พันธมิตรสามฝ่ายระหว่างอาเซอร์ไบจาน อิสราเอล และตุรกี กำลังก่อรูปขึ้นเป็น “แกนล้อมอิหร่าน” อย่างชัดเจน ด้วยผลประโยชน์ร่วมทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ทั้งในการทำสงครามตัวแทนในซีเรีย ความร่วมมือด้านอาวุธและพลังงาน การแทรกแซงในอาร์เมเนีย และแรงหนุนจากสหรัฐฯ ต่อการล้อมรอบอิหร่านในรูปแบบใหม่
“น้ำมันแลกอาวุธ” และบทบาทฐานลับริมพรมแดนอิหร่าน
หลังอาเซอร์ไบจานได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียตในปี 1991 อิสราเอลก็เร่งสร้างพันธมิตรกับบากูทันที ทั้งในด้านพลังงานและยุทธศาสตร์ จนถึงขั้นมีสถานทูตเปิดทำการตั้งแต่ปี 1993 ปัจจุบัน เทลอาวีฟได้รับน้ำมันจากอาเซอร์ไบจานผ่านท่อ BTC (บากู–ทบิลิซี–เจย์ฮาน) คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้น้ำมันดิบของอิสราเอล แลกกับเทคโนโลยีอาวุธล้ำสมัยที่ถูกใช้ถล่มนาโกรโน-คาราบัคในปี 2020 และล่าสุดคือความร่วมมือในยุทธการโจมตีอิหร่าน
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ บากูได้กลายเป็นฐานลับของมอสสาด ตั้งแต่ยุค 90s โดยใช้สังเกตการณ์อิหร่านผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และ UAV ที่วางไว้ตามพรมแดน
ตุรกี: ตัวกลางที่เดินเกมสองหน้า
แม้จะมีความตึงเครียดระหว่างตุรกีและอิสราเอลในบางช่วง เช่น เหตุการณ์เรือมาวี มาร์มารา หรือสงครามถล่มกาซา แต่เบื้องลึกแล้ว ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ยังดำเนินอยู่ โดยอาเซอร์ไบจานมักเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้านความมั่นคงระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการ “ไม่ปะทะกันโดยตรง” ในสนามรบซีเรีย
การที่น้ำมันจากบากูยังคงหลั่งไหลไปยังอิสราเอลผ่านตุรกี แม้รัฐบาลแอร์โดอานจะแถลง “ระงับความสัมพันธ์ทางการค้า” กับอิสราเอลหลังสงครามกาซา แสดงให้เห็นถึงระดับของการสมรู้ร่วมคิดที่ยากจะมองข้าม
แผนกระชับอำนาจ: โครงการค่ายกักกัน “เมืองมนุษยธรรม” และ Corridor Zangezur
ในอีกฟากหนึ่งของความร่วมมือนี้ คือโครงการที่ถูกประณามอย่างกว้างขวาง: “เมืองมนุษยธรรม” (humanitarian city) ที่อิสราเอลเสนอสร้างขึ้นในราฟาห์ โดยอ้างว่าเพื่อรองรับผู้พลัดถิ่น แต่ในความเป็นจริงกลับถูกวิจารณ์ว่าเป็น “ค่ายกักกันสมัยใหม่” ที่ออกแบบมาเพื่อกักขังชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนให้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอล
ในเวลาเดียวกัน แกนบากู-แองการาก็เดินหน้าโครงการ “Zangezur Corridor” ที่พาดผ่านแคว้นซูนิคของอาร์เมเนีย เพื่อเชื่อมต่ออาเซอร์ไบจานกับตุรกีโดยตรง โดยได้รับการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวจากเตหะราน ซึ่งมองว่าโครงการนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตนเอง และเป็นช่องทางให้ NATO แทรกซึมสู่เอเชียกลาง
มหายุทธศาสตร์ต่อต้านอิหร่าน: Abraham Accords 2.0?
เจ้าหน้าที่อิสราเอลกำลังผลักดันให้อาเซอร์ไบจานเข้าร่วม “Abraham Accords 2.0” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งแนวร่วมพันธมิตรอาหรับ-อิสราเอลต่อต้านอิหร่าน พร้อมเชื่อมโยงกับโครงการ IMEC ที่จะล้อมอิหร่านทั้งทางทะเล (จากยูเออี-อินเดีย) และทางบก (ผ่านอาเซอร์ไบจาน-ตุรกี)
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในกาซาและความโกรธแค้นจากโลกอาหรับ อาจเป็นรอยร้าวในพันธมิตรลับนี้ โดยเฉพาะเมื่อประชาชนในตุรกีเริ่มจับตามองความร่วมมือที่ดำเนินไปอย่างลับๆ ของรัฐบาลกับรัฐยึดครอง
เตหะรานในวงล้อม
แม้จะถูกล้อมรอบโดยพันธมิตรปฏิปักษ์ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกที แต่อิหร่านกลับยังไม่สามารถกำหนดยุทธศาสตร์ตอบโต้ที่เด็ดขาดได้ ทั้งที่มีโอกาสเปิดในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นความไม่สงบในอาร์เมเนีย ช่องโหว่ของอาเซอร์ไบจาน หรือความไม่แน่นอนในตุรกี
การเลือกใช้แนวทาง “มิตรภาพ” กับบากู ซึ่งประธานาธิบดีมาซูด เปเซซคียอน เพิ่งเดินทางเยือนเมื่อไม่นานมานี้ อาจถูกตีความจากอีกฝ่ายว่าเป็นความอ่อนแอ และเปิดช่องให้อาเซอร์ไบจานกล้าเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น
หากอิหร่านยังไม่เร่งสร้างแนวป้องกันทางยุทธศาสตร์ หรืออาศัยจังหวะเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงเพื่อ “เจาะทะลวงวงล้อม” บางทีเวลาอาจไม่เข้าข้างสาธารณรัฐอิสลามอีกต่อไป
…
ที่มา: The Cradle
แปล/เรียบเรียง: เดอะพับลิกโพสต์