ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดโครงการ “โรงเรียนยุวชาวนา ปี 3” กิจกรรม “ลงแขก ดำนา” ร่วมสืบสานการปลูกข้าวพันธุ์ช่อขิง

3

สำหรับกิจกรรมโครงการ “โรงเรียนยุวชาวนา ปี 3” (Young Smart Farmer Project EP.3) ที่ได้นำพันธุ์ข้าวช่อขิงมาปลูกในครั้ง ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ที่มีการแตกแขนงเยอะมากเหมือนขิง จึงเรียกกันว่าข้าวช่อขิง ภายใต้สโลแกน “ทำนาได้มากกว่าข้าว” เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำนาแบบดั้งเดิม ภายใต้หลักการเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตของการปฏิบัติจริง สร้างการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ส่งเสริมอาชีพที่มั่นคงและการร่วมแรงร่วมใจให้เกิดขึ้นภายในชุมชนอย่างมีความสุข

นายอิสระ ละอองสกุล  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ยุวชนชาวนา คือ การที่เราให้เยาวชนในโรงเรียนและนอกโรงเรียนในพื้นที่ ได้เข้ามาเรียนรู้ ได้มาอนุรักษ์การทำนาข้าวช่อขิง ซึ่งเด็ก ๆ ที่นี่ สามารถเลือกพันธุ์ข้าว ถอนกล้า ดำนาและไถนาเป็น และเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งกิจกรรมนี้ ที่กล่าวว่า “ทำนาได้มากกว่าข้าว” ซึ่งเป็นสโลแกน ก็คือสิ่งที่ได้นอกเหนือจากการฟื้นฟูนาร้างและส่งเสริมเรื่องข้าวช่อขิง ภาพที่เห็นทั้งหมดเป็นความสามัคคีของพี่น้องชาวกระอาน ภาพที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือความสุข

ซึ่งนอกจากกิจกรรมการทำนาข้าวช่อขิงแล้ว ทางโรงเรียนยังมุ่งส่งเสริมให้เด็กนักเรียนน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐานสู่ความมั่นคงในการดำรงชีวิตของนักเรียนในอนาคต พร้อมทั้งเป็นการสืบสานการปลูกข้าวช่อขิงของชุมชนบ้านกระอานให้คงอยู่ รวมถึงให้นักเรียนมีข้าวเพื่อโครงการอาหารกลางวันและใช้พื้นที่เพื่อเรียนรู้วิชาการทำนาของชุมชนและนำผลผลิตข้าวไปสู่การจำหน่ายได้

ด้าน นายไพซอน นิเหร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกระอาน กล่าวว่าโครงการโรงเรียนยุวชนชาวนาปี 3 เป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อต้องการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ซึ่งการศึกษาในปัจจุบันนี้มุ่งเน้นที่จะสอนเด็กอยู่ในห้องเรียน ในห้องสี่เหลี่ยม แต่ที่นี่ โรงเรียนบ้านกระอานมุ่งที่จะให้นักเรียน นอกจากเรียนในห้องเรียนปกติแล้ว อยากจะให้นักเรียนได้เรียนรู้การปฏิบัติจริง นำนักเรียนออกมาข้างนอกให้มาเรียนรู้ชีวิตของการทำนา

อย่างไรก็ตาม การจัดงานในครั้งนี้ นับว่าได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปีนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่    ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)  วิทยาลัยชุมชนสงขลา องค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง บุคลากร เจ้าหน้าที่ ร่วมในการสนับสนุนและร่วมกันจัดหางบประมาณ เครื่องจักรที่ใช้ในการเตรียมพื้นที่ และผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งกิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยสืบสานประเพณีวิถีพันธุ์ข้าวของชุม ให้แก่ อนุชนรุ่นหลังแล้ว ยังเป็นความคาดหวังรัฐบาล ที่จะหล่อหลอมและปลูกฝังความเป็นลูกเกษตรนักปฏิบัติให้แก่ประชาชน เยาวชน และชุมชนได้อย่างแท้จริงอีกด้วย