สปุตนิก – กองทัพเรือของอิหร่านจะยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน แม้จะมีคำเตือนทางทหารของสหรัฐฯ ออกมาใหม่เกี่ยวกับมาตรการป้องกันเรือรบอเมริกา โดยห้ามกองกำลังติดอาวุธอิหร่านเข้าใกล้ในรัศมี 100 เมตร เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสคนหนึ่งของอิหร่านกล่าวกับสำนักข่าวนักศึกษาของอิหร่านในวันพุธ (20 พ.ค.
ก่อนหน้านี้หนึ่งวันกองทัพเรือสหรัฐฯได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการเดินเรือ โดยสั่งเรือในอ่าวเปอร์เซียและทะเลอาหรับให้อยู่ห่างจากเรือรบสหรัฐฯ เกิน 100 เมตรขึ้นไป มิฉะนั้นพวกมันจะถูกถือว่าเป็นภัยคุกคาม
คำสั่งเจ้าปัญหานี้ได้ออกมาเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งอ้างถึงความจำเป็นในการเพิ่มความปลอดภัย ลดความกำกวม และลดโอกาสเข้าใจ
เมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ทำลายเรือปืนอิหร่านทั้งหมดที่แล่นไปใกล้เรือรบของสหรัฐฯ มากเกินไป
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นต่อกรณีเหตุการณ์ในอ่าวเปอร์เซียซึ่งเรือลาดตระเวนจำนวนมากของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แล่นกลับไปกลับมาในเส้นทางของเรือหลายลำของสหรัฐฯ เมื่อพวกเขาทำการฝึกซ้อมรบเพียงไม่กี่ไมล์จากน่านน้ำอิหร่าน
อิหร่านประณามการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการทำลายความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนสหรัฐไม่ให้เตรียมการเคลื่อนไหวทางทหารใดๆ
ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคมและสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ นายพลกอเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการทหารกิงกำลังกุดส์ของอิหร่านที่ถูกยกย่องเป็นผู้ปราบกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคถูกสังหารในการโจมตีด้วยโดรนใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด
อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกโจมตีฐานทัพสองแห่งของสหรัฐฯ ในอิรักเมื่อวันที่ 8 มกราคม โดยมีทหารสหรัฐฯกว่า 100 นายที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองจากการโจมตีที่รุนแรงนี้