วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

ดูแลหลังทำฟันปลอมให้อยู่นาน ! ไม่มีกลิ่น ไม่ทำร้ายเหงือก

-

การทำฟันปลอมไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาฟันหายหรือช่วยให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนด้านสุขภาพช่องปากที่ต้องดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อให้คุ้มค่า หลายคนหลังใส่ฟันปลอมกลับพบปัญหากลิ่นปาก เหงือกอักเสบ หรือฟันปลอมหลวมเร็วกว่าที่คิด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดูแลไม่ถูกต้อง วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีดูแลหลังทำฟันปลอมแบบมืออาชีพ เพื่อให้ใช้งานได้นาน ไม่มีกลิ่น และไม่ทำร้ายเหงือก

  1. ทำความสะอาดทุกวันด้วยวิธีที่ถูกต้อง

หลังทำฟันปลอม การแปรงฟันปลอม เหมือนแปรงฟันจริงอาจไม่เพียงพอ เพราะฟันปลอมมีพื้นผิวและซอกเล็กที่สะสมคราบได้ง่าย ควรใช้แปรงขนนุ่มและน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะฟันปลอม แทนการใช้ยาสีฟันปกติซึ่งมีสารขัด อาจทำให้ผิวฟันปลอมเป็นรอยและสะสมคราบได้เร็วขึ้น

  • ล้างฟันปลอมด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังรับประทานอาหาร
  • แปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้แปรงและน้ำยาสำหรับฟันปลอมโดยเฉพาะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้แปรงแข็งหรือขัดแรงเกินไป เพราะจะทำให้พื้นผิวสึกกร่อน
  1. แช่ในน้ำสะอาดเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ฟันปลอมโดยเฉพาะแบบถอดได้ หากปล่อยให้แห้งจะทำให้วัสดุเสียรูปและกรอบแตกง่าย จึงควรแช่ในน้ำสะอาดหรือสารละลายสำหรับแช่ฟันปลอมเสมอเมื่อต้องถอดออก

  • ไม่ควรใช้น้ำร้อน เพราะจะทำให้ฟันปลอมเสียรูป
  • หากใช้สารละลายแช่ ควรอ่านคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัด
  • ตรวจดูให้แน่ใจว่าภาชนะปิดมิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรก
  1. ป้องกันการแตกหักและเสียรูป

การทำฟันปลอมมีต้นทุนสูง การแตกหัก หรือเสียรูปทำให้ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

  • หลีกเลี่ยงการกัดอาหารแข็งหรือเหนียวเกินไป เช่น น้ำตาลแข็ง ถั่ว หรือหมากฝรั่ง
  • เวลาแปรงหรือทำความสะอาด ควรทำเหนืออ่างที่มีน้ำหรือวางผ้ารอง เพื่อกันการตกกระแทก
  • ไม่ควรพยายามดัดหรือซ่อมฟันปลอมเอง ควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ดูแล
  1. ป้องกันเชื้อราและกลิ่นปาก

ปัญหากลิ่นปากและเชื้อราในช่องปากมักเกิดจากการล้างไม่สะอาดหรือใส่ฟันปลอมขณะนอนหลับ

  • ควรถอดฟันปลอมออกก่อนนอน เพื่อให้เหงือกและเนื้อเยื่อในปากได้พัก
  • ล้างทำความสะอาดทั้งฟันปลอมและช่องปากทุกครั้งก่อนใส่
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรต้านเชื้อรา หรือปรึกษาทันตแพทย์หากพบคราบขาวบนฟันปลอมหรือเหงือก
  1. ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

แม้จะใส่ฟันปลอมแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อเช็กความพอดีของฟันปลอมและสภาพเหงือก

  • หากรู้สึกว่าฟันปลอมหลวม หรือมีอาการเจ็บกดทับ ควรนัดตรวจทันที
  • การปรับแต่งเล็กน้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้มาก

การทำฟันปลอมจะคงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานได้ยาวนาน หากใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธี ซึ่งไม่เพียงช่วยยืดอายุฟันปลอม แต่ยังป้องกันปัญหากลิ่นปากและการอักเสบของเหงือก ทำให้สามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

เรื่องล่าสุด