เปิดยิ่งใหญ่ OTOP City 2019 ตระการตา อาณาจักรของขวัญของฝากทั่วไทย ปลุกเศรษฐกิจปลายปีคึกคัก

13

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ชวนคนไทย ช้อปของขวัญปีใหม่จากผลิตภัณฑ์ชุมชน ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ตื่นตาตื่นใจกับมหัศจรรย์งานศิลป์ ของเหล่าศิลปิน OTOP ทั้ง “เรือสุพรรณหงส์จำลอง” และ “ผลิตภัณฑ์ไม้รูปสัตว์จากเมืองแพร่” พร้อมเปิดโซนใหม่ OTOP Lady เอาใจสาวนักช้อป “ช้อปสินค้าได้ครบในที่เดียว” และโซน “ตัดเย็บเสื้อผ้า”  ระหว่างวันที่ 15 – 23 ธันวาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


วันที่ 16 ธ.ค.62 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน OTOP City 2019 ครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด “เทศกาลของขวัญปีใหม่ ของฝากถูกใจ ผลิตภัณฑ์ทั่วไทย  รวมไว้ใน OTOP City 2019” พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้แทนคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด โดยมีนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์  คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดงาน OTOP City 2019 เป็นการจัดงานเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ซื้อหาของขวัญของฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์อันมีค่าจากฝีมือคนไทย โดยการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการนำองค์ความรู้เชิงนวัตกรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานำเสนอ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญ คือ การเป็นศูนย์เรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการ OTOP และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพัฒนาสินค้า OTOP เป็นสิ่งที่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง และจะสนับสนุนช่องทางการตลาดด้าน E-Commerce Online ให้มากขึ้น โดยการเชื่อมประสานแบบบูรณาการกับภาคเอกชน ประชารัฐ องค์การตลาด และส่วนราชการ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนและผลักดันยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ให้ถึงเป้าหมายสามแสนล้านบาทต่อไป

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากกว่า 2,500 บูท  ผลิตภัณฑ์ OTOP มากกว่า 20,000 รายการ ทั้งนี้ ในการจัดงานทุกครั้งที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ผ้าทอไทย มักมียอดจำหน่ายสูงสุด  ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รณรงค์ให้คนไทยสวมใส่  ผ้าไทยให้มากขึ้น ซึ่งหากคนไทยเพียง 35 ล้านคน สวมใส่ผ้าไทยเฉลี่ยคนละ 10 เมตร เมตรละ 300 บาท จะมีการใช้ผ้าไทยถึง 350 ล้านเมตร คิดเป็นเงินกว่า 100,000 ล้านบาท  ภายในงานยังมีโซนพิเศษซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกกับโซน OTOP Lady เพื่อเอาใจสาวนักช้อปที่มีเวลาน้อยให้ “ช้อปสินค้าได้ครบในที่เดียว” ซึ่งภายในโซนจะมีทั้งเสื้อผ้า (ผ้าผืน/เสื้อผ้าสำเร็จรูป) กระเป๋า รองเท้า หมวก เครื่องประดับ (เครื่องทอง เงิน เพชรพลอย มุก ลูกปัด ฯลฯ) และเครื่องสำอาง เป็นต้น

ภายในงาน OTOP City 2019 ยังมีโซนกิจกรรมมากมายประกอบด้วย 1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ภายใต้แนวคิด “จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ” 2. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP 5 ประเภท 3.กิจกรรม Highlight  ได้แก่ โซนของขวัญปีใหม่ โซนหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โซน OTOP Masterpiece โซนผลิตภัณฑ์ที่ชนะการประกวด Knowledge based OTOP (KBO) และโซนตัดเย็บเสื้อผ้า 4. การจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาคี ที่ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ร่วมกัน 5. กิจกรรมการบริการ เช่น ธนาคาร/ไปรษณีย์, Health & Spa, บริการห่อของขวัญ และ 6.OTOP ชวนชิม ตลอดจนกิจกรรมความบันเทิงหลากหลาย อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงมินิคอนเสิร์ต กิจกรรมสินค้านาทีทอง กิจกรรมจับรางวัลชิงโชค เพียงช้อปสินค้า OTOP ครบทุก 1,000 บาท ลุ้นรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ทุกวัน ๆ ละ 5 เส้น รวม 45 รางวัล วันสุดท้ายลุ้นรับรางวัลใหญ่ สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารวม 500,000 บาท ซึ่งกระแสตอบรับจากผู้เข้าชมงานวันแรก (15 ธ.ค.62) ได้สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กว่า 152 ล้านบาท โดยยอดจำหน่ายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1) นางสมสมัย  เขาหิน ทองสุโขทัย จ.สุโขทัย 2) หินหยกแกะสลัก จ.เชียงราย  3) นางอรอนงค์  พิพิธทอง ทองสุโขทัย จ.สุโขทัย  4) ลำพูนไทยซิลด์  ไหมยกดอกลำพูน จ.ลำพูน และ 5) นางสาวปาริชาติ แก้วหนัก ผ้าไหมยกดอก จ.ลำพูน

สำหรับพิธีเปิดงานครั้งนี้ ยังจัดให้มีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้แทนคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่มีการบริหารจัดการหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ พะเยา น่าน เชียงราย แพร่ สุพรรณบุรี อุตรดิตถ์ สระแก้ว และจังหวัดตาก เพื่อยกย่องเชิดชูแบบอย่างของการบริหารกองทุนฯ ซึ่งกรมการพัฒ