ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรี ฯ เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี ๒๕๖๒ ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร

4

พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี ๒๕๖๒ ไปถวายวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส

วันเสาร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๔. ๐๐ น. ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี ๒๕๖๒ โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นางยุวดี นิ่มสมบุญ ที่ปรึกษาสภาสตรีฯ นายประสงค์​ คงเคารพธรรม​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี รองประธานสภาสตรีฯ นางมลสุดา ชำนิประศาสน์ รองประธานสภาสตรีฯ คณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สภาสตรีแห่งชาติฯ นายกองค์กร สมาชิกองค์กร สภาสตรีแห่งชาติ สโมสรวัฒนธรรมหญิงฉะเชิงเทรา และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ พระอารามหลวง วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสภาสตรีแห่งชาติฯประจำปี ๒๕๖๒ พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ พระราชภาวนาพิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ พระครูโสภณสรกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ๘๖ รูป สามเณร ๒๑๑ รูป แม่ชี ๑๐ คน

มีผู้บริจาคร่วมถวายพระราชกุศล ในการถวายผ้ากฐินพระราชทาน เป็นจำนวนเงิน ๓,๐๙๙,๙๙๙ บาท (สามล้านเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) มีรายละเอียดการถวายจตุปัจจัยถวายเป็นพระราชกุศล ดังนี้
บำรุงบูรณะพระอาราม ๒,๗๙๒,๔๔๐ บาท
ถวายพระคุณเจ้าองค์ครอง ๑๐,๐๐๐๐ บาท
ถวายพระคู่สวด รูป ๆละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
ถวายพระอันดับ ๘๓ รูปละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๘๓,๐๐๐ บาท
ถวายถวายสามเณร ๒๑๑ รูปๆละ ๒๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๒,๒๐๐ บาท
บำรุงโรงเรียน ๒ โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท
และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ๑๔๔,๓๕๐ บาท

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เดิมชื่อว่า วัดหงษ์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๑.๖๕ เมตร สูง ๑.๔๘ เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง

ตามตำนานเล่าว่า หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ มีรูปทรงสวยงามมาก ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็นในปัจจุบัน แต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ ๑๘ องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม พระพรหมคุณาภรณ์ (จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการสร้าง และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก ๗๗ กิโลกรัมประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๙ การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง ๑๘ องค์ ศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล โดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๙ ณ เวลาที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ