เบรกเกอร์กันดูด อุปกรณ์เซฟตี้ตัวช่วยเซฟชีวิตหน้าพายุ!

ย่างเข้าหน้าฝน หน้าพายุ อย่าลืมติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดไว้ป้องกันความปลอดภัย ส่วนใครไม่รู้ว่าคืออะไร จำเป็นมากเลยเหรอ วันนี้เรามีเกร็ดความรู้มาฝากกัน

รู้ไหมว่าคนตายช่วงพายุที่มีน้ำท่วมเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าจากตัวเลขทั่ว ๆ ไป! การติดเบรกเกอร์กันดูดเอาไว้อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยป้องกันสมาชิกในบ้านจากเหตุไม่คาดฝันเหล่านี้ สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ ยังไม่รู้ว่าเบรกเกอร์ที่ว่าคืออะไร มีกี่แบบ ช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้มีคำตอบ

เบรกเกอร์กันดูดคืออะไร?

เบรกเกอร์กันไฟดูด หรือเบรกเกอร์กันดูด เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟดูดไฟรั่ว (Residual Current Devices – RCD) ทำหน้าที่ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าในบ้านเพื่อป้องกันไฟรั่วไฟดูด โดยจะตัดวงจรอัตโนมัติหากเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วตามค่าที่กำหนด โดยทั่วไปแนะนำที่ 30 มิลลิแอมป์ เนื่องจากเป็นระดับที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยทั่วไปเบรกเกอร์กันดูด หรือ RCD จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่

  • RCCB (Residual Current Circuit Breaker) ทำหน้าที่ป้องกันไฟดูด ไฟรั่วแต่ไม่สามารถที่จะกันกระแสลัดวงจรได้ ปกติจะแนะนำให้ติดตั้งควบคู่กับเซอร์กิตเบรกเกอร์
  • RCBO (Residual Current Circuit Breaker with Overcurrent Protection) ทำงานเช่นเดียวกับ RCCB คือตัดวงจรเมื่อเกิด ไฟดูด ไฟรั่วรวมถึงป้องกันกระแสเกินและกระแสลัดวงจรด้วย เปรียบเสมือนการนำเซอร์กิตเบรกเกอร์ กับ RCCB มารวมเข้าด้วยกัน

ความต่างระหว่าง เบรกเกอร์กันดูด VS เบรกเกอร์ธรรมดา

ในส่วนของเบรกเกอร์ธรรมดา หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่จะทำหน้าที่ก็ต่อเมื่อตรวจพบความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าจากการโหลดกระแสเกิน (Overload) หรือที่เราเรียกกันว่าไฟฟ้าลัดวงจรนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การติดเซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถป้องกันได้เพียงบางกรณีเท่านั้น เป็นผลให้ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตในปัจจุบันมีการเพิ่มช่อง สำหรับติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดเข้ามา เพื่อป้องกันไฟรั่ว/ไฟดูดโดยเฉพาะ โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบตัดวงจรเฉพาะจุด หรือตัดวงจรแบบกลุ่ม (เฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟดูด) ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะเพิ่มความสามารถในการใช้งานไฟฟ้าภายในบ้านหรือที่พักอาศัย ให้เป็นไปตามปกติ

ติดก่อน…เพราะ ไฟดูดอาจอันตรายถึงชีวิต

เมื่อถูกไฟดูด กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกายและลงสู่พื้นดิน อาการจะขึ้นอยู่กับกระแสไฟ เช่นปริมาณกระแสไฟฟ้าต่ำกว่า 10 มิลลิแอมป์ จะรู้สึกว่าถูกดูดแต่ไม่อันตราย ถ้ากระแสไฟฟ้าต่ำกว่า 20 มิลลิแอมป์ อาจเกิดอาการไหม้ตามจุดต่าง ๆ กล้ามเนื้อเกร็งหรือหายใจติดขัด และหากกระแสไฟมากกว่า 30 มิลลิแอมป์ จะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว อาจหมดสติและเสียชีวิตได้