ปตท. -ขสมก. เดินหน้าประกาศความพร้อมรถโดยสารสาธารณะใช้ B20 ช่วยลดฝุ่นPM2.5

8

วันที่ 31 มกราคม 2562 ณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและ ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธีแถลงข่าว ปตท. ร่วมกับ ขสมก. ประกาศความพร้อมรถโดยสารใช้น้ำมัน B20โดยมีนายชาญศิลป์ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์กร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ นายอำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลล์(ประเทศไทย) และ นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท ตรีเพชร อีซูซุ เซลล์ จำกัด ร่วมพิธีฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าจากปัญหาสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบล้นตลาดและมีราคาตกต่ำกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการพิจารณาเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตไบโอดีเซลสำหรับภาคขนส่ง ตั้งแต่การเพิ่มสัดส่วนน้ำมันไบโอดีเซลสำหรับใช้ในรถยนต์ทั่วไปจากร้อยละ 6.6เป็นร้อยละ 6.9และการดำเนินการให้มีการจำหน่ายน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมไบโอดีเซลร้อยละ 20 สำหรับรถใหญ่ในสถานีบริการทั่วไป ซึ่งจะพร้อมจำหน่ายในเขต กทม. ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่มีปริมาณสะสมสูงเกินค่ามาตรฐานในขณะนี้  โดยที่ผ่านมาได้มีการทดลองใช้น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ B20กับรถขสมก. ซึ่งพบว่าไม่มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่แตกต่างกับการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วปกติ อีกทั้งยังทำให้ระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการลดฝุ่นละอองจากท่อไอเสียของยานยนต์สำหรับมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ กรมธุรกิจพลังงานได้ขอความร่วมมือให้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศจัดทำแผนปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพน้ำมัน EURO4 (ค่ากำมะถันไม่เกิน 50 ppm) เป็นมาตรฐาน EURO5 (ค่ากำมะถันไม่เกิน 10 ppm)ซึ่งจะช่วยให้การเผาไหม้เครื่องยนต์สะอาดมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดออกมาตรการเพื่อบรรเทาสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองPM 2.5เกินมาตรฐานโดยเร่งด่วน  เริ่มจากให้กรมการขนส่งทางบกจัดทีมตรวจสภาพรถ ขสมก. โดยต้องไม่เกิดปัญหาควันดำโดยเด็ดขาด ให้ ขสมก. ปรับเครื่องยนต์โดยสารทุกคันให้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อลดมลพิษจำนวน  2,075 คัน รวมถึงเร่งประสานขอรับรถ NGV ในส่วนที่เหลืออีก 119 คัน เพื่อให้บริการประชาชนและเร่งจัดหารถที่ใช้พลังงานสะอาด ประกอบด้วย  รถโดยสาร NGV รถไฮบริด รถไฟฟ้า (EV) เพื่อแก้ปัญหาต่อเนื่อง  ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเข้มงวดมาตรการลดฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 โครงการ  ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยแก้ปัญหาฝุ่นละอองหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ  ด้านกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท  ให้เข้มงวดตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และให้กรมเจ้าท่า  ประสานผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำให้ตรวจสอบการใช้เครื่องยนต์เรือโดยสาร

รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์กร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชลกรุงเทพ กล่าวว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงพลังงานและกระทรวงคมนาคม  ที่ต้องการสนับสนุนการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม  และลดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา  ขสมก. ได้ทดลองใช้น้ำมัน B20 กับรถโดยสารธรรมดา จำนวน 17 คัน  พบว่าเครื่องยนต์สามารถทำงานได้ตามปกติ  และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล B7 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขสมก.จึงได้มีแผนนำน้ำมันดีเซล B20 มาใช้กับรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 2,075 คัน แบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 ใช้น้ำมันดีเซล B20 กับรถโดยสารธรรมดา จำนวน 815 คัน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา และระยะที่ 2 ใช้น้ำมันดีเซล B20 กับรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 1,260 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)กล่าวในตอนท้ายว่า ปตท. ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนมาตรการภาครัฐสนับสนุนการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์ม  อีกทั้งแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินมาตรฐาน  โดยในกลุ่มเชื้อเพลิงรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่  ปตท. มีความพร้อมในการจัดหาและขนส่งน้ำมัน B20  ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในสัดส่วนร้อยละ 20  ให้กับรถโดยสารสาธารณะของ ขสมก. จำนวน 2,075 คัน  ประมาณการใช้น้ำมันทั้งสิ้น 187,000  ลิตรต่อวัน สร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน  ช่วยเหลือเกษตรกรน้ำมันปาล์มได้อีกด้วยทั้งนี้ปตท. บริษัทพลังงานแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน  จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเชื้อเพลิงสะอาดเพื่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย