสิ่งที่ผู้ไม่ประสงค์ดีกลัวที่สุด คือความสามัคคีกันระหว่างพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งทุกคนต้องเอื้อเฟื้อช่วยเหลือและไม่แตกแยกกันเพราะทุกคนคือเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทั้งนี้เป้าหมายปลายทางของการประชุมคือการกำหนดอนาคตข้างหน้าให้ทุกคนมีจุดยืนเดียวกันในการพัฒนา อีกทั้งให้ร่วมกันสื่อสารให้ผู้คนภายนอกได้รับทราบว่ารัฐกำลังดำเนินการอย่างไร และทุกคนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการทำงานอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองต่างๆในการฟื้นฟูให้พื้นที่นี้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงต้องเชื่อมโยงและสร้างความเข้าใจที่ดีด้วยการอธิบายข้อเท็จจริง เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ และร่วมกันยุติเงื่อนไข รวมถึงเป็นการสร้างเสริมความเข็มแข็งให้เกิดขึ้นในพื้นที่มากยิ่งขึ้นต่อไป

ด้าน นางรอกีเย๊าะ นิมะ ผู้เข้าร่วมอบรมและเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ได้กล่าวว่า การดำเนินการในพื้นที่ที่ผ่านมา ยอมรับว่าภาคประชาสังคมมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากภาครัฐบางส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงในเป้าหมายต่างๆ ก็ได้ภาคประชาสังคมเข้ามาเสริมและเติมเต็มให้เกิดประสิทธิภาพ โดยในชุมชนต้องมีแกนนำด้านต่างๆเพื่อรองรับสิทธิของแต่ละด้าน เช่น การทำงานด้านสิทธิผู้หญิงในพื้นที่ เป็นการสร้างแกนนำผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบให้เป็นมือบนยื่นโอกาสให้กับคนอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการที่พี่สอนน้องให้มีความเข็มแข็ง และสร้างกำลังใจให้เขาสามารถดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้การส่งเสริมในด้านงบประมาณของ ศอ.บต. ถือเป็นการส่งเสริมที่ถูกทางแม้ตนจะยังไม่ได้รับงบประมาณ แต่เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง ก็จะสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มที่ต่อไป