สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเด็ก

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ เชื่อว่ามีหลายสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ เพื่อเลี้ยงลูกน้อยให้เติบโตมาได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งหนึ่งในเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม ก็คือการ ‘ฉีดวัคซีนเด็ก’ ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างห่างไกลโรคร้าย บทความนี้เราสรุปเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเด็กเอาไว้ครบ ติดตามกันได้เลย

เปิดเหตุผลสำคัญ: ทำไมต้องฉีดวัคซีนเด็ก?

  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคบาดทะยัก หัดเยอรมัน คางทูม โปลิโอ โรคตับอักเสบบี และโรคปอดบวม
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษายามที่เกิดโรค
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้โรคร้ายไม่สามารถแพร่ระบาดได้

เด็กควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง?

วัคซีนเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุด การฉีดวัคซีนเด็กควรฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยวัคซีนพื้นฐานที่เด็กควรได้รับมีดังนี้

  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DPT) ฉีด 3 เข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 2 เดือน เข็มที่สองเมื่ออายุ 4 เดือน และเข็มที่สามเมื่ออายุ 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR) ฉีด 2 เข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 9 เดือน-1 ปี และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปี 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (IPV) ฉีด 4 เข็ม เข็มแรกเมื่ออายุ 2 เดือน เข็มที่สองเมื่ออายุ 4 เดือน เข็มที่สามเมื่ออายุ 6 เดือน และเข็มที่สี่เมื่ออายุ 18 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (HBV) ฉีด 3 เข็ม เข็มแรกเมื่อแรกเกิด เข็มที่สองเมื่ออายุ 1 เดือน และเข็มที่สามเมื่ออายุ 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ฉีดปีละ 1 ครั้ง
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (Tdap) สำหรับเด็กอายุ 11-12 ปี

วัคซีนเสริม

  • วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม (Pneumococcal) สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (MMR) สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี
  • วัคซีนป้องกันโรคหูดหงอนไก่ (HPV) สำหรับเด็กผู้หญิงอายุ 9-14 ปี
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (JE) สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี

นอกจากนี้ เด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคบางโรค เช่น โรคไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย โรคบิด หรือโรคไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ปกครองควรพาลูก ๆ ไปฉีดวัคซีนเด็กตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรง

การเตรียมตัวสำหรับการฉีดวัคซีนเด็ก

  • ควรพาเด็กไปฉีดวัคซีนตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ เพราะวัคซีนแต่ละชนิดมีกำหนดการฉีดที่แตกต่างกัน ผู้ปกครองควรสอบถามจากแพทย์หรือพยาบาลประจำตัวเพื่อทราบกำหนดการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับเด็ก
  • เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม เช่น สมุดบันทึกสุขภาพ บัตรประชาชนของเด็ก และบัตรประชาชนของผู้ปกครอง
  • หากเด็กมีอาการป่วย ควรเลื่อนนัดฉีดวัคซีน เว้นแต่อาการป่วยเป็นเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด ท้องเสียที่ไม่มีไข้ โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
  • ให้เด็กรับประทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอก่อนมาฉีดวัคซีน
  • พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรพาเด็กมาด้วยตนเอง ไม่ควรให้เด็กไปฉีดวัคซีนเพียงลำพัง

โดยสรุปแล้ว การฉีดวัคซีนเด็กเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่ช่วงแรกที่คลอด เพื่อให้มั่นใจว่าลูก ๆ จะได้รับวัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมวัย และลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรงในอนาคต