ศอ.บต.ร่วมกิจกรรม“กงสุลใหญ่สัญจร”ช่วยเหลือคนไทยชายขอบ รัฐบาลเน้นย้ำนำคนกลับสู่บ้านอย่างมั่นคง และยั่งยืน

12

นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม เผยว่า วันนี้เราทุกคนเดินทางเพื่อมาเยี่ยมเยียนพี่น้องคนไทยที่พักอาศัยอยู่ในกัวมูซัง โดย ศอ.บต.ได้บูรณาการทำงานกับกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลสุไหงโกลก ด้วยการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มาให้บริการพี่น้องประชาชนคนไทยที่พักอาศัยอยู่ที่นี้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือ เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง รับฟังความคิดเห็น ความเดือดร้อน ความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกัน ศอ.บต. จะร่วมให้ข้อมูลแก่พี่น้อง คนไทยที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย ว่าขณะนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการพัฒนาทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมรองรับกรอบงานเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ 5 จชต. เพื่อการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

ในขณะที่กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ได้กล่าวถึงกิจกรรมกงสุลสัญจรว่าต้องการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอีกมิติหนึ่งในการดูแลคนไทยโดยเฉพาะคนไทยชายขอบหรือตกขอบซึ่งไม่ได้อยู่ในสารบบ ซึ่งคนไทยในมาเลเซียมีอยู่ประมาณสองแสนคน และเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำคนไทยกลับสู่บ้านโดยคนเหล่านี้ควรมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดญาติพี่น้องและบ้านเกิดแต่ด้วยเหตุผลต่างๆจึงทำให้ต้องมาอาศัยอยู่ในมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลไทยต้องให้พี่น้องประชาชนที่นี่ ได้รับการดูแลและเยียวยา  ทั้งนี้การตรวจสารพันธุกรรม ดีเอ็นเอที่ผ่านมา เลขาธิการศอ.บต.ที่ได้กล่าวไว้ว่า “นี่คือการคืนความเป็นมนุษย์ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้”ซึ่งรัฐบาลไทยไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามแนวทางการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องสร้างความยุติธรรมในพื้นที่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ศาสนาใดถ้าเป็นคนไทยที่ประสบปัญหารัฐบาลไทยก็จะต้องเข้ามาดูแล ซึ่งการดำเนินการก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำคนกลับสู่บ้านอย่างมั่นคง และยั่งยืนที่สุดต่อไป

ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านที่มารับบริการกล่าวด้วยความตื้นตันว่า ดีใจที่รัฐบาลไทยไม่ทอดทิ้งคนไทยในต่างแดน มีความจริงใจและใส่ใจในการดูแล ก็ทำให้รู้สึกตื้นตันมีกำลังใจ เพราะถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆไม่มีใครที่อยากอยู่ไกลบ้าน

ด้านผู้แทนสาธารณสุขจังหวัดกล่าวถึงภาพรวมในการตรวจผู้เข้ารับบริการว่า ปัญหาสุขภาพของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นปัญหาสุขภาพทั่วไป ซึ่งบางรายมีภาวะปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และพบว่ามีการเข้ารับการรักษาในประเทศไทยแล้ว แต่ทั้งนี้ยังกังวลกับการตรวจพบว่ามีคนไข้ในพื้นที่ป่วยด้วยโรคหัด จึงแนะนำวิธีการดูแลและรักษา โดยได้ฉีดยาให้กับเด็กและผู้ใหญ่เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดเพิ่มเติมแล้ว